ผวาเกษตรกรต้านค่าน้ำ จี้กรมทรัพย์รอบคอบก่อนออกกฎกระทรวง

12 September 2017





จับตา กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรนํ้า เตรียมลงพื้นที่สมุทรสงครามรับฟังความเห็น 12 ก.ย. นี้ แจงร่างกฎกระทรวง เกษตรเพื่อยังชีพไม่ถูกเรียกเก็บค่านํ้า แต่เชิงพาณิชย์ 50-1,000 ไร่ต้องเสีย มองฐานกว้างไป จี้อธิบดีไปทำการบ้านใหม่ ผวาเกษตรกรฮือต้าน

จากการที่ “ฐานเศรษฐกิจ” เปิดประเด็น “รีดภาษีคนใช้นํ้า ธุรกิจโดน 6 เท่า” ซึ่งจะเป็นผลพวงจาก ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ทรัพยากรนํ้า พ.ศ. ...ของกรมทรัพยากรนํ้าที่ได้ยกร่างมาตั้งแต่ปี 2545 ล่าสุดความคืบหน้าร่างพ.ร.บ.อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญโดยมี พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ประธานคณะรับ
หลักการเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2560 จะใช้เวลาพิจารณา 60 วัน ล่าสุดขยายเวลา 4 รอบแล้ววันครบกำหนดวันที่ 27 ตุลาคม 2560 โดยพิจารณาถึงมาตรา 80 แล้วจากทั้งหมดมี 9 หมวดรวม 100 มาตรา

TP08-3295-1B
นายสุรจิต ชิรเวทย์กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรนํ้า พ.ศ. ... เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าจากที่ได้ทำงานพิจารณาร่างกฎหมายมา 6 ปียังไม่เคยเครียดเท่าการพิจารณาร่างกฎหมายนี้มาก่อน เนื่องจากเป็นกฎหมายที่เก่ามากและจำเป็นต้องมีการปรับแก้ในรายละเอียดทุกมาตรา และยังมีข้อถกเถียงกันอยู่มาก แต่ถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีกฎหมายนํ้าที่เป็นกฎหมายกลางก็ควรจะมี

“ประเมินว่าหากจะขยายระยะเวลาพิจารณาร่างกฎหมายต่อไปอีกก็ต้องขยายจะไปเร่งรีบไม่ได้ เพราะกฎหมายออกมาต้องสร้างความชอบธรรม ทั้งนี้สาเหตุที่ต้องมีกฎหมายเพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนํ้าถึง 42 หน่วยงานจาก 10 กระทรวง มี 37 พ.ร.บ. และมีร่างกฎกระทรวงกว่า 2,000 ฉบับ ในอดีตเมื่อเกิดวิกฤติด้านนํ้าเช่น มหาอุทกภัยปี 2554 ก็ไม่มีกฎหมายรองรับที่เห็นชัดเจน”

นายสุรจิต กล่าวอีกว่า ในวันที่ 12 กันยายน ทางคณะจะลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรนํ้าและการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม ลุ่มนํ้าท่าจีน และลุ่มนํ้าแม่กลองเพื่อนำมาปรับแก้ร่างกฎหมายให้เกิดความรอบคอบที่สุด

สอดคล้องกับนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ กรรมาธิการวิสามัญ กล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายนํ้าสาธารณะออกมา ตัวอย่างมีบริษัทผลิตนํ้าดื่มขายโดยใช้นํ้าจากแม่นํ้าแม่กลอง ทำหนังสือมาขออนุญาตทางคณะกรรมการลุ่มแม่นํ้า ซึ่งทางคณะอนุญาตไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ สรุปทางบริษัทก็นำนํ้าจากแม่นํ้าไปใช้ผลิตแบบฟรี ก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งกฎหมายนี้ต้องการลดความเหลื่อมลํ้า

“ตัวอย่างในร่างกฎกระทรวงทรัพยากรฯ เกษตรกรต่อเนื่องจาก พ.ร.บ.นํ้าที่จะออกมาบังคับใช้ ผู้ปลูกข้าวไม่เกิน 50 ไร่ ระบุให้ใช้นํ้าฟรี (ดูกราฟิกประ กอบ) ส่วนเกษตรเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ 50-1,000 ไร่เสียลูกบาศก์เมตรละ 50 สตางค์ฐานกว้างเกินไปหรือไม่ ที่สำคัญอธิบดีกรมทรัพย์ฯไม่ควรจะจำกัดแค่พื้นที่อย่างเดียวควรจะกำหนดอัตราการใช้นํ้าด้วย เช่นสมมติพื้นที่ 1,000 ไร่ กำหนดการใช้นํ้า 1.2 แสนลูกบาศก์เมตร แต่วัดจริงใช้นํ้าแค่ 5 หมื่นลูกบาศก์เมตร จะเข้าข่ายนํ้าเกษตรพาณิชย์หรือไม่ หรือกรณีเลี้ยงวัว 20 ตัวเป็นเกษตรเพื่อยังชีพ แต่ปรากฏแม่วัวคลอดลูกออกมาเพิ่ม 2 ตัว จะต้องไปขออนุญาตหรือไม่ กรณีเสียค่านํ้าให้จ่ายส่วนเกินเฉพาะลูกโค 2 ตัวที่คลอดออกมาภายหลัง หรือจ่ายทั้งหมด 22 ตัว เป็นต้น เรื่องเหล่านี้อาจสร้างความสับสน และถูกต่อต้านจากเกษตรกรได้ ขณะที่ด่านแรกร่างพ.ร.บ.ต้องเข้าสู่ที่ประชุม สนช.หากข้อมูลของกฎหมายไม่ชัดเจนอาจถูกตีตกได้”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,295 วันที่ 10 - 13 กันยายน พ.ศ. 2560

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว


เกษตรกร พ.ร.บ.ทรัพยากรนํ้า