อีเลฟเว่นสตรีทรุกช็อปออนไลน์ เชื่ออนาคตอี-คอมเมิร์ซไทยเทียบชั้นเกาหลีส่อโต50%

3 September 2017






อีเลฟเว่นสตรีท เชื่ออนาคตอี-คอมเมิร์ซไทยไปได้สวย ช็อปผ่านโมบายเติบโตสูง คาด 6-7 ปีเทียบชั้นเกาหลีใต้ เผยเปิดให้บริการ 6 เดือน ยอดสมาชิกซื้อประจำ 5.8 แสนราย เฉลี่ยชอป 2,000 บาทต่อครั้ง คาดสิ้นปีแตะ 1 ล้านราย ยอดซื้อขายสะพัดผ่านระบบ 3,000 ล้านบาท วางแผนสร้างแบรนด์ออกต่างจังหวัด

การเติบโตของธุรกิจค้าปลีก อี-คอมเมิร์ซในไทย ที่ประมาณการว่าจะมีมูลค่า 200,000-300,000 ล้านบาท ทำให้มีผู้เล่นรายใหม่หมุนเวียนเข้ามาสู่ธุรกิจบริการ “อี-มาร์เก็ตเพลส” เพื่อเชื่อมต่อผู้ซื้อกับผู้ขาย บางรายก็ประสบความสำเร็จ บางรายก็ประสบความล้มเหลว ไม่สามารถต่อกรกับผู้ให้บริการอี-มาร์เก็ตเพลสเบอร์ 1 ของไทย อย่าง “ลาซาด้า” ได้ ล่าสุด “อีเลฟ เว่นสตรีท” ยักษ์อี-คอมเมิร์ซจาก เกาหลีใต้ บริษัท เอสเค เทเลคอมฯ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอันดับ 1 ของประเทศเกาหลี ออกมาประกาศความสำเร็จหลังบุกเปิดให้บริการในไทยได้ไม่ถึงปี

นายยุน ชาง ชอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายขาย บริษัทอีเลฟเว่นสตรีท (ประเทศไทย) จำกัด



โดยนายยุน ชาง ชอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายขาย บริษัทอีเลฟเว่นสตรีท (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าตลาดอี-คอมเมิร์ซของไทยมีแนวโน้มการเติบโตรวดเร็วเหมือนเกาหลีใต้ โดยในเกาหลีใต้ตลาดอี-คอมเมิร์ซมีการเติบโตปีละประมาณ 50% ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเติบโตของการช็อปปิ้งออนไลน์ผ่านโมบาย คาดว่าภายใน 6-7 ปีข้างหน้า การเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยจะมีสัด ส่วนการเติบโตเท่ากับเกาหลีใต้ จากปัจจุบันเติบโตปีละ 20%

สำหรับอีเลฟเว่นสตรีทที่เริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมานั้นมีการเติบโตรวดเร็ว โดยขณะนี้มียอดสมาชิกที่มีการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มเป็นประจำประมาณ 580,000 ราย โดยมียอดซื้อเฉลี่ย 2,000 บาท คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมียอดสมาชิกเพิ่มเป็น 1 ล้านราย มีจำนวนร้านค้าในแพลตฟอร์ม 18,000 ราย คาดว่าภายในปีนี้จะมีร้านค้าในแพลตฟอร์ม 20,000 ราย และคาดว่าภายในปีนี้จะมียอดธุรกรรมการซื้อขายในระบบประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 2 รองจากลาซาด้า

สำหรับจำนวนสินค้าที่ขายผ่านอีเลฟเว่นสตรีทนั้นมีจำนวนทั้งหมด 5.1 ล้านรายการ โดยกลุ่มสินค้าที่ขายดีสุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา คือ 1.สมาร์ทดิจิตอล (สมาร์ทโฟน-กล้องดิจิตอล) มีสัดส่วน 31% 2.พีซี-โน้ตบุ๊ก สัดส่วน 16%, แฟชั่น สัดส่วน 9.7% อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน 9.2% และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน 8.8%

นายยุน ชาง ชอง กล่าวต่อไปว่าในปีแรกของการทำตลาดบริษัทยังไม่ได้มุ่งให้ความสำคัญกับเป้ายอดขาย แต่จะมุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์ไปยังกลุ่มผู้บริโภค โดยครึ่งปีหลังของปีนี้จะมุ่งการสร้างการรับรู้แบรนด์ไปยังต่างจังหวัด โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่ เพื่อขยายกลุ่มสมาชิก และเปิดกว้างการร่วมเป็นพันธมิตร ทั้งจากผู้ผลิตสินค้า ร้านค้า และนักลงทุน

“ลาซาด้า เข้ามาให้บริการในไทย 7 ปี ขณะที่อีเลฟเว่นสตรีท เพิ่งเข้ามาทำตลาดต้นปี ยอมรับการทำตลาดในไทยในฐานะบริษัทต่างชาติเป็นเรื่องยากลำบาก แต่เราก็พยายามเต็มที่เพื่อต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับอี-คอม เมิร์ซในไทย และมีเป้าหมายต้อง การผู้ให้บริการอี-มาร์เก็ตเพลสเป็นอันดับ 1 ในไทย”

ล่าสุด บริษัทได้จัดแคมเปญ โปรโมชัน Shocking Deals….Shocking Days ตลอดเดือนกันยายน ให้ลูกค้าได้ช็อปสินค้าทั้งไทยและเกาหลีในราคาพิเศษ และยังมีโปรโมชัน Lucky Lollipop เพื่อคืนกำไรให้ลูกค้า เพื่อร่วมชิงโชครางวัล อาทิ สมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8 พลัส ทริปท่องเที่ยวเกาหลี และแมคบุ๊ค แอร์ รวม มูลค่า 1.1 ล้านบาท โดยคาดว่าแคม เปญนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้น 20-30% จากช่วงเวลาปกติ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,293 วันที่ 3 - 6 กันยายน พ.ศ. 2560


อี-คอมเมิร์ซ อีเลฟเว่นสตรีท