‘SIRI’ หุ้นนวัตกรรม กำไรไม่หยุดโต! เพิ่มพันธมิตรต่อยอดธุรกิจ

1 November 2017






“แสนสิริ” โชว์ประสิทธิภาพระบบฐานข้อมูลสุดยอด ช่วยตัดสินใจลงทุนดีขึ้น ขยายพันธมิตรและตลาด ต้นทุนเงินลด ยัน! ไม่เพิ่มทุน กำไรสุทธิ-อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นปีหน้า ต่างชาติถือหุ้นมากขึ้น

นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทมีการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง สร้างระบบฐานข้อมูลทั้งภายในบริษัทและมีการซื้อข้อมูลจากภายนอก ช่วยในการตัดสินใจดีขึ้น ไม่ได้อาศัยความรู้สึกเหมือนที่ผ่านมา รวมถึงการเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ ๆ เช่น การใช้ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย และเชิญบล็อกเกอร์มาชมโครงการ ขยายฐานลูกค้าใหม่เกือบ 50%

 

วันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริฯ (SIRI)



เราไม่หยุดนิ่ง ‘แสนสิริ’ เป็น Innovation Stock ระบบทำให้รู้ข้อมูลการขายแบบเรียลไทม์ สามารถวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าและตลาดได้ดี ช่วยในการตัดสินใจการลงทุนดีขึ้น พร้อมขยายตลาดไปต่างประเทศและต่างจังหวัดในหัวเมืองใหญ่ เพื่อกระจายความเสี่ยง” นายวันจักร์ กล่าว

นอกจากนั้น บริษัทยังเปลี่ยนวิธีการทำการตลาดใหม่ ก่อนปี 2557 เลือกเปิดโครงการขายในประเทศก่อน มีสินค้าเหลือถึงขายต่างประเทศ โดยขณะนี้เปิดขายพร้อมกัน ลูกค้าต่างประเทศมีโอกาสเลือกซื้อห้องที่มีทำเลดีได้เท่ากับคนไทย ช่วยเพิ่มยอดขายต่างประเทศอย่างรวดเร็ว จากปี 2559 มีมูลค่า 5,500 ล้านบาท ปีนี้เพียง 9 เดือน ขายได้ถึง 5,600 ล้านบาท คาดรวมทั้งปีมีโอกาสถึง 8,000-9,000 ล้านบาท สำหรับการเปิดขาย 11 โครงการ มูลค่า 26,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน บริษัทมีการเพิ่มพันธมิตรใหม่และกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรแนบแน่นยิ่งขึ้น หลังจากร่วมทุนกับ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS จัดตั้งบริษัทร่วมลงทุน 25 โครงการ มูลค่ารวม 1 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี (ปี 2558-2562) แม้ว่าจะช้ากว่าแผนที่วางไว้ก็ตาม คาดถึงสิ้นปีนี้ เปิด 11 โครงการ มูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้านบาท คาดการร่วมลงทุนนานออกไปเป็น 5.5-6 ปี และยังมีพันธมิตรญี่ปุ่น คือ กลุ่มโตคิว การลงทุน 6% ใน Just Group Holdings Pte. Ltd. ของสิงคโปร์ และ Luen Thai Group กลุ่มบรรษัทข้ามชาติของจีน ช่วยกันทำตลาดในจีน

เรามีโอกาสยืดเวลาร่วมทุนกับบีทีเอสออกไปมากกว่า 5 ปี หลังตลาดต่างประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วและมีนัยสำคัญ รายได้มาจากจีนและฮ่องกง สัดส่วน 70% ส่วนที่เหลือมาจากสิงคโปร์ ไต้หวัน และมาเลเซีย ปัจจุบัน เรามีงานในมือหรือแบ็กล็อกไม่มาก คาดรายได้ไม่เพิ่มขึ้นในปีหน้า แต่กำไรสุทธิจะเติบโตประมาณ 15-20% หลังจากเริ่มรับรู้กำไรจากบริษัทร่วมทุนกับ BTS จำนวน 800-1,000 ล้านบาท หากสมมติฐานเป็นไปอย่างที่คาด โดยจะพึ่งพาโครงการแนวราบมากขึ้น เพื่อให้การรับรู้ รายได้ และกำไรเร็วขึ้น พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้น 31-33% และอัตรากำไรสุทธิดีขึ้นจาก 10-11% เป็น 14-15%” นายวันจักร์ กล่าว




ส่วนการลงทุนในอนาคต บริษัทได้ซื้อที่ดินเตรียมไว้แล้ว ประมาณ 1.1-1.3 หมื่นล้านบาท และไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน เลือกระดมทุนผ่านหุ้นกู้ที่มีต้นทุนลดลง จากที่เคยจ่ายอัตราดอกเบี้ย 5% สิ้นไตรมาส 2 มาอยู่เฉลี่ย 3.79% คาดปีหน้าจะลดลงเหลือ 3.60% หลังจากอันดับเครดิตของบริษัทและหุ้นกู้มาอยู่เท่ากันที่ BBB+

ส่วนราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักลงทุนต่างประเทศถือหุ้นเพิ่มขึ้น จากสัดส่วน 24% เพิ่มเป็น 37-38% เกือบเต็มเพดานที่กำหนดไว้ 39% หลังมีการนำเสนอข้อมูล หรือ โรดโชว์ ในต่างประเทศทุกปี เช่น ที่ลอนดอน, สหรัฐอเมริกา 2 ครั้ง และเอเชียอีกหลายประเทศ รวมถึงนักวิเคราะห์มาพบเพื่อขอข้อมูลบ่อยครั้ง


หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,309 วันที่ 29 ต.ค. - 1 พ.ย. 2560


| ข่าวที่เกี่ยวข้อง |
1- ‘SIRI’ บริหารแหล่งเงินทุน สร้างความมั่นใจ 4 แบงก์เจ้าหนี้-คลอดหุ้นกู้-ลดบี/อี



ลงทุน ฐานเศรษฐกิจ แสนสิริ ธุรกิจ SIRI หุ้นนวัตกรรม