เสี่ยงเงินออกปัจจัยเฟดภาษีสหรัฐ

31 October 2017






มาร์เก็ตติ้งกล่าวว่าตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ในไตร มาส 4 น่าจะมีความเสี่ยงเรื่องเงิน ทุนต่างประเทศไหลออกจากไทยและนักลงทุนจะเพิ่มการลงทุนในดอลลาร์สหรัฐอเมริกา เนื่องจากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นจากแนวโน้มเศรษฐกิจโต การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด 1 ครั้งและความสำเร็จในการปฏิรูปภาษี

อย่างไรก็ตาม ดัชนียังมีโอกาสปิดที่ 1,700 จุด เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและกำไร บจ.งวดไตรมาส 3/ 2560 ที่ดีขึ้นจากไตรมาส 3/2559 และไตรมาส 2/2560 รวมถึงแนวโน้มการเติบโตปี 61 การทุ่มลงทุนของเอกชนและรัฐบาล

ด้านผู้จัดการกองทุนรายหนึ่ง กล่าวว่า ตลาดยังคงรอดูผลการเลือกตั้งประธานเฟดคนใหม่ที่จะมาทำหน้าที่แทนนางเจเน็ต เยลเลน ที่จะครบวาระในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 หากนายเจอโรม พาวเวลล์ ได้รับเลือกตั้งตามคาด ตลาดน่าจะตอบรับในเชิงบวก เนื่องจากพาวเวลล์น่าจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่หากนายเควิน วอร์ช หรือนายจอห์น เทย์เลอร์ ได้รับเลือก มีโอกาสที่ดอกเบี้ยจะขึ้นเร็ว ส่งผลให้ดอลลาร์ กลับมาแข็งค่า ดึงเม็ดเงินลงทุนไหลออกจากตลาดหุ้นและตราสารหนี้กลุ่มตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งไทย

“กลยุทธ์ในช่วงนี้อาจเลือกขายหุ้นที่มีกำไรมากๆ ออก มาก่อน เพื่อลดความเสี่ยงจากกรณี ดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาหุ้นปรับ ตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก และหากเฟดพลิกโผก็พร้อมเข้าซื้อหุ้น”

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560 สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯได้อนุมัติร่างงบประมาณปี 2561 ฉบับของวุฒิสภา วงเงิน 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯแล้ว ด้วยคะแนนเสียง 216 ต่อ 212 นับเป็นการกรุยทางสู่การพิจารณาแผนปฏิรูประบบภาษีต่อไป

การอนุมัติดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ว่า จะยังมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากภาวะขาดดุล และการลดภาษีในระดับท้องถิ่น โดยนายเควิน เบรดี้ สมาชิกสภาผู้แทนรัฐเท็กซัส กล่าวว่า การอนุมัติงบประมาณวันนี้ จะทำให้เราสามารถบอกกับชาวอเมริกันได้อย่างชัดเจนว่า กำลังจะมีการปฏิรูปภาษีแล้ว

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา วุฒิสภาสหรัฐฯได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายงบปี 2561 วงเงิน 4 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยคะแนนเสียง 51-49

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอฯ คาดภาพรวมของกำไร บจ. ไตรมาส 3/2560 ที่ทั้งฝ่ายวิจัย และ consensus คาดว่าจะฟื้นตัวค่อนข้างดีทั้งไตรมาส 3/2559 และไตรมาส 2/2560 จากฐานกำไรที่ค่อนข้างตํ่าในไตรมาสก่อนหน้านี้

ก่อนหน้านี้ สมาคมนักวิเคราะห์ ประสานเสียงเพิ่มนํ้าหนักลงทุนหุ้นไทยเป็น 44% มากสุดในพอร์ต คาดว่าดัชนีไตรมาส 4 มีแนวโน้มเป็นขาขึ้น ตามทิศทางกำไรบจ.ที่ดีขึ้น โดยอาจขึ้นไปแตะ 1,750 จุด แม้อาจมีแรงเทขายบ้าง โดยมีเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 1,700 จุด ส่วนปี 2561 คาดดัชนี อยู่ที่ 1,810 จุด เนื่องจากได้รับปัจจัย บวกจากความชัดเจนในการเลือกตั้งปลายปี 2561 และเศรษฐกิจปี 2561 มีโอกาสเติบโตเกิน 4% จากปีนี้คาดเติบโต 3.61%

ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมขยายเวลาโครงการซื้อพันธบัตรจนถึงเดือนกันยายนปีหน้า แต่จะลดวง เงินลงสู่ระดับ 3 หมื่นล้านยูโร/เดือน จากระดับปัจจุบันที่ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนมกราคมปี61

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,309
วันที่ 29 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560


สหรัฐอเมริกา อัตราดอกเบี้ย เฟด ตราสารหนี้ ตลาดหุ้น