แอร์ไลน์ระสํ่าอีกหวั่นไซด์เอฟเฟกต์‘FAA’ดาวน์เกรด

5 December 2015






ธุรกิจการบินของไทยระสํ่าอีกหลัง FAA ประกาศดาวน์เกรดไทย ตอกยํ้าไม่ได้มาตรฐานของ ICAO ออกใบอนุญาตและกำกับดูแลสายการบิน ส่งผลห้ามแอร์ไลน์ไทยบินเข้าสหรัฐอเมริกายันกระทบภาพลักษณ์หนัก แต่ไม่กระทบต่อธุรกิจเหตุไม่มีเที่ยวบินเข้ามะกัน หวั่นบางประเทศขยายผลห้ามบิน ด้านบิ๊กแอร์ไลน์วิตกผล EASA เหตุกระทบทันทีหากถูกแบน

แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าล่าสุดสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้แจ้งผลแก่ประเทศไทยถึงการตัดสินใจของ สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FAA จะลดระดับประเทศไทยจากปัจจุบันอยู่ในประเภทที่ 1 (Category 1) ได้มาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือ ICAO ในการออกใบอนุญาตและทำการกำกับดูแลสายการบิน มาอยู่ในประเภทที่ 2 (Category 2) ไม่ได้มาตรฐานของ ICAO ในการออกใบอนุญาตและทำการกำกับดูแลสายการบิน ส่งผลห้ามสายการบินของไทยทำการบินเข้าสหรัฐอเมริกาโดย FAA มีแนวโน้มคาดว่าจะประกาศดาวน์เกรด ผ่านเว็บไซต์ของ FAA อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2558 ช่วงเวลา 20.00 น. (เวลาประเทศไทย)

ทั้งนี้ผลของการตัดสินใจดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26-28 ตุลาคม2558 FAA ได้เดินทางมาตรวจสอบความคืบหน้าในการแก้ไขข้อบกพร่อง ของกรมการบินพลเรือนหรือบพ. เดิม ที่ปัจจุบันปรับโครงสร้างเป็นสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) หลังจากได้เข้ามาตรวจสอบการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของบพ.และชี้แจงข้อบกพร่องให้แก้ไข เมื่อช่วงวันที่ 13 – 17 กรกฎาคม2558 ซึ่งในการตรวจสอบล่าสุด พบว่าสามารถแก้ไขข้อบกพร่องที่ FAA ติงไว้ได้ 20 ข้อ จากทั้งหมด 35 ข้อ มีอีก 15 ข้อที่ยังแก้ไขไม่เสร็จทันตามกำหนด

โดยอีก 15 ข้อที่แก้ไขไม่ทัน เป็นเรื่องหลัก ๆอย่างการพิจารณาการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (Air Operator Certificate Re-Certification) หรือทบทวนการออก AOC ใหม่ ให้แก่สายการบินต่างๆ ของไทย และการทบทวนการออกใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก (Airline Transport Pilot License หรือ ATPL ที่จะมีนักบินจำนวน 2,100 คนเข้าข่ายต้องมีการตรวจสอบใหม่ ซึ่ง FAA มองว่าการออกใบรับรองและใบอนุญาตที่ออกไปก่อนหน้านี้ ไม่เป็นมาตรฐานสากล เพราะผู้ตรวจและออกไลเซ็นส์ไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการออกไลเซ็นส์

ดังนั้นแม้เรื่องหลัก ๆ เหล่านี้ กพท.อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนแก้ไข ที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินงาน ไม่ใช่จะดำเนินการได้ภายในเวลา 3-4 เดือน และสิ่งที่ FAA ใช้เป็นตัวชี้การตัดสินใจคือไม่ได้มองที่แผนซึ่งอยู่ระหว่างการแก้ไข แต่ดูว่าต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จ ซึ่ง กพท.ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน โดยการเข้ามาตรวจสอบของ FAA ในครั้งนี้เป็นการตรวจสอบการจัดอันดับของประเทศตามโครงการInternational Aviation Safety Assessment หรือ IASA Program ที่ FAA ใช้กฎเกณฑ์ และมาตรฐานของ ICAO ตามภาคผนวกที่ 1: Personnel Licensing (ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่) , ภาคผนวกที่ 6: Operation of Aircraft (การปฏิบัติการบินของอากาศยาน) และภาคผนวกที่ 8: Airworthiness of Aircraft (ความสมควรเดินอากาศของอากาศยาน) เป็นแนวทางในการตรวจสอบ

