WHAUPตั้งเป้าผู้นำเอเชีย เกาะเขตเศรษฐกิจEECดันโตทั้งกลุ่มนิคม-ยูทิลิตี

23 September 2017






WHAUP โฟกัสแผนลงทุนปี 2561 โซลาร์รูฟและขยะอุตสาหกรรม มั่นใจอานิสงส์ EEC ดันโต ชิมลางลงทุนต่างประเทศ CLMV ครอบคลุมทั้งนํ้า-ไฟ ตั้งเป้าผู้นำเอเชียทั้งยอดขายและกำไร

นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ฯ (WHAUP) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แผนการลงทุนของบริษัทในปี 2561 มุ่งไปที่การเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงานอุตสาหกรรม (โซลาร์รูฟ) โรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะอุตสาหกรรม ภายในนิคมอุตสาห กรรมในกลุ่ม ดับบลิวเอชเอ (WHA) และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งกลุ่มบริษัทได้เปรียบของปริมาณพื้นที่นิคมกว่า 1 หมื่นไร่ กระจายใน 8 นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง ชลบุรี และสระบุรี ถือเป็นจุดแข็งของกลุ่ม WHA โดยมองว่าโอกาสการเกิดโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ยังมีความต้องการของผู้ใช้พลังงานในเขตอุตสาหกรรม เพียงแต่ขนาด SPP จะเล็กลง

วิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ฯ (WHAUP)



นอกจากนี้กลุ่ม WHA จะเติบโตและได้ประโยชน์จากโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จากปริมาณการผลิตนํ้าในนิคมอุตสาหกรรมซึ่ง WHAUP มีมากที่สุดในปีที่ผ่านมา 96 ล้านลูกบาศก์เมตร และปีนี้ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ WHAUP มีโอกาสมากกว่าผู้ประกอบการรายอื่นในการให้บริการและความต้องการใช้นํ้าของลูกค้าใหม่ และอุตสาหกรรมที่เติบโตทำให้ลูกค้าเก่ามีความต้องการใช้นํ้าเพิ่ม

ส่วนธุรกิจโรงไฟฟ้า ที่จะได้ประโยชน์จาก EEC ที่จะมีโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เข้ามาตั้งในพื้นที่ของ WHA และผลจากการเติบโตของ EEC ปริมาณโรงงานอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดขยะอุตสาหกรรม รวมทั้งขยะชุมชนมากขึ้น ถือเป็นโอกาสสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะ

“การทำธุรกิจยูทิลิตีของบริษัท จะเลือกธุรกิจที่มีโอกาส โฟกัสไปที่โซลาร์รูฟ ขยะอุตสาห กรรมและขยะชุมชน โดยหวัง EEC เป็นแม่เหล็กให้เกิดการใช้เชื้อเพลิงและพลังงาน ซึ่ง WHAUP จะโตได้ทั้งการใช้นํ้า-ไฟฟ้า ของลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่า รวมทั้ง กลุ่ม WHA ที่จะได้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่กว่า 1 หมื่นไร่ ในระยองและชลบุรี ดังนั้นนิคมอุตสาหกรรม จะช่วยตอบโจทย์ มีทั้งผู้ใช้พลังงาน มีโรงงานเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบผลิตไฟฟ้าจากขยะให้กับ WHAUP”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงการตั้งบริษัท ดับบลิวเอชเอยูพี อินเตอร์เนชั่นแนลฯ มีเป้าหมายเป็นบริษัทลงทุนในต่างประเทศในกลุ่ม CLMV โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการลงทุนแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เบื้องต้นมองการลงทุนที่ประเทศเวียดนามและเมียนมา ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง คาดว่าธุรกิจผลิตนํ้าใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมน่าจะเกิดก่อน เนื่องจากใช้เงินทุนไม่มาก ระยะเวลารับรู้รายได้เร็วกว่า ธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ต้องมีพันธมิตรท้องถิ่นของประเทศที่ไปลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงธุรกิจ ปัจจุบันยังไม่มีสัญญาขายไฟฟ้า (PPA)ในต่างประเทศ ช่วงแรกไม่ได้คาดหวังรายได้จากการลงทุนในต่างประเทศมากนัก เป็นเพียงขั้นแรกของการก้าวไปลงทุนอย่างระมัด ระวังเท่านั้น ซึ่งการลงทุนในประเทศ ยังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของ WHAUP

“เป้าหมายของ WHAUP คือ การเป็นผู้นำยูทิลิตีในเอเชีย ที่ให้บริการครอบคลุมหลายด้าน ทั้งนํ้า-ไฟ และสาธารณูปโภคอื่นๆ ซึ่งการเป็นลีดเดอร์มองการเติบโตที่ชัดเจนของรายได้ ยอดขายและกำไร โดยปี 2561 จะมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า 500 เมกะวัตต์ สัดส่วนรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าจะนำธุรกิจนํ้า จากปี 2560 มีสัดส่วนเท่ากัน 50:50” นายวิเศษ กล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,298 วันที่ 21 - 23 กันยายน พ.ศ. 2560


ผู้นำ EEC เอเชีย WHAUP เขตเศรษฐกิจ