หุ้น‘ตลาดเกิดใหม่’ไปต่อ คลายกังวลเฟดดึงเงินไหลเข้า ราคายังถูกอัพไซด์ 20%

11 November 2017






บลจ.ทหารไทยฯมองตลาดหุ้นเกิดใหม่ขาขึ้นรอบใหญ่ หลังคลายกังวลเฟด จังหวะเข้าลงทุนดักเงินไหลเข้า ชี้ยังมีอัพไซด์ 20% ราคาหุ้นถูกกว่าตลาดพัฒนาแล้ว จ่อเปิดตัว “โกลบัล รีท” เพิ่มทางเลือกนักลงทุน

นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย จำกัด เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หลังจากนายเจอโรม พาวเวลล์ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แทนนางเจเน็ต เยลเลน ที่จะหมดวาระในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ทำให้ตลาดคลายกังวลและน่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นโดยรวมทั้งตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปอย่างระมัดระวังเช่นเดียวกับเจเน็ต เยลเลน

ไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)



ส่วนการปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯมองว่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯและเซนติเมนต์เชิงบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลกซึ่งการปฏิรูปภาษีส่งผลให้กำไรบริษัทจดทะเบียน(บจ.)สหรัฐฯสูงขึ้นและหนุนให้ราคาหุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวดีขึ้น จึงมองว่าเม็ดเงินลงทุนคงไม่ไหลกลับไปสหรัฐฯมากนักเนื่องจากราคาหุ้นสหรัฐฯค่อนข้างแพงแต่เชื่อว่าเงินจะไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ซึ่งราคาถูกและแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจค่อนข้างสูง

“ตอนนี้ถือว่าความกังวลเรื่องเฟดจบแล้วทั้งตัวประธานและการขึ้นดอกเบี้ยที่ตลาดคาดว่าจะขึ้นอีก 1 ครั้งในเดือนธันวาคมนี้ ทำให้แรงกดดันต่อตลาดเกิดใหม่น่าจะลดลงแล้ว”นายไพศาล กล่าว

อย่างไรก็ตามแม้ตลาดหุ้นเกิดใหม่จะปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องในปีนี้และปีที่ผ่านมา แต่ยังขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว ซึ่งสหรัฐฯทำนิวไฮใหม่ต่อเนื่อง ซึ่งหากเทียบ 4-6 ปีย้อนหลังตลาดหุ้นพัฒนาแล้วปรับตัวขึ้นมากกว่าตลาดเกิดใหม่ประมาณ 10-20%จึงมองตลาดเกิดใหม่ยังถูกกว่า

นายไพศาล กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนในกองทุนต่างประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้ต่อเนื่องไปปีหน้าจึงมองตลาดหุ้นเกิดใหม่น่าสนใจสูงสุดโดยแนะนำกองทุน TMB Emerging Active Equity ซึ่งกองทุนหลักบริหารเชิงรุกเน้นหุ้นสไตล์แวลู ราคาถูกและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในภาวะเศรษฐกิจขาขึ้น สำหรับนักลงทุนที่กังวลการลงทุนในหุ้นขณะที่หุ้นกู้และพันธบัตรแนวโน้มยังไม่ค่อยดี จึงแนะนำกองทุน TMB Global Income ซึ่งผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 3-4% จากการลงทุน ปัจจุบันอายุเฉลี่ยตราสารค่อนข้างสั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบมากจากดอกเบี้ยขึ้น

นอกจากนี้ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวกองทุนใหม่ลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้นักลงทุนกลุ่มใหญ่ที่ชอบลงทุนตราสารหนี้มากกว่าหุ้น ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับเอเชีย เนื่องจากมองว่าการลงทุนในรีททั่วโลก เป็นการกระจายสินทรัพย์ นอกเหนือจากปัจจุบันบริษัทมีกองทุน Property Income Plus ซึ่งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยและสิงคโปร์เท่านั้น

“แม้ดอกเบี้ยขาขึ้นแต่เชื่อว่าจะกระทบรีทไม่มาก เนื่องจากรีทและกองทุนอสังหาริทรัพย์มีรายได้อยู่ในรูปของเงินปันผล ซึ่งปัจุบันส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนเงินปันผลกับพันธบัตรอายุ 10 ปี ประมาณ 2-3% อีกทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยน่าจะค่อยๆขึ้น ส่วนผลตอบแทนเงินปันผลของโกลบัลรีทใกล้เคียงกับ Property Income Plus เฉลี่ยประมาณ 6% แต่มีโอกาสสูงขึ้นจากกลยุทธ์เฟ้นหาสินทรัพย์เข้าลงทุนทั่วโลก”นายไพศาล กล่าว

สำหรับมุมมองตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่องโดยโยกไปซื้อหุ้นเอเชียที่ราคายังขึ้นน้อยหลังจากหุ้นไทยปรับตัวขึ้น 22% ในปี 2559 และกว่า 11% ในปี 2560 หากรวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจะรวมประมาณ 20% จึงมองหุ้นไทยผ่านเฟสแรกที่ขึ้นได้จากสภาพคล่องไปแล้วและจะเข้าสู่เฟส 2 คือสภาวะสภาพคล่องลดลง แต่ความคาดหวังต่อการเติบโตดีขึ้น จึงเพิ่มนํ้าหนักลงทุนหุ้นไทย โดยบริษัทมองดัชนีจะถึงจุดสูงสุดในอดีต 1,789.16 จุดได้ในไตรมาส 3 ปี 2561

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,312 วันที่ 9 - 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560


หุ้น เฟด ตลาดเกิดใหม่ โกลบัล รีท