บลจ.นอกมองไทยฟื้น-หุ้นถูก จับตาเงินต่างประเทศหลังดันดัชนีทะลุ 1,600 จุด

3 September 2017






บลจ.แมนูไลฟ์ฯ-อเบอร์ดีน มองหุ้นไทยเชิงบวก รับเศรษฐกิจค่อยๆฟื้นตัว การเมืองน่าจะดีขึ้น“บลจ.แมนูไลฟ์ฯ” ชี้พี/อีถูกในกลุ่ม TIP จับตาฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหลังดันหุ้นทะลุ 1,600 จุด แนะนักลงทุนอย่าไล่ซื้อตาม รอจังหวะดัชนีพักฐานก่อนเข้าลงทุน

นางสาวจินตนา เมฆินทรางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นทะลุ 1,600 จุดขึ้นมาได้นั้นถือว่าเกินความคาดหมายและปรับตัวขึ้นเร็วกว่าที่คาด อาจเป็นผลจากนักลงทุนต่างชาติมองปัจจัยทางการเมืองของไทยน่าจะดีขึ้นและที่ผ่านมาไม่มีการชุมนุมเกิดขึ้นดังนั้นการเมืองที่เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นก็หายไป ประกอบกับเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีขึ้น

จินตนา เมฆินทรางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด



“การประเมินว่าตลาดหุ้นไทยจะไปต่อหรือไม่นั้นยังยาก จากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนจำนวนมากในวันเดียว ดังนั้นต้องจับตาเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติว่ายังไหลเข้ามาลงทุนหรือไม่ เพราะหากดัชนีจะไปต่อได้นั้นจะต้องอาศัยเม็ดเงินใหม่มาหนุนตลาด ดังนั้นการขึ้นรอบนี้อาจมีการพักฐาน จึงแนะนำนักลงทุนรอจังหวะเข้าลงทุนอย่ารีบซื้อในช่วงนี้” นางสาวจินตนา กล่าว

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้มองว่าจะเป็นช่วงที่ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไตรมาส 3 อาจเห็นภาพไม่ชัดมาก แต่ไตรมาส 4 การเติบโตของเศรษฐกิจจะดีมากเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 4 ของปีก่อนที่อยู่ในระดับตํ่า

ในขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯซึ่งมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีน้อยลงและค่าเงินสหรัฐฯที่จะแข็งค่าก็ลดลง อาจทำให้เงินลงทุนต่างชาติไหลออกมาลงทุนในภูมิภาคเอเชียและตลาดเกิดใหม่ได้อีก ขณะที่ตลาดหุ้นไทยในปีนี้ปรับตัวขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลก จึงเป็นตลาดที่ Laggard โอกาสในการปรับตัวขึ้นได้มากกว่าตลาดหุ้นแห่งอื่นที่ขึ้นไปแล้ว โดยเฉพาะกลุ่ม TIP (ไทย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์) ซึ่งตลาดหุ้นไทยพี/อี 15 เท่า ส่วนอินโดนีเซีย 16 เท่าและฟิลิปปินส์ 17-18 เท่า

“ก่อนหน้านี้เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าลงทุนในเอเชียเหนือ เช่น เกาหลี ไต้หวัน ซึ่งได้รับผลดีและจะโตตามเศรษฐกิจโลก เนื่องจากส่งออกไปยังสหรัฐฯค่อนข้างมาก แต่หากสหรัฐฯออกอาการไม่แข็งแกร่งมาก นักลงทุนอาจขายทำกำไรตลาดหุ้นกลุ่มเอเชียเหนือ เพราะอานิสงส์ที่เคยได้รับผลดีลดลง ขณะที่เศรษฐกิจไทยเริ่มมีการเติบโตที่ดี ก็อาจทำให้เงินไหลกลับเข้ามาลงทุนก็เป็นไปได้ เพราะมองระยะยาวแล้วไทยฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ” นางสาวจินตนา กล่าว

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2561 คาดว่าจะเติบโตระดับ 10% จากปีนี้เติบโต 4% หากไม่นับรวมกลุ่มพลังงาน โดยกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ พลังงาน ธนาคารพาณิชย์ วัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้าง

“บลจ.แมนูไลฟ์ฯมองเป้าหมายดัชนีสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1,650 จุด ส่วนปีหน้าประเมินกรอบดัชนี 1,650-1,700 จุด จนกว่าจะมีปัจจัยบวกใหม่ๆ ที่หนุนตลาด หรือหากมีเงินนอกไหลเข้าก็มีโอกาสดันดัชนีขึ้นไปได้อีก” นางสาวจินตนา กล่าว

นายกรวุฒิ ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.อเบอร์ดีนฯ เปิดเผยว่า กลุ่มอเบอร์ดีนยังคงมีมุมมองในเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นตามลำดับโดยหลักการในการลงทุนของบลจ.อเบอร์ดีนฯจะไม่ได้ดูระยะสั้นไม่ได้ดูภาพตลาดรายวัน แต่จะเลือกลงทุนในหุ้นรายตัวโดยพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของบริษัท โดยใช้วิธี bottom-up เลือกหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งเป็นรายตัวเป็นหลัก

อย่างไรก็ตามในปี 2560 นี้กองทุนที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและมีเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนจำนวนมากเป็นกองทุนเพื่อไปลงทุนต่างประเทศ (FIF) ได้แก่ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อินเดียโกรท ฟันด์, กองทุนเปิด อเบอร์ดีนยูโร ไฮ ยิลด์ บอนด์ ฟันด์ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย และกองทุนเปิด อเบอร์ดีน อีเมอร์จิ้ง ออพพอร์ทูนิตี้ส์ บอนด์ ฟันด์

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,293 วันที่ 3 - 6 กันยายน พ.ศ. 2560



หุ้นไทย อัตราดอกเบี้ย กองทุน