บตท.ออกสินเชื่อดูแลคนสูงวัย เล็งใช้บ้านคํ้ารับเงินไปดำรงชีพ/ลุ้นแก้ก.ม.ผ่านรัฐบาลชุดนี้

5 December 2015






บตท. เดินหน้าซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัย ปีหน้าตั้งเป้า 1หมื่นล้านบาทอัพ! เผยทิศทางนโยบายอนาคต "ค้ำประกันเงินกู้ฯผู้สูงอายุ ชี้เทรนสวัสดิการผู้สูงอายุและ Social Enterprise หนุนทิศทางนโยบายอนาคต โอดร่างแก้ไขกฎหมายค้างเติ่ง 4 ปียังไม่มีข้อสรุป

พรนิภา หาชัยภูมิ



ระหว่างการเร่งฟื้นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (เอสเอฟไอ) เพื่อลดความซ้ำซ้อนเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน โดยบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือ บตท. (เอสเอ็มซี) เป็น 1ใน 8 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ แนวปฏิบัติที่กำลังจะดำเนินงานต่อไปเห็นภาพชัดเจนขึ้นเมื่อ นางพรนิภา หาชัยภูมิ กรรมการและผู้จัดการ บตท. เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จริงๆ แนวปฏิบัติที่ผ่านมาของบตท.สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล คือ สนับสนุนกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) โดยมีความชำนาญในการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์หรือทำ Securitization เพื่อระดมเงินให้กับโครงการหรือหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับด้านที่อยู่อาศัย

โดยโมเดลที่กำลังจะดำเนินงานต่อไปยังสอดคล้องกับเอสเอ็มซีของต่างประเทศที่ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งแนวโน้ม บตท. พยายามจะซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยวงเงิน 1 หมื่นล้านบาทขึ้นไป จากปีก่อนอยู่ที่ 8.5 พันล้านบาท แต่ปีนี้ภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้อ จึงทำได้ประมาณ 9 พันล้านบาท ขณะที่มีสินทรัพย์รวมจำนวน 2 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันแนวโน้มการทำกำไรแม้จะไม่สูงมากโดยที่ผ่านมา 6-7 ปีมีกำไรต่อเนื่องจึงทยอยแก้ไขขาดทุนสะสม (ที่ค้างมาตั้งแต่ 7-8 ปี 448 ล้านบาท) ปัจจุบันมีเงินกองทุนอยู่ที่ 12%

สำหรับแนวทางปฏิบัตินั้น เนื่องจากตอนนี้นโยบายของ 8 เอสเอฟไอยังไม่นิ่ง แต่ 2 เดือนที่ผ่านมาได้หารือกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลังซึ่งดูแลด้านการทำธุรกรรมของ บตท. และธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) จะเป็นผู้กำกับ บตท. โดย สศค. ยังคงให้ทำหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดและร่างแก้ไขพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ.2540 คือ ร่างแก้ไขดังกล่าวผ่านทั้งผู้ถือหุ้น ผู้ดูแลธุรกรรมและผู้กำกับแล้ว(สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. , สศค. และ ธปท.) เสนอมาหลายสมัยโดยค้างมา 4 ปีแล้ว โดยยังไม่มีข้อสรุปจะเสนอร่างแก้ไขฯเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)

ทั้งนี้ร่างแก้ไขกฎหมายฯฉบับดังกล่าวนั้น เป็นไปตามคำแนะนำจากผลศึกษาของธนาคารแห่งเอเชีย (เอดีบี) เรื่องตลาดรองฯที่มองว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นบทบาทของ บตท. ที่ต้องดำเนินงาน ซึ่งต้นปีที่ผ่านมาเอดีบีได้ออกรายงานอีกครั้ง (2-3 ปีก่อนเคยออกมาแล้ว) โดยปีนี้เอดีบีบอกว่า Perception เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดีขึ้น และธนาคารพาณิชย์ให้การสนับสนุน ขณะเดียวกันเพื่อยืนยันถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยทาง บตท. เองได้ทำ Hearing กับ 17สถาบันการเงินเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นความสำคัญและสนับสนุนให้ บตท. ทำผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ในทางปฏิบัติต้องรอร่างแก้ไขฯออกมาก่อน

" หลังจากหารือกับ สศค. เป็นเรื่องทิศทางนโยบายยังคงให้ บตท. ทำหน้าที่ทั้ง ซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัย ค้ำประกันเงินกู้หรือค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยพ่วงผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุหรือ Reverse Mortgage ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับเอสเอ็มซีต่างประเทศเช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และมาเลเซีย ต้น" นางพรนิภากล่าวและว่า
ยกตัวอย่าง ในต่างประเทศจะมีหน่วยงานเฉพาะทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยในลักษณะเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีการกำหนดโมเดลให้อยู่รอดได้ด้วยตัวเอง แต่หากทำโมเดลให้รัฐเข้ามาชดเชยจะเป็นการเพิ่มหรือผลักภาระให้รัฐในระยะยาว สำหรับในเมืองไทย บตท. มีสถาบันการเงินพันธมิตรที่รับซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยซึ่งรู้จักกันดีอยู่แล้วแค่เพิ่มผลิตภัณฑ์การค้ำประกันฯโดยจะเป็นการค้ำที่สถาบันการเงินบริหารไม่ต้องโอนพอร์ตสินเชื่อมายัง บตท. แต่ บตท. จะรับความเสี่ยงให้ส่วนแรก (First Loss) ซึ่งจะกำหนดอัตราการรับความเสี่ยง ภายใต้เกณฑ์การค้ำประกัน หรือรับความเสี่ยงหรือค่าธรรมเนียมในการค้ำประกันที่เหมาะสม

นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ Reverse Mortgage นั้น ความตั้งใจเป็นสวัสดิการผู้สูงอายุที่มีที่อยู่อาศัยแต่ไม่มีสภาพคล่องหรือเงินดำรงชีพในบั้นปลาย ซึ่งปัจจุบันมีแรงกดดันสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นเมื่อมีความมั่งคั่งที่สะสมมาน่าจะนำมาหาประโยชน์ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตมาตรฐานเดิมโดยไม่แตกต่างจนเกินไป แนวทางคือ สถาบันการเงินหรือธนาคารปล่อยกู้โดย บตท. ค้ำประกันสินเชื่อโดยมีสินเชื่อที่อยู่เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

นางพรนิภากล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าร่างแก้ไขดังกล่าวสามารถผลักดันออกมาจนมีผลในทางปฏิบัติได้นั้น ทาง บตท. จะสามารถออก Covered Bond หรือ หุ้นกู้ที่มีสินเชื่อบ้านค้ำประกัน ซึ่งลักษณะเป็น MBS ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน แต่ MBS บริหารลำบาก เพราะตั้งแยกตั้งบริษัทขึ้นมาแต่ Covered Bond ตั้งเป็นทรัสต์ ซึ่งมีสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)กำกับในการออกหุ้นกู้ดังกล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,110 วันที่ 3 - 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558


สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เอสเอฟไอ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย บตท. นางพรนิภา หาชัยภูมิ