แหล่งข่าวยังกล่าวต่อว่า การดาวน์เกรดประเทศไทยในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบในแง่ภาพลักษณ์ของด้านธุรกิจการบินของไทย แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจการบิน เพราะปัจจุบันไม่มีสายการบินของไทยทำการบินเข้าสหรัฐอเมริกา ยกเว้นจะเกิดผลกระทบลุกลามตามมา ในกรณีที่ประเทศอื่นๆ จะมีการนำผลการดาวน์เกรดประเทศไทยของ FAA ไปออกมาตรการห้ามสายการบินของไทยเข้าประเทศหรือเพิ่มมาตรการใดๆ ขึ้นอีกหรือไม่ ซึ่งแต่ละประเทศมีดุลยพินิจแตกต่างกัน รวมถึงยังต้องจับตาผลการประเมินของสำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งสหภาพยุโรป หรือEASA ในกลางเดือนนี้จะตัดสินใจว่าห้ามสายการบินของไทยทำการบินเข้าน่านฟ้ายุโรปหรือไม่ หลังFAA ดาวน์เกรดประเทศไทย

อย่างไรก็ตามการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยในการเดินอากาศทั่วโลก ระหว่างFAA กับ EASA มีความแตกต่างกัน โดยการตรวจสอบของ FAA จะให้ความสำคัญกับขีดความสามารถของกรมการบินพลเรือนของประเทศนั้น ๆ ว่าดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานICAO หรือไม่ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับขีดความสามารถของสายการบินแต่ละสายการบินของไทย ขณะที่ EASA จะให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเครื่องบินแต่ละลำที่บินเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศสมาชิกเป็นหลัก ซึ่งในการเข้ามาตรวจสอบของ EASA เมื่อวันที่ 9-13 พฤศจิกายน 2558 นอกจากจะเดินทางมารับฟังแผนในการแก้ไขของ กพท. และตรวจสอบ 2 สายการบินของไทยที่ทำการบินเข้ายุโรป คือ เอ็มเจ็ท(ไพเวท เจ็ท ชาร์เตอร์) และการบินไทย ซึ่งหลังการตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง ยอมรับว่ามีสัญญาณบวกจาก EASA ที่สายการบินของไทยจะไม่ถูกแบนหรือห้ามทำการบินเข้ายุโรป

แหล่งข่าว ยังกล่าวต่อว่า ไม่ว่าผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ เพราะปัญหาความล้าหลังในการกำกับดูแลการบินของหน่วยงานรัฐ เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน ทำให้ไม่สามารถพัฒนาองค์กรให้เป็นไปตามมาตรฐานของ ICAO ได้ แต่วิกฤติที่เกิดขึ้นก็เป็นโอกาสที่นำไปสู่การร่วมมือของทุกฝ่ายเพื่อแก้ปัญหา และแผนการแก้ไขที่กำลังเดินอยู่ในขณะนี้ ก็จะทำให้ กพท. มีความเข้มแข็งขึ้น ซึ่ง กพท.จะต้องโฟกัสการแก้ไขข้อบกพร่อง ที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (Significant Safety Concerns - SSC) ที่ ICAO ปักธงแดงไว้เป็นสำคัญ ซึ่งหากถอนธงแดงของICAO ได้เมื่อไหร่ ก็ถือเป็นการแก้ไขที่ต้นตอ และจะทำให้ FAA เลื่อนอันดับไทยขึ้นสู่ Category 1 เหมือนเดิม

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ไทยถูกFAA ดาวน์เกรด จะกระทบในแง่ของภาพลักษณ์ด้านการบินของไทย และอาจมีบางประเทศหยิบผลการพิจารณานี้ไปใช้เพื่อออกมาตรการต่าง ๆ ควบคุมสายการบินของไทย แต่ก็ไม่ใช่ทุกประเทศ เพราะในภูมิภาคนี้ไทยถือเป็นจุดบินที่มีความต้องการในการเดินทางสูงมาก

"สิ่งที่สายการบินวิตกคือผลการพิจารณาของ EASA มากกว่า หากไทยถูกแบนจากอียู ก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบิน แม้บางกอกแอร์ จะไม่ได้ทำการบินเข้ายุโรป แต่ก็มีความร่วมมือในลักษณะการทำการบินรหัสร่วม(โค้ดแชร์)ในเส้นทางจากยุโรป ที่หากถูกแบนจะทำโค้ดแชร์ไม่ได้ ทำได้เฉพาะการขายตั๋วแบบอินเตอร์ไลน์"

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)เผยว่า หากถูกห้ามบินเข้าสหรัฐอเมริกา จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง แต่จะไม่กระทบต่อรายได้ เพราะการบินไทยได้ยกเลิกจุดบินสู่ลอสแองเจลีส ไปแล้วเพื่อลดปัญหาการขาดทุน ทำให้ไม่มีจุดบินเข้าสหรัฐอเมริกาแล้วในปัจจุบัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,110 วันที่ 3 - 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558


ICAO องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ กระทรวงคมนาคม FAA ธุรกิจการบิน สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา