กองทุนล็อกกำไรหุ้น1,600จุด มอร์นิ่งสตาร์เผย3วันขายสุทธิ2.3พันล. กูรูมองอัพไซด์น้อย

7 September 2017






มอร์นิ่งสตาร์ฯ เผยตลาดหุ้นพุ่งพบเงินไหลออกสุทธิกองทุนหุ้นไทย 3 วันกว่า 2.3 พันล้าน ส่วนกองทุน LTFไหลออกสุทธิพันล้านบาท ประเมินปีนี้นักลงทุนรอซื้อ LTF ปลายปีหลังดัชนี 1,600 จุด

นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุนอาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)จำกัดเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงยืนเหนือระดับ 1,600 จุดในวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมานั้น พบกองทุนหุ้นไทย ไม่นับรวมกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลงทุนหุ้นไทย มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 280 ล้านบาท และมีเงินไหลออกสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 900 ล้านบาท ในวันที่ 30 สิงหาคม 2560 และไหลออกสุทธิ 1,150 ล้านบาทในวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่ 80% เงินไหลออกมากในกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ รวม 3 วันไหลออกสุทธิ 2,330 ล้านบาท

ในส่วนของกองทุน LTF มีเงินไหลเข้าสุทธิในกองทุนหุ้นไทยจำนวน 50 ล้านบาท ในวันที่ 28 สิงหาคม 2560 และวันที่ 29 สิงหาคมที่ดัชนีพุ่งขึ้นแรงกองทุน LTF มีเงินไหลออกสุทธิเพียง 7-8ล้านบาทและวันที่ 30-31 สิงหาคม 2560 มีเงินไหลออกสุทธิจำนวน 560 ล้านบาทและ 500 ล้านบาท ตามลำดับ

“ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นทะลุ 1,600 จุดในวันเดียว อย่างที่ไม่คาดคิดคาดว่าจะยิ่งทำให้นักลงทุนไม่กล้าเข้าซื้อกองทุน LTFเพราะต้นทุนสูงขึ้น อีกทั้งตลอดปีนี้นักลงทุนขายกองทุน LTFมาอย่างต่อเนื่อง เพราะดัชนีเคลื่อนไหวแคบๆ ทำให้นักลงทุนเลือกขายทำกำไรออกมาก่อน เพราะได้กำไรเฉลี่ย 5-6% ต่อปี จากการถือกองทุน 5 ปี จึงมองว่าปีนี้นักลงทุนคงจะไปรอซื้อLTF กระจุกตัวในช่วงปลายปีเหมือนเดิม ยกเว้นว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวลงแรงๆ อาจเริ่มมีเงินเข้าซื้อบ้าง” นายกิตติคุณ กล่าว

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2560 กองทุน LTF มีเงินไหลออกสุทธิ 15,390 ล้านบาท ขณะที่มีเงินไหลเข้าสุทธิกองทุนหุ้นไทย 14,899 ล้านบาท

ผู้จัดการกองทุนรายหนึ่ง กล่าวว่า การปรับตัวของตลาดหุ้นไทยยังเป็นที่จับตาของนักลงทุนว่าเงินลงทุนต่างชาติจะอยู่นานแค่ไหน เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าดัชนีที่ขึ้นทะลุ 1,600 จุดบวก 28 จุดในวันเดียว มาจากนักลงทุนต่างชาติที่เข้าซื้อ (Long) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของดัชนีระดับ 1,600 จุดไว้ จึงไล่ซื้อหุ้นขนาดใหญ่ เพื่อให้ดัชนีถึงเป้าหมาย หากเป็นเช่นนั้นจริงนักลงทุนก็ได้กำไรแล้ว จึงต้องจับตาความเคลื่อนไหวของต่างชาติ

นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด



นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด กล่าวว่า วันที่ดัชนีขึ้นแรงกองทุนหุ้นภายใต้การบริหารของบริษัทมีการปรับนํ้าหนักลงทุนในหุ้นบางตัวลง เพราะราคาปรับขึ้นเข้าสู่เป้าหมาย โดยเลือกลงทุนในหุ้นที่ราคายังไม่แพงและปัจจุบันกองทุนหุ้นถือเงินสดประมาณ 10% ของพอร์ตลงทุน

“ปีนี้เรามองหุ้นไทยอัพไซด์น้อยเนื่องจาก3กลุ่มหลัก ได้แก่ พลังงาน แบงก์และสื่อสารไม่ไปไหน จึงประเมินดัชนี 1,650 จุดในปีนี้และแนวโน้มดัชนีจากนี้ไปต่อได้ยากจึงต้องใช้กลยุทธ์เลือกหุ้นรายตัว” นายวินกล่าว

สำหรับธีมการลงทุนที่บริษัทให้นํ้าหนักลงทุนในปีนี้และแนวโน้มยังดีต่อเนื่องมี3ธีม ได้แก่ กลุ่มสินเชื่อบุคคลกลุ่มท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่องเช่นโรงแรม สนามบิน และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ รับเหมาก่อสร้างซึ่ง 3 ธีมลงทุนมีกำไรเติบโต 2หลัก นอกจากนี้เริ่มสนใจหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล

“ดัชนีหุ้นไทยที่ขึ้นมาเหนือ 1,600 จุดอย่างไม่คาดคิดนั้น มองว่าอาจเป็นไปได้ที่ตลาดหุ้นประเทศอื่นๆ ปรับตัวขึ้นไปแล้ว นักลงทุนต่างชาติจึงเริ่มกลับมามองหุ้นไทย” นายวิน กล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,294 วันที่ 7 - 9 กันยายน พ.ศ. 2560



กองทุน มอร์นิ่งสตาร์ อัพไซด์