ชี้อีก 5 ปี! บล็อกเชนเปลี่ยนโลก - ผู้เชี่ยวชาญออนไลน์เพย์เมนต์ ระบุ เป็นพื้นฐานสำคัญ IoT

31 October 2017








ผู้เชี่ยวชาญออนไลน์เพย์เมนต์ ระบุ อีก 5 ปีข้างหน้า เทคโนโลยี “บล็อกเชน” จะกลายเป็นแพลตฟอร์มยืนยันตัวตน-ยืนยันสิทธิการทำธุรกรรมโลกดิจิตอล นอกเหนือจากด้านการเงิน แนะเร่งการศึกษา สร้างการรับรู้ การเตรียมความพร้อม

นายสุวิชา นะลิตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรีเพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระบบชำระเงินออนไลน์ กล่าวในงานแสดงศักยภาพการให้บริการโทรคมนาคมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี CAT NETWORK SHOWCASE 2017 ซึ่ง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า น่าจะเห็นบล็อกเชนอยู่ในหลาย ๆ ระบบที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์ นอกจากด้านการเงิน เพราะนอกจากบล็อกเชนจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง หรือ IoT แล้ว ด้วยตัวระบบเอง ยังเอื้อประโยชน์ในการประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบอีกด้วย

 

สุวิชา นะลิตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรีเพย์ (ประเทศไทย) จำกัด



ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐในหลาย ๆ ประเทศ อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิสราเอล, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย เริ่มมีนโยบายที่จะพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้เพื่อประโยชน์ต่อการทำงานของภาครัฐ และเมื่อดูจากสถิติของสตาร์ตอัพจากทั่วโลกที่ใช้ระบบบล็อกเชนในการพัฒนาแอพพลิเคชัน ซึ่งเติบโตถึง 3 เท่า ในระยะเวลาเพียงครึ่งเดือนแล้ว เชื่อว่า อีกไม่นานจะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าวได้อย่างเต็มที่

“นับตั้งแต่นักพัฒนาด้านซอฟต์แวร์ ผู้ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ (SATOSHI NAKAMOTO) นำเสนอสกุลเงินดิจิตอล ที่เรียกว่า บิตคอยน์ (bitcoin) ในปี 2551 ซึ่งถือเป็นสกุลเงินแรกของโลก ที่ถูกเรียกว่า คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสกุลเงินที่เป็นอิสระจากรัฐบาลและธนาคาร, สามารถส่งหากันผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและมีค่าธรรมเนียมที่ถูกมาก นำมาใช้ในออนไลน์เพย์เมนต์ โดยไม่มีคนกลาง ทำให้บิตคอยน์ได้รับการกล่าวถึง และเป็นการจุดประกายความสนใจของคนทั่วโลก โดยล่าสุด มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนั่นทำให้โลกรู้จักแพลตฟอร์มของบิตคอยน์ ที่เรียกกันว่า บล็อกเชน (Blockchain)”

ทั้งนี้ ‘บล็อกเชน’ ถือเป็นเสมือนเป็นระบบปฏิบัติการแบบใหม่ที่เกิดขึ้น โดยมีหลักการทำงาน คือ การแชร์ข้อมูลร่วมกันบนเครือข่ายที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลของแต่ละคนบนเครือข่ายได้เหมือนกันหมด เมื่อมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคนใดคนหนึ่งในระบบ ทุกคนสามารถที่จะรับรู้และเป็นพยานในกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดความปลอดภัยและเกิดความโปร่งใสในระบบ โดยก่อนหน้านี้ บล็อกเชนถูกใช้สำหรับ Cryptocurrency ซึ่งมีอยู่ราว ๆ กว่า 1,000 สกุล นับเป็นเพียง 1% ของศักยภาพของระบบนี้เท่านั้น เนื่องจากบล็อกเชนสามารถทำธุรกรรมระหว่างบุคคล หรือ กลุ่มคนที่เกี่ยวข้องได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องมีคนกลาง จึงทำให้การดำเนินธุรกรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบธุรกรรมแต่ละรายการได้ จึงสามารถสร้างความโปร่งใสในการทำธุรกรรมและการดำเนินธุรกิจ แนวคิดของบล็อกเชน คือ ข้อมูลจะต้องมีความปลอดภัย มีการเผยแพร่ และบันทึกไว้ในทุกที่อย่างเป็นธรรม เพื่อป้องกันการปลอมแปลงโดยมิชอบ จึงเรียกได้ว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ในการยืนยันตน และยืนยันสิทธิ เพื่อทำธุรกรรมดิจิตอลอย่างปลอดภัยและถูกต้อง



‘Blockchain’ เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งมาสร้างความเปลี่ยนแปลงในทุกส่วนของภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น การศึกษา สร้างการรับรู้ การเตรียมความพร้อม และการสร้างความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะกลายเป็นข้อได้เปรียบของผู้ประกอบการในการคว้าโอกาสใหม่ ๆ เหล่านี้ มาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจได้อย่างทันยุคสมัยและเกิดประโยชน์มากที่สุด


หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,309 วันที่ 29 ต.ค. - 1 พ.ย. 2560


| ข่าวที่เกี่ยวข้อง |
1- “ไอบีเอ็ม” ผนึกพันธมิตร! เปิดตัวบล็อกเชนเสริมแกร่งการชำระเงินทั่วโลก
2- โอนเงินเรียลไทม์ผ่านบล็อกเชน เร็วจี๋! แค่ “วินาที” ... BAY รุกอี-เทรดไฟแนนซ์



ฐานเศรษฐกิจ IoT บล็อกเชน ออนไลน์เพย์เมนต์ ธุรกรรมดิจิตอล