กองทุนรวม 9 เดือนโต 2 แสนล. ‘บัวหลวง’ทะลุเป้า ชูอินเดียเด่น-จ่อออกหุ้นจีนปีหน้า

14 October 2017






กองทุนรวม 9 เดือนแรกแตะ 4.85 ล้านล้านบาท โต 4.34% จากสิ้นปีก่อน“กองทุนอสังหาฯ กลุ่มเจริญ” ฉุดเอ็นเอวีหาย 7 หมื่นล้าน “ตราสารหนี้-หุ้น” ยอดพุ่ง “บลจ.บัวหลวงฯ” เผย B-SENIOR เงินไหลกว่าหมื่นล้าน

สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2560 กองทุนรวมทั้งระบบมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) จำนวน 4,850,593 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 201,609 ล้านบาท หรือ 4.34% จากสิ้นปี 2559 ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 4,648,984 ล้านบาท แต่ลดลง 60,071 ล้านบาท หรือ 1.22% จากสิ้นเดือนสิงหาคม 2560 อยู่ที่ 4,910,665 ล้านบาท

ทั้งนี้ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่ลดลงจากเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นผลจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จำนวน 3 กองทุน มูลค่ารวมประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท ของกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เพิกถอนหน่วยลงทุนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา



นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวงเปิดเผยว่า บริษัทสามารถขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมเติบโตเกือบ 10% จากสิ้นปีก่อน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 8% โดยปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมทั้ง 3 ธุรกิจเพิ่มขึ้นอยู่ที่กว่า 8 แสนล้านบาท จากสิ้นปี 2559 มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 746,793 ล้านบาท

“กองทุนรวมที่เติบโตมากในปีนี้ ได้แก่ กองทุนผสมบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-SENIOR) ซึ่งเป็นกองทุนสำหรับวัยเกษียณ ลงทุนตราสารหนี้และเงินฝาก70%โดยที่เหลือ 30% ลงทุนในหุ้น ซึ่งปีนี้เติบโตถึงหมื่นล้านบาท จาก 4 ปีที่ผ่านมาจัดตั้งกองทุนออกมามียอดไอพีโอกว่า 600 ล้านบาท ส่งผลให้ขนาดกองทุนแตะ 2 หมื่นล้านบาทแล้ว ส่วนกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น
ธรรมาภิบาลไทย (B-THAICG) ที่ไอพีโอล่าสุดมียอดกว่า 600 ล้านบาทและตั้งเป้าสิ้นปีแตะพันล้านบาท” นายพีรพงศ์ กล่าว

สำหรับแผนงานในปี 2561 เตรียมออกกองทุนใหม่ลงทุนในตลาดหุ้นจีนในไตรมาส 1ปี 2561โดยจะลงทุนทั้งในตลาด H-Shareและ A-Share เนื่องจากมองว่าจีนมีการพัฒนาที่ดีขึ้นและกรณี MSCI นำหุ้น A-Share เข้าคำนวณดัชนีในเดือนมิถุนายน 2561 จะดึงเงินเข้าลงทุนในจีนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบลจ.บัวหลวงฯยังไม่มีกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นจีนโดยเฉพาะ มีแต่กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน (B-ASIAN) ซึ่งลงทุนบางส่วน

นายพีรพงศ์ กล่าวว่า นอกจากตลาดหุ้นจีนแล้วบลจ.บัวหลวงฯมองตลาดหุ้นอินเดียน่าสนใจเป็นลำดับแรก แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงมาแต่มองเป็นการปรับฐานระยะสั้น ในขณะที่แนวโน้มระยะกลางถึงยาวยังมีทิศทางที่ดีจากนโยบายปฏิรูปประเทศที่เห็นผลบวกมากขึ้นขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดเติบโตสูงเฉลี่ย20%จึงมองการปรับฐานของตลาดหุ้นอินเดียเพื่อไปต่อ

สำหรับกองทุนในประเทศที่อยู่ในแผน คือ การเพิ่มขนาดกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) รวมทั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสำนักงานออฟฟิศให้เช่า, โรงแรมและศูนย์การค้า ซึ่งได้ยื่นแบบไฟลิ่งไปแล้วบางกอง

ด้านแนวโน้มการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้อาจผันผวนตามแรงขายทำกำไร ซึ่งที่ผ่านมาเริ่มเห็นนักลงทุนต่างชาติขายตราสารหนี้ไทยออก ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็ง จากที่ผ่านมาเงินบาทแข็ง ทำให้นักลงทุนต่างชาติทำกำไร ส่วนการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)มองว่าตลาดคาดการณ์ไว้แล้วจะขึ้นอีก 1 ครั้งในปีนี้และปีหน้า 3 ครั้ง จึงไม่น่ากระทบตลาดและคาดว่าเงินลงทุนต่างชาติที่ขายทำกำไรออกไปน่าจะเป็นลักษณะของการทยอยขายเหมือนตอนเข้ามาลงทุน เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยหากปรับตัวลดลงมองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้น รับปีหน้าเศรษฐกิจเติบโตและมีโรดแมปเลือกตั้ง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,304 วันที่ 12 - 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560


อินเดีย หุ้นจีน กองทุนรวม บัวหลวง