"อภิสิทธิ์" ยอมรับรัฐบาลแห่งชาติเกิดยาก

12 September 2017






"มาร์ค" ชี้รัฐบาลแห่งชาติเป็นไปได้ยาก เพราะคนตื่นตัวและมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น คาดเลือกตั้งครั้งต่อไปโซเซียลมีเดียจะมีอิทธิพลมากขึ้น

- 12 ก.ย. 60 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ปาฐกถาในหัวข้อ "จากนักวิชาการสู่นายกรัฐมนตรี ภาพการเมืองที่เปลี่ยนไปของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ว่า ในวันนี้ตนเห็นว่าถ้ามองเบื้องต้น การเมืองเหมือนจะไม่เปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในแง่ของความกังวลว่าไม่สามารถวิจารณ์รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารได้อย่างเต็มที่ แต่ความจริงแล้วมีความเปลี่ยนแปลงมากนับจากสมัยการยึดอำนาจของคณะคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ปี 2534 มาจนถึงสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปี 2557 ตั้งแต่การมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี จนมาถึง พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ แล้วต่อมาก็มีการรัฐประหารด้วยเหตุผลว่ารัฐบาลมีการทุจริต ซึ่งเป็นเหตุผลที่เหมือนกับในสมัยนี้


เหตุการณ์เหล่านี้ก็นำไปสู่ความคิดว่าจะต้องมีการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปสื่อสารมวลชน และปฏิรูปด้านต่างๆขึ้น จนนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญในปี 2540 แต่อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญ 2540 แม้จะให้มีการตรวจสอบรัฐบาลแต่ก็ทำให้รัฐบาลเข้มแข็งมากเช่นกัน จนนำไปสู่การมีรัฐบาลของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ได้รับคะแนนนิยมอย่างล้มหลามในการเลือกตั้งปี 2548 แต่ในด้านกระบวนการตรวจสอบรัฐบาลจากองค์กรอิสระ รวมถึงสื่อสารมวลชนนั้นกลับถูกแทรกแซง ในปี 2535 ประเทศไทยเคยได้รับการยอมรับว่ามีสื่อสารมวลชนที่มีอิสระที่สุดในภูมิภาค แต่ปรากฏว่า 10 ปีต่อมา สถิตินี้กลับตกต่ำลงไปมาก และในปัจจุบันก็ยังตกต่ำอยู่ เพราะว่าปัจจุบันนั้นกลุ่มทุนมีอิทธิพลต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน พอสื่อถูกแทรกแซง องค์กรอิสระถูกแทรกแซง การตรวจสอบไม่สามารถดำเนินไปได้ ก็จะนำไปสู่การเมืองบนท้องถนน และนำไปสู่ความรุนแรง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ตนว่ามานี้ ปัจจุบันเราก็ยังเผชิญอยู่และไม่รู้ว่าจะไปจบที่ตรงไหน ในปัจจุบันสังคมยังไม่ได้มีการมาพิจารณาถึงวิสัยทัศน์ที่จะเดินหน้าประเทศไทยอย่างชัดเจน ในตอนนี้ตนเห็นว่าแม่น้ำ 5 สายนั้น พยายามจะทำให้โครงสร้างการเมืองกลับไปก่อนปี 2535 อาทิ การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยมี ส.ว.ร่วมด้วย ซึ่งบางคนก็เรียกระบบนี้ว่าเปรมโมเดล และล่าสุดก็มีการพูดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ ที่จะเอาคนกลางเข้ามา


สำหรับตนมองว่าแนวคิดรัฐบาลแห่งชาตินั้นเป็นไปได้ยากมาก เพราะในปัจจุบันประชาชนมีความตื่นตัวในเรื่องสิทธิเสรีภาพมาก มีความตื่นตัวตอนไปเลือกตั้งมากกว่าแต่ก่อน ที่ผ่านมาการรัฐประหารทั้ง 2 ครั้ง ทั้งปี 2549 และปี 2547 นั้น ยอมรับว่าปัญหาส่วนหนึ่งก็มาจากนักการเมือง ดังนั้น ตนอยากให้มองภาพความเป็นจริงว่าจะแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร ปัญหาของประเทศนั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย แม้จะร่างกฎหมายมาดีเท่าไรแต่ถ้าคนจะหาช่องทางทุจริตมันก็ทำได้ ดังนั้น การแก้ปัญหาจะอยู่ที่วัฒนธรรมทางการเมือง ในต่างประเทศนั้นเขาไม่มีการบังคับว่านักการเมืองต้องมาสภา แต่เป็นเรื่องที่อยู่ในจิตใต้สำนึกอยู่แล้วว่าต้องทำหน้าที่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า การมาพูดว่าสร้างความปรองดองนั้นทุกคนจะคิดเหมือนกันคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าคิดแบบนั้นก็คงจะลำบาก ในปัจจุบันเทคโนโลยีนั้นมีบทบาทมากขึ้น โซเชียลมีเดียมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งตนคาดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปนั้นจะมีการต่อสู้ทางโซเชียลมีเดียค่อนข้างมาก ดังนั้นคำถามคือจะทำอย่างไรถึงจะทำให้ทุกคนจะได้รับรู้ข้อมูลต่างๆอย่างครบถ้วนรอบด้าน และทำให้เขาเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะถ้าเราอยากเห็นประชาธิปไตยดีขึ้น ทุกคนก็ต้องเป็นคนสร้างให้เกิดขึ้น


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