ฐานโซไซตี : ธาตุแท้“ทักษิณ”! เลือกยอมรับสิ่งที่ตนได้ประโยชน์

3 September 2017







ฐานโซไซตี
โดย... ว.เชิงดอย

ธาตุแท้“ทักษิณ”! เลือกยอมรับสิ่งที่ตนได้ประโยชน์



อยู่ “เฉย” ไม่ได้ ในที่สุดก็ต้องเผย“ธาตุแท้” หรือ “ตัวตนที่แท้จริง” ออกมาเมื่อทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยกคำพูดของ “มงแต็สกีเยอ” นักรัฐศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ขึ้นมาโพสต์บนโลกออนไลน์ว่า “ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือในนามของกระบวนการยุติธรรม”...ที่บอกว่าเผย “ธาตุแท้” ออกมา ก็เพราะไม่ว่าคดีอะไรก็ตามที่ “ตนเอง” หรือ “คนใกล้ชิด” เสียประโยชน์ ก็มักจะออกมาโจมตี “กระบวนการยุติธรรมไทย” ว่าไม่เป็นธรรมบ้าง 2 มาตรฐานบ้าง ซึ่งเป็นแบบนี้มาตลอด โดยไม่เคยหันกลับไป “พิศพิเคราะห์” ความผิดพลาด บกพร่อง ในสิ่งที่ตนเองหรือ “บริวารว่านเครือ” ทำมาว่ามันเป็นสิ่ง “ผิดพลาดมหันต์” อย่างที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้ท้วงติงและศาลตัดสินออกมาหรือไม่



“คดีจีทูจีข้าว” ที่ศาลฎีกานักการเมืองตัดสินออกมาแล้ว หรือแม้แต่ “คดีจำนำข้าว” ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวตัวเอง ที่ศาลจะพิพากษาในวันที่ 27 กันยายนนี้นั้น ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาอย่างไรก็ตาม ทุกคน ทุกฝ่าย ควร “ยอมรับ”ในกระบวนการยุติธรรมของไทย มิใช่ “เลือก” ที่จะยอมรับในสิ่งที่พรรคพวกตัวเองได้ประโยชน์ แล้วออกมาบอกว่า “ศาลไม่ให้ความเป็นธรรม” พออะไรก็ตาม เป็นโทษกับฝ่ายตนเอง ก็มักจะออกมาโจมตีกระบวนการยุติธรรมของไทย อย่างนี้มัน “มาตรฐานเดียว” แต่เป็นมาตรฐานในสิ่งที่ “กูต้องได้ประโยชน์” หลักการที่ถูกต้องคือ เกิดเป็นคนไทย ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยก็ต้องยอมรับ กฎ กติกา ที่คนส่วนใหญ่เขายอมรับกันให้ได้ ถ้ายอมรับไม่ได้ เสมือน “บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป” ก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนพื้นแผ่นดินไทย มิใช่หรือ?



เมื่อ ยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถอยู่เมืองไทยได้ เพราะ “หนี” ไม่อยู่สู้ฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ก่อให้เกิดความหวั่นไหวต่ออนาคตของ “พรรคเพื่อไทย” ที่จะดันใครขึ้นมาเป็น “ตัวชูโรง” หรือหัวหน้าพรรค ในการเดินหน้านำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง ล่าสุด

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่า“ไม่มีโอกาสนั้นเนื่องจากพรรคเพื่อไทย มีหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว”... เอะใครกันที่จะอาสารับใช้ ทักษิณ ขึ้นมาเป็นตัวตายตัวแทนคนต่อไป ไม่อยากคาดเดาว่าเป็นใคร ขอให้รอดูกันต่อไปดีกว่า





ปิดฉากเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว สำหรับ “คดีสลายม็อบ นปช.53” ทั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และ สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และอดีต ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ผอ.ศอฉ. “รอดคุก” ไปตามระเบียบ เมื่อศาลฎีกา ยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า“ฟ้องผิดศาล”เพราะคดีนี้เป็นการใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่ราชการในฐานะนายกฯ และรองนายกฯ ต้องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวน รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่กลับให้ “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” หรือดีเอสไอ เป็นฝ่ายชงเรื่องให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ทางศาลฎีกาก็เลยต้องพิพากษายืนยกฟ้องในที่สุด



สรุปได้ว่า ณ ขณะนี้ การจะหาคนผิดจากการสลายม็อบจากการชุมนุมทางการเมือง เพื่อเอาผิดทาง “อาญา” ทั้งม็อบ “เสื้อเหลือง-เสื้อแดง” จบลงแล้ว มีแต่ไปรอลุ้นกรณีที่ ป.ป.ช.จะอุทธรณ์ต่อศาลฎีกานักการเมือง ให้เอาผิดเฉพาะกับ พล.ต.ท.สุชาติเหมือนแก้ว อดีตผบช.น. ซึ่งก็เป็นการอุทธรณ์ที่เกิดจากแรงกดดันของ“กลุ่มพันธมิตร”เมื่อถึงเวลานั้นแล้วไม่รู้ว่าข้อต่อสู้ของป.ป.ช.พอที่ศาลจะรับอุทธรณ์ไว้พิจารณาตัดสินหรือไม่



ยังเดินหน้าจุดประกายอย่างต่อเนื่องกับแนวคิดเมกะโปรเจ็กต์ขุด “คลองกระ” หรือ “คลองไทย” โดยในวันที่ 11 กันยายนนี้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เตรียมจัดงานประชุมนานาชาติเกี่ยวกับ “คลองไทย” เน้นนำเสนองานเชิงวิชาการ ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารคลอง ที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและความรู้ อาทิ คลองปานามา คลองซุเอซ และคลองคีล ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มาร่วมสะท้อนความเห็นเกี่ยวกับ “คลองไทย” ที่หากมีการก่อสร้างจะมีผลต่อระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ การพัฒนาพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของไทยในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกนี้อย่างไร

คอลัมน์ : ฐานโซไซตี /หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /หน้า 4 ฉบับ 3293 ระหว่างวันที่ 3-6 ก.ย.2560





จำนำข้าว “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-สมชาย” ทักษิณ ฐานโซไซตี่