จีนเล็งอิงค่าหยวนกับตะกร้าเงิน เลิกโยงกับดอลลาร์สกุลเดียว คาดจะส่งผลค่าหยวนลดลงอีก

18 December 2015






การประกาศของธนาคารกลางจีนเมื่อเร็วๆ นี้ว่าจะเริ่มมาตรการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน หรือ เหรินมินบี ด้วยการอ้างอิงกับตะกร้าเงินที่มีสกุลเงินหลากหลาย แทนการอิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพียงอย่างเดียวนั้น ทำให้เกิดความคาดหมายว่าเร็วๆ นี้อาจจะมีการปรับลดค่าเงินหยวนกันอีกระลอกและถึงแม้ว่านั่นอาจจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจจีน แต่ก็ได้สร้างแรงกดดันให้กับประเทศคู่ค้าของจีนเป็นอย่างมาก ทั้งยังอาจส่งผลเขย่าตลาดการเงินทั่วโลก

ทั้งนี้ จีนได้อิงอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มาเป็นระยะเวลายาวนาน แม้ธนาคารกลางจีนยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะเริ่มอิงอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนกับตะกร้าเงินหลากสกุลเมื่อไร แต่หลายฝ่ายก็เริ่มจับตาแล้วว่า เร็วๆ นี้อาจจะมีการปรับลดค่าเงินหยวนลงมา เพราะครั้งล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม เมื่อธนาคารกลางจีนออกมาประกาศว่าจะปรับเปลี่ยนวิธีการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน สิ่งที่ตามมาก็คือการปรับลดลงของค่าเงินหยวนถึง 2% และหลังจากนั้นไม่กี่วันค่าเงินหยวนก็ยังลดลงมาอีกอย่างต่อเนื่องก่อนที่ธนาคารกลางจะเข้ามาแทรกแซงตลาดด้วยการใช้มาตรการสกัดไม่ให้ค่าเงินอ่อนยวบลงไปอีก นักวิเคราะห์กล่าวว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากำลังมีทิศทางการขยายตัวขณะที่ยุโรป ญี่ปุ่น และประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนากำลังชะลอตัว เงินดอลลาร์สหรัฐฯ จึงมีแนวโน้มแข็งค่า ฉะนั้นการที่จีนนำอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนไปอิงกับตะกร้าเงินหลากสกุลในช่วงเวลานี้ ก็อาจทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนลงไปอีกเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากดอลลาร์ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องในระยะ 2-3 เดือนข้างหน้า

เอสวาร์ ปราสาท นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ผู้เชี่ยวชาญด้านจีน ให้ความเห็นว่า การที่จีนบริหารอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนโดยการนำไปอิงกับตะกร้าเงินหลากสกุลแทนการอิงกับดอลลาร์สหรัฐฯเพียงสกุลเดียว จะทำให้การยกระดับเงินหยวนไปสู่สกุลเงินสากลที่มีอัตราแลกเปลี่ยนตามกลไกตลาดมีความสะดวกราบรื่นมากขึ้น ซึ่งผลพวงที่ตามมาของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ก็คือเงินหยวนจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลงไปอีกเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทที่เงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้า "แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอการเติบโตและการส่งออกก็ยังคงซบเซา"

นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ด้วยว่า ความเป็นไปได้ที่ว่าเงินหยวนจะปรับค่าลดลง อาจจะเพิ่มความยุ่งยากในการตัดสินใจให้กับคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ที่มีกำหนดประชุมกันในสัปดาห์นี้ ว่าถึงเวลาที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นแล้วหรือยัง โดยก่อนหน้านี้ ทั้งนางเจเน็ต เยลเลน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของเฟดได้ออกมาส่งสัญญาณว่า พวกเขาน่าจะเริ่มขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม หากเงินหยวนปรับค่าลดลง ก็จะส่งผลให้สินค้าจีนที่มุ่งหน้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ยิ่งมีราคาถูกลง และลดโอกาสที่ราคาสินค้าในภาพรวมของสหรัฐฯ จะขยับราคาสูงขึ้น ทั้งนี้ สถิติในปี 2557 พบว่า ราคาสินค้านำเข้าในตลาดสหรัฐฯ มีราคาลดลงเกือบ 10 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกปรับลดลงตามราคาน้ำมัน แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากอัตราค่าเงิน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,114 วันที่ 17 - 19 ธันวาคม พ.ศ. 2558


ประเทศจีน เศรษฐกิจจีน ธนาคารกลางจีน เศรษฐกิจโลก เงินหยวน