ชีวิตสุดปัง! กับเทคโนโลยี 5G แล้วข้อมูลล่ะจะว่าอย่างไร

22 October 2017








บทความ โดย ซาการ์ ทามัง หัวหน้ากลุ่มเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรม ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จีเอฟเค เอเชีย | หลายปีมานี้ เราได้ยินเรื่องของ Internet of Things (IoT) กันมาโดยตลอดจนถึงตอนนี้ แทบจะเรียกว่า หลายอย่างกำลังจะเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง การใช้โดรนบินส่งของถึงบ้าน ทีวีอัจฉริยะ ผู้ช่วยส่วนบุคคลที่ไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นปัญญาประดิษฐ์ และตู้เย็นที่สามารถสั่งซื้อนมมาเติมได้เอง

ต่อจากนี้จะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันกันอีกต่อไป เพราะวันนี้ เครือข่ายไรสายแบบ 5G นั้น เกิดขึ้นจริงบนโลกแล้ว เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น ก่อนที่ IoT จะกลายเป็นสิ่งปกติในชีวิตประจำวันของเรา เพราะอะไรนะหรือ ตอบได้เลยว่า ต่างจากเครือข่ายไร้สายแบบ 4G ที่ใช้งานอยู่ทุกวันนี้ เครือข่ายไร้สายยุคหน้าอย่าง 5G นั้น คาดว่า จะพร้อมเปิดใช้งานในช่วงปี 2020 มีช่วงแบนด์วิดธ์กว้าง ตอบสนองรวดเร็ว แถมสื่อสารลื่นไหลไม่สะดุด นั่นหมายความว่า เครือข่ายไร้สายนี้จะสามารถรับมือกับการไหลบ่าของข้อมูลที่มาจากอุปกรณ์บ้าน ๆ ธรรมดา ๆ ที่เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภูมิภาคเอเชียนำ 3G และ 4G มาใช้งานล่าช้ากว่าฝั่งชาติตะวันตก แต่กับ 5G นั้น อาจจะเป็นครั้งที่ 3 นำโชคก็เป็นไปได้ เพราะจากรายงาน Ericsson Mobility Report พบว่า ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (และอเมริกาเหนือ) น่าที่จะอยู่ในตำแหน่งผู้นำในการนำ 5G มาใช้งาน ทำให้แนวคิดเรื่องบ้านอัจฉริยะนั้นใกล้ความเป็นจริงยิ่งขึ้น




บริษัทที่ปรึกษาด้านบริหารระดับโลก อย่าง A.T. Kearney รายงานว่า ธุรกิจบ้านอัจฉริยะในภูมิภาคเอเชียนั้น จะมีมูลค่าสูงถึง 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 ตลาดที่เติบโตสูงสุด ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจดิจิตอลสูง เช่น สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และไต้หวัน ที่จะมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตอีกด้วย

เครือข่ายแบบ 3G ทำให้การสตรีมวิดีโอเป็นเรื่องจริง ส่วนการมีเครือข่ายแบบ 4G นั้น ได้ทำให้ยุคเศรษฐกิจแห่งการแบ่งปันสมบูรณ์แบบ และทุกครั้งที่มีอัพเกรดเทคโนโลยียุคใหม่ ก็เกิดโอกาสใหม่ ๆ ขึ้นอยู่เสมอ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในรูปแบบของ IoT สร้างปริมาณข้อมูลมหาศาล เกิดโอกาสมากมายสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อยอดธุรกิจ

ส่วนมุมมองด้านการทำธุรกิจ ด้วยการเข้าถึงข้อมูลจาก IoT ช่วยให้เจ้าของแบรนด์สินค้าเข้าใจการใช้งานเทคโนโลยีของกลุ่มผู้บริโภคได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้นำเสนอสิ่งที่ใช่และเป็นในแบบที่ลูกค้าต้องการ ส่งผลถึงความสามารถในการทำกำไรสูงสุด และเพิ่มความภักดีต่อแบรนด์ เจ้าของแบรนด์จึงเหมือนมีเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจในการลดช่องว่างในตลาด และปรับปรุงประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ลูกค้าในมิติใหม่ ๆ ได้อีกด้วย




เราเชื่อว่า การวิเคราะห์ข้อมูลนั้นจะกลายเป็นเหมือนการทำเหมืองทองในยุคของ IoT โดยที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมนั้นจะได้รับประโยชน์สูงที่สุด เมื่อลงลึกไปในข้อมูลที่เกิดจาก IoT จะเห็นได้ว่า ธุรกิจโทรคมนาคมเป็นด่านแรกที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า จึงเป็นเรื่องปกติที่ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้สร้างพันธมิตรธุรกิจ และยังสร้างโอกาสให้ธุรกิจโทรคมนาคม โดยสามารถเพิ่มรายได้จากรูปแบบของบริการ อาทิ M-2-M (Machine-to-Machine), ระบบชำระเงินออนไลน์ที่สะดวกสบาย และเครือข่ายสำหรับการใช้งาน IoT ซึ่งกลุ่มลูกค้าได้ขยายตัวออกไปในแขนงอื่น อาทิ สาธารณูปโภค ห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมการผลิต บ้านและเมืองอัจฉริยะและอื่น ๆ อีกมากมาย ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ธุรกิจค้าปลีกยังได้รับประโยชน์จากข้อมูลในการสร้างรูปแบบใหม่ทางธุรกิจ เช่น การบริการที่รองรับลูกค้าและธุรกิจได้แม่นยำยิ่งขึ้น ปัจจุบันลูกค้ารับข่าวสารจำนวนมากผ่านทางอุปกรณ์มือถือ ทั้งจากตำแหน่งที่อยู่และพฤติกรรมการซื้อของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคของ IoT ทำให้เกิดจุดเชื่อมต่อกับลูกค้ามากขึ้น ซึ่งหมายถึงโอกาสใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นอย่างไม่รู้จบ เช่น สามารถแก้ปัญหาเรื่องวงจรการผลิตให้หมดไป และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการจัดการสินค้าคงคลังได้ลงตัว



ในยุคที่เต็มไปด้วยข่าวสารและข้อมูล เจ้าของแบรนด์สินค้าจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงมาจากลูกค้าและตอบโจทย์ต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ต้องรู้ให้ได้ว่า ลูกค้าใช้แอพของเราอย่างไร และเพื่ออะไร แถมยังต้องรู้ว่า ทิศทางข้อมูลทั้งตลาดนั้นจะดำเนินไปอย่างไร และจะสร้างโอกาสจากนวัตกรรม 5G ได้อย่างไร

ปัจจุบันมีเจ้าของแบรนด์หลายรายกำลังทำงานแบบควบคู่กันไปกับการจ้างบริษัทวิเคราะห์ทางการตลาด ในการสำรวจข้อมูลพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้บริโภค เพื่อสามารถระบุและใช้วางแผนในการสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่จะสร้างมูลค่าของแบรนด์กลับไปยังลูกค้านั่นเอง

การก้าวสู่โลกของ 5G และ IoT คือ เรากำลังจะได้เจอกับปริมาณข้อมูลมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา ซึ่งจะทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลมีความสำคัญต่อแบรนด์มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ข้อมูลทั้งที่เป็นรูปแบบการใช้งาน พฤติกรรมรวมถึงความชอบและประสบการณ์ของลูกค้า ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกจับคู่ด้วยวิธีการและรูปแบบทางเทคนิคที่ก้าวล้ำและข้อมูลทุกส่วนนั้น จะถูกวิเคราะห์ทั้งหมด เพื่อให้เจ้าของแบรนด์เกิดความเข้าใจในตัวลูกค้าอย่างถ่องแท้ชัดเจน การนำเอาข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากระบบวิเคราะห์อัจฉริยะนั้น จะช่วยให้เจ้าของแบรนด์มีข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจ พร้อมทั้งตอบแทนลูกค้าตัวจริงของธุรกิจได้ตรงใจ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า IoT นั้น เข้ามาปฏิวัติพวกเราทุกคนทั้งวิถีชีวิต การทำงาน และการพักผ่อนจากการทำให้ธุรกิจนั้นเกิดประสิทธิภาพและทำธุรกิจสะดวกขึ้น ถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจต่าง ๆ จะนำเอา IoT มาสร้างให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ หรือเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,307 วันที่ 22-25 ต.ค. 2560



ฐานเศรษฐกิจ IoT 5G เทคโนโลียี