ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีน... สำคัญอย่างไร

28 October 2017






การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือที่เรียกว่า National Congress of the Communist Party of China ปิดม่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2560 แน่นอนว่า หากใครติดตามการเมืองจีน ก็จะพบว่า การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศถึงอำนาจของ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ขึ้นมาเทียบเท่าอดีตประธานาธิบดี เหมา เจ๋อ ตุง ผู้สร้างชาติจีน และอดีตประธานาธิบดี เติ้ง เสี่ยว ผิง ผู้สร้างความมั่งคั่งให้กับจีนทีเดียว

และที่สำคัญคือถือว่า สี จิ้นผิง เป็นผู้นำจีนที่ได้รับการเถลิงอำนาจขึ้นเทียบเท่าอดีตผู้นำทั้งสอง โดยที่เขาไม่ใช่ผู้ที่ผ่านประสบการณ์สงครามกลางเมืองของจีนมาโดยตรง หากแต่เป็นผู้นำยุคใหม่ เป็นคนรุ่นใหม่ ที่กำลังจะนำจีนก้าวเข้าสู่ความเป็นยุคใหม่ และเป็นมหาอำนาจในโลกยุคใหม่ด้วย

อะไรที่ทำให้สี จิ้นผิง ขึ้นมามีอำนาจสูงสุดและมีอิทธิพลมากกว่าผู้นำคนอื่นๆ นั่นก็คือ
ในขณะนี้ถือว่าสี จิ้นผิง ควบคุมอำนาจการบริหารประเทศจีนได้อย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยการดำรงตำแหน่งทางการเมือง และทางการทหารสูงสุดของประเทศ
ตำแหน่งแรกก็คือ สี จิ้นผิง ได้รับเลือกเป็น ประธานาธิบดีของประเทศ ที่จะต่ออายุอีก 1 สมัย 5 ปี ถือเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐบาล

ตำแหน่งที่ 2 ก็คือ เป็น เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุด และมีอำนาจ พร้อมด้วยอิทธิพลสูงสุดของพรรค ประเทศจีน แม้ว่าจะมีสภาประชาชนจีน ที่ประกอบไปด้วยผู้แทนต่างๆจากทั่วประเทศ แต่สภาดังกล่าวถูกเรียกขานว่าเป็น “สภาตรายาง” เท่านั้น เพราะไม่มีอำนาจในการออกนโยบาย หรือดำเนินนโยบายของประเทศแต่อย่างใด ซึ่งอำนาจที่แท้จริงนั้น อยู่ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนนั่นเอง

ส่วนตำแหน่งสุดท้าย ก็คือการดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ ควบคู่กับตำแหน่ง ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำให้มีอำนาจในการบริหารอย่างเต็มพิกัดภายในกองทัพประชาชนจีน

จากการพูดคุยในรายการโกล บอล อินไซต์ กับ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ทางสถานีวิทยุ 98.5FM สปริง เรดิโอ ได้ข้อมูลที่น่าสนใจมากว่า สี จิ้นผิง ได้นำคนของตัวเองเข้านั่งในคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แล้วมากถึง 70% และเข้าไปนั่งในคณะกรรมการกลางของกองทัพแล้วถึง 90% พร้อมๆกับการกวาดล้างบรรดาสมาชิกพรรคที่ฉ้อฉลอย่างเด็ดขาด

ทำให้ในขณะนี้ สี จิ้นผิง ถือว่าเป็นผู้นำประเทศที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างที่สุด มีอิทธิพลเทียบเท่ากับอดีตประธานาธิบดี เหมา เจ๋อ ตุง และเติ้ง เสี่ยว ผิง

เพราะอะไร? จีนถึงต้องให้อำนาจสี จิ้น ผิงมากขนาดนี้ แน่นอนครับ ว่าจีนมีงานหนักรออยู่และเป็นงานระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่าง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” หรือ One Belt One Road ที่ต้องการความต่อเนื่องของนโยบาย ตลอดไปจนถึงการเปลี่ยน โมเดลเศรษฐกิจของจีนที่จะนำจีนไปสู่การเป็นจีนยุคใหม่ เน้นการผลิตสินค้าระดับสูง ต่อไปนี้จีนจะเลิกผลิตขยะ และหันมาผลิตแต่สินค้าที่มีมูลค่ามากขึ้น เช่น การผลิตเครื่องบินพาณิชย์ เป็นต้น และหันมาพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศแทนที่จะพึ่งแต่การส่งออก

นอกจากนั้น สี จิ้นผิง ยังมีภาระหน้าที่สำคัญอย่างมากก็คือ การปัดกวาดขยะภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคอร์รัปชัน ที่เขาให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ตลอดจนปัญหาหนี้ของภาคเอกชนที่ทั่วโลกกำลังหวั่นเกรงว่าอาจจะกลายเป็นฟองสบู่ครั้งใหญ่

จีน มีความชัดเจนอย่างที่สุด ทั้งในด้านการปกครอง และทิศทางการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ เพื่อปูทางสู่การเป็นมหาอำนาจโลกที่เข้มแข็ง และมีความพร้อมอย่างที่สุดครับ...

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,309
วันที่ 29 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560


สี จิ้นผิง One Belt One Road สมัชชาใหญ่ พรรคคอมมิวนิสต์จีน สำคัญ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง