Saab นำร่องลงทุน จับมือ‘อมตะ’ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินป้อนภูมิภาค

11 October 2017






“ซาบ”ร่วมทุน “อมตะ”ตั้งบริษัทผุดโครงการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน ป้อนเมืองการบินภาคตะวันออกและในภูมิภาคนี้ คาดเริ่มก่อสร้างโรงงานได้ราวต้นปีหน้า ด้วยเม็ดเงินลงทุนไม่ตํ่ากว่าพันล้านบาท

จากที่ผู้บริหารบริษัท ซาบ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ประจำประเทศไทย ได้เข้าพบนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และร่วมหารือกับสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(สกรศ.) เมื่อช่วงเดือนเมษายน 2560 แสดงความสนใจที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมอากาศยาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี และได้ลงสำรวจพื้นที่จริงไปแล้วนั้น

ล่าสุดเป็นการตอกยํ้าการเข้ามาลงทุนของซาบ อีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา ทางบริษัท Saab AB จากสวีเดน ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู) กับทางบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในโครงการ Amata Aerospace City ที่จะนำไปสู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเมืองอากาศยาน ในนิคมฯอมตะนคร จังหวัดชลบุรี

นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้ เป็นผลจากที่ทางซาบและอมตะ ได้มีการหารือร่วมกันมา 3-4 เดือนแล้ว เนื่องจากทางซาบมีความสนใจที่จะลงทุนในโครงการผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่เครื่องบินทางพาณิชย์และทางการทหาร ป้อนให้กับสนามบินอู่ตะเภาหรือเมืองการบินภาคตะวันออก และในภูมิภาคนี้ รวมถึงจะจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมนักบินและช่างซ่อมเครื่องบิน ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ เพื่อจะรองรับอุตสาหกรรมการบินที่เติบโตเป็นอย่างมากของโลก

ประกอบกับทางบริษัท อมตะฯมีนโยบายในการแสวงหาโอกาสการลงทุนหรือการขยายกิจการเพิ่มมากขึ้น นอกจากการใช้เช่าหรือขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม จากการหารือดังกล่าว จึงบรรลุไปสู่ข้อตกลงที่จะร่วมทุนในการดำเนินงานดังกล่าว โดยจะมีการตั้งเป็นบริษัทใหม่ขึ้นมาดำเนินการ มีทางซาบเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ รวมทั้งการเจรจาในสัดส่วนการถือหุ้น ที่คาดว่าจะได้ข้อยุติภายในปีนี้ และคาดว่าจะสามารถจัดตั้งบริษัทและเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างได้ประมาณต้นปี 2561

สำหรับเม็ดเงินลงทุนและขนาดของโครงการนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องขึ้นกับผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ แต่มองว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ในระยะแรกอาจจะใช้เงินลงทุนไม่ตํ่ากว่า 1,000 ล้านบาท และอาจจะใช้พื้นที่ในการตั้งโรงงานผลิตและศูนย์ฝึกอบรมไม่มากนัก เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง

“การลงนามครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การร่วมทุนกันได้ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอีอีซีให้เกิดขึ้น ซึ่งอากาศยานถือเป็น 1 ในเป้าหมายของการพัฒนาใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด ดังนั้น ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการช่วยกระตุ้นนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในอีอีซีได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ก็เห็นชัดแล้วว่า มีนักลงทุน 3-4 ราย จากสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป มีความสนใจที่จะมาลงทุนในอุตสาหกรรมอากาศยานเพิ่มขึ้น และได้มาสำรวจที่ตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมของอมตะแล้ว”

Mr.Hakan Buskhe ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Saab AB กล่าวว่า การพัฒนาอีอีซีของรัฐบาลถือว่าเป็นนโยบายที่ดี ซึ่งซาบสนับสนุนและสนใจที่จะลงทุนในพื้นที่นี้เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคนี้ที่จะเป็นโอกาสของนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุน ซึ่งการร่วมลงทุนกับอมตะ เพราะเห็นว่ามีแนวความคิดในการพัฒนาธุรกิจที่ตรงกัน และนิคมฯอมตะมีความพร้อมในด้านต่างๆ รองรับ โดยเฉพาะการนำนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครมาพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะ โดยใช้เงินลงทุนไปราว 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีเมืองอากาศยานอัจฉริยะรวมอยู่ด้วย จึงนำไปสู่การร่วมลงทุนในครั้งนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,303 วันที่ 8 - 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560


ภูมิภาค อมตะ Saab ชิ้นส่วนเครื่องบิน