PEA ครบรอบ 57 ปี ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย มุ่งสู่ยุคดิจิทัล ‘PEA 4.0’

14 September 2017





การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สถาปนาครบรอบ 57 ปี มุ่งเน้น พัฒนาบุคคลากรด้วยนวัตกรรม และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ยุคดิจิทัล PEA 4.0

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ก.ย. 2560 นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA เป็นประธานแถลงข่าวเนื่องในโอกาสวันสถาปนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ครบรอบ 57 ปี ภายใต้นโยบายการบริหารและพัฒนา PEA สู่การเป็นการไฟฟ้าแห่งอนาคต (The Electric Utility of the Future) เป็นปีแห่งความปลอดภัยในการทำงาน มุ่งเน้น "พัฒนาคนด้วยนวัตกรรม พัฒนางานด้วยเทคโนโลยี" โดยมีคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนร่วมรับฟัง ณ ห้องประชุมคณะกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ชั้น 23 อาคาร LED สำนักงานใหญ่ PEA กรุงเทพฯ

 

F9H_5733


 

นายเสริมสกุล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 57 ปีที่ผ่านมา PEA  ได้มุ่งมั่นให้บริการพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด ทั้งในด้านคุณภาพและบริการ ปัจจุบัน PEA มีพื้นที่การให้บริการ 74 จังหวัด สำนักงานให้บริการรวมกว่า 900 แห่งทั่วประเทศ จำนวนสถานีไฟฟ้า 546 แห่ง ระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูงประมาณ 306,132 วงจร-กิโลเมตร รองรับลูกค้ากว่า 19 ล้านราย ซึ่งมีความต้องการใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดรวม 21,210.26 เมกะวัตต์ ผลประกอบการในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2560 PEA กำไรสุทธิ 15,357 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าจะมีกำไรสุทธิรวมตลอดทั้งปี 2560 ประมาณ 24,917 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในปีนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ดังนี้

- รางวัลพัฒนาศูนย์ราชการสะดวก จากสำนักนายกรัฐมนตรี
- รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2560 ด้านการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสดีเด่นและรางวัล การดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
- รางวัล Special Achievement in GIS Award (SAG Award) ประจำปี 2560 ในงาน ESRI USER Conference 2017 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
- รางวัลองค์กรดีเด่น ด้านพลังงานไฟฟ้าเพื่อสังคม จากสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย
- รางวัลประกาศเกียรติคุณศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการโดดเด่นให้แก่ศูนย์ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของ กฟภ. 46 หน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมินขั้นสูง จากสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
- รางวัลประกาศเกียรติคุณ "บุคคลต้นแบบ" ด้านการมีส่วนร่วมส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตในองค์กร ประจำปี 2560 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.)
- รางวัลดีเลิศ แผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ด้านความโปร่งใส) จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.)
- รางวัลดีเลิศ แผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ด้านความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน) จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.)
- รางวัล 2ND Place และรางวัล Peoples Choice จากงาน Smart Energy Hackathon Southeast Asia ได้รับการรับรองเป็นอาคารเขียวตามมาตรฐาน Leadership in Energy & Environmental Design Existing Buildings : Operations and Maintenance (LEED EBOM) จาก U.S. Green Building Council (USGBC) ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ปทุมธานี ในระดับ Gold และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี ในระดับ Certified ซึ่งเป็นองค์กรภาครัฐแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองอาคารเขียวตามมาตรฐาน LEED EBOM ในระดับ Gold

 

F9H_5713


 

นายเสริมสกุล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ก้าวต่อไปของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในยุค PEA 4.0 จะเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมพัฒนาบุคลากร รองรับการเปลี่ยนแปลงและธุรกิจใหม่ พัฒนากระบวนการทำงานที่รองรับยุคดิจิทัล มีมาตรฐานงานบริการที่เป็นเลิศ มีระบบไฟฟ้าที่ทันสมัย มั่นคง เชื่อถือได้ ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ โดยมีโครงการและแผนงานที่สำคัญ อาทิ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้วิจัยและพัฒนาต้นแบบแพลทฟอร์ม ระบบบริหารและจัดการพลังงานอัจฉริยะ (PEA HiVE Platform) เป็นแพลตฟอร์มระบบบริหารและจัดการพลังงานสำหรับบ้านพักอาศัยที่นอกจากจะสามารถควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและรองรับรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ยังสามารถจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับพลังงานไฟฟ้าจาก Solar PV Rooftop และสามารถตรวจสอบ ติดตาม ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งจากในและนอกบ้าน ส่งผลให้ผู้ติดตั้งใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่และคุ้มค่ามากที่สุด

การเปิดตัวธุรกิจ EV Charging Station ในส่วนภูมิภาค ให้บริการสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า นำร่องที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.นครราชสีมา และมีแผนสร้างสถานีอัดประจุในเส้นทางหลักสู่เมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 5 เส้นทาง จำนวน 11 แห่งโครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่ง PEA ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินโครงการในวงเงินลงทุน 1,069 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการปี 2560-2563 โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Micro-Grid) ที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เงินลงทุน 265 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ ปี 2560-2562

 

F9H_5750


 

โครงการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนราษฎรรายใหม่ (คฟม.) ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทยจำนวน 131,629 ครัวเรือน (สถานะเดือน มิ.ย. 2560) ใช้งบประมาณรวม 3,687 ล้านบาท โดยขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้บ้านเรือนราษฎรรายใหม่แล้ว จำนวน 124,281 ครัวเรือน (93.67 % ของเป้าหมายทั้งโครงการ)

การจัดระเบียบสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าของ กฟภ. โดยลงนามสัญญาให้บริการพาดสายและหรือติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อบริหารจัดการการให้บริการและสามารถตรวจสอบและติดตามการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ รองรับเทคโนโลยีด้านการสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อภูมิทัศน์ที่ดี ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ

โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 จำนวน 4 พื้นที่ มี จ.เชียงราย นราธิวาส นครพนม และกาญจนบุรี ใช้งบประมาณรวม 4,000 ล้านบาท ปัจจุบันโครงการฯ ได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการฯ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2560 การพัฒนาพื้นที่ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ประกอบด้วย จ.ชลบุรี, จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ระยอง เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคตและเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า อาทิ โครงการเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ระยะที่ 3 (คชฟ.3) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์สั่งการจ่ายไฟ (คปศ.) โครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าในเมืองใหญ่ระยะที่ 1

 

F9H_5870


 

การอำนวยความสะดวกและรวดเร็วในงานบริการให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย อาทิ สำนักงาน PEA , PEA Shop , PEA Mobile Shop ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟ 1129 PEA Call Center อีเมล [email protected] เว็บไซต์ www.pea.co.th ซึ่งเชื่อมโยงไปยัง Social Media ของ PEA ได้แก่ Facebook , Twitter , YouTube , Instagram นอกจากนี้ ยังมี PEA Mobile Application และ PEA Line Application บริการประชาชนด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายตอบสนองความต้องการได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสุดท้าย การดำเนินงานด้าน CSR เพื่อการเติบโตคู่กับสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม  โดยได้ดำเนินโครงการไปแล้ว 74 ชุมชน ปลอดภัยใช้ไฟ PEA

- โครงการ PEA ห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ มอบอุปกรณ์การแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วประเทศ
- โครงการ PEA ใส่ใจทุกชีวิต บริจาคโลหิต 10 ล้านซีซี
- โครงการปล่อยช้างคืนสู่ป่า
- โครงการ PEA รวมใจประชารัฐ รักษ์น้ำ สร้างฝาย 65 ฝาย

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมโครงการ "มหาดไทย 5 รัฐกิจสัมพันธ์ รวมพลังสร้างสุขให้ประชาชน" ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย 5 แห่ง ได้แก่ กฟภ., กฟน., กปน., กปภ. และองค์การตลาด กับ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดฝึกอบรมหลักสูตร "การตัดต้นไม้ให้ถูกต้องตามหลักรุกขกรรม" เทคนิคการตัดต้นไม้ การปฏิบัติเรื่องความปลอดภัยในการตัดต้นไม้ใกล้แนวระบบไฟฟ้า รวมถึงร่วม "โครงการเยาวชนกับการอนุรักษ์พลังงาน" ภายใต้บันทึกข้อตกลงโครงการความร่วมมือด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ระหว่าง 3 การไฟฟ้า ปี 2558-2560 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานไฟฟ้าแก่เยาวชนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างจิตสำนึกที่ดี ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่าและปลอดภัย

ในปี 2560 PEA ยังจัดทำโครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าส่องสว่างพร้อมติดตั้งหลอดประหยัดไฟ LED ให้กับโบราณสถานที่มีชื่อเสียง 9 แห่ง ทั่วประเทศ

และเนื่องในโอกาสเดือนกันยายนเป็นเดือนแห่งการสถาปนาครบรอบ 57 ปี PEA จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมด้านวิชาการ นวัตกรรม ความปลอดภัยในการทำงานและจัดการแข่งขันกีฬา PEA มินิมาราธอน"

 

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว


ฐานเศรษฐกิจ กฟภ. ยุคดิจิทัล การไฟฟ้า PEA PEA 4.0