รฟม.เร่งลุยรถไฟฟ้าสายสีส้มพร้อมเปิดใช้ปี 66คาดผู้โดยสาร 4 แสนคน

31 August 2017






วันนี้ (31 สิงหาคม 2560) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดงาน “Smart Life by MRT Orange Line เชื่อมสายทาง สร้างคุณภาพชีวิต” เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี และเป็นการแสดงออกถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการดำเนินโครงการ โดย นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล ที่ปรึกษา รฟม. รักษาการแทน รองผู้ว่าการ รฟม. (กลยุทธ์และแผน) เป็นประธานการจัดงาน โดยได้เชิญผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมการสนทนาเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ อาทิ

นายสุราษฎร์ เจริญชัยสกุล รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร พลตำรวจตรี จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. ในฐานะผู้อำนวยการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ส่วนที่ 1 นายวิทยา พันธุ์มงคล ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. ในฐานะผู้อำนวยการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ส่วนที่ 2 และผู้แทนจากบริษัทที่ปรึกษาบริหารโครงการและควบคุมการก่อสร้าง กลุ่ม 1 และกลุ่ม 2 ณ ห้องซาลอน บี โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด



นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล ที่ปรึกษา รฟม. รักษาการแทน รองผู้ว่าการ รฟม. (กลยุทธ์และแผน) ได้กล่าวถึง ภาพรวมการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าในความรับผิดชอบของ รฟม. ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งหมด 6 สายทาง 13 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี มีแนวเส้นทางเริ่มต้นจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล

ไปตามถนนพระราม 9 ตัดผ่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรามคำแหงผ่านแยกลำสาลี ตัดผ่านถนนกาญจนาภิเษก ไปสิ้นสุดที่ถนนสุวินทวงศ์บริเวณมีนบุรี ประกอบด้วย สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี รวมระยะทางประมาณ 22.57 กิโลเมตร โดยได้เริ่มก่อสร้างงานโยธาตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีความก้าวหน้างานโยธาในภาพรวม 1.4 % (ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2560) กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 6 ปี และคาดว่าเมื่อเปิดให้บริการได้ตามแผนในปี 2566 จะช่วยแบ่งเบาภาระการจราจรติดขัดในฝั่งตะวันออกของกทม.ได้อย่างมาก โดยคาดว่าเมื่อเปิดให้บริการแล้วจะมีผู้โดยสารประมาณ 400,000 คนต่อวัน

ทั้งนี้ รฟม. ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ที่อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ ซึ่งเมื่อผนวกรวมแนวเส้นทางของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มทั้งสาย จะถือเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายแรกที่เชื่อมโยงจากกรุงเทพฝั่งตะวันออก ผ่านใจกลางเมือง ไปยังกรุงเทพฝั่งตะวันตก ทั้งยังเป็นเส้นทางที่จะช่วยเติมเต็มโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น



เพื่อให้การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น รฟม. ในพื้นที่ทับซ้อนได้มีการประสานความร่วมมือจากหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญอย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนของ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งในด้านการส่งมอบพื้นที่ เพื่อให้ผู้รับจ้างเข้าพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างได้ตามแผนงานภายในเดือนกันยายนนี้และจะเริ่มการก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน ในส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม(ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี

รวมถึงความร่วมมือจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล (บช.น.) ด้านจราจร ที่ได้มีการมอบหมายให้สถานีตำรวจในพื้นที่ ระดมเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน การกวดขันให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎจราจร การออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจราจรมีความคล่องตัว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนจากความจำเป็นต้องมีการเบี่ยงการจราจรในระหว่างการก่อสร้าง

ขณะที่ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันตก) ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย งบประมาณก่อสร้าง 80,000-90,000 ล้านบาท นายธีรพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างการเร่งจัดทำรายงานเอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ที่จะให้เอกชนร่วมลงทุนในการก่อสร้างและการเดินรถได้นั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณ ก.ย.ก่อนที่จะส่งเรื่องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาและนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป

ส่วนการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วง 1 สถานี เตาปูน-บางซื่อ ระยะทาง 1 กิโลเมตร ขณะนี้มีผู้โดยสารใช้บริการในวันจันทร์-ศุกร์ เฉลี่ย 52,000 คนต่อวัน และในวันเสาร์-อาทิตย์ มีผู้โดยสารประมาณ 30,000 คนต่อวัน คาดว่าอีก 2 เดือนจะสามารถรักษาจำนวนผู้โดยสารให้คงระดับนี้ได้ และคาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการ 80,000 คนต่อวัน ตามแผนที่วางไว้ในช่วงกลางปี 2561



 

นายวิทยา พันธุ์มงคล ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. ในฐานะผู้อำนวยการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ส่วนที่ 2 กล่าวว่า รฟม. ยึดถือ “ความปลอดภัย” (Safety) เป็นหัวใจของการทำงานในทุกขั้นตอน โดยได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความปลอดภัยในการก่อสร้าง ร่วมกับผู้รับจ้างทุกสัญญา พร้อมกันนี้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลติดตามตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Safety Board) และกำหนดมาตรการความปลอดภัย (Safety Plan)
เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติตามแผนให้ได้ 100% อันจะเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุให้น้อยที่สุด โดยมี บริษัทที่ปรึกษาบริหารโครงการและควบคุมการก่อสร้าง เป็นผู้ตรวจสอบ กวดขัน ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มข้นตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้ ผู้บริหาร รฟม. จะมีการประชุมร่วมกับ บริษัทที่ปรึกษาฯ และผู้รับจ้าง เป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างและการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย ให้สอดคล้องตามนโยบายการก่อสร้างปลอดภัย 100% หรือ Uncompromised Safety ของ รฟม. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้เส้นทางที่ต้องอยู่ร่วมกันกับกิจกรรมงานก่อสร้าง

ส่วนนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. ในฐานะผู้อำนวยการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ส่วนที่ 1 กล่าวว่า รฟม. มีการกำกับดูแลการดำเนินงานก่อสร้างโครงการ โดยคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนในแนวสายทาง ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัยและมีมาตรฐานในระดับสูง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม การจัดกิจกรรม “MRTA Green Constructions” ตามแนวคิด รักษ์โลก ดูแล ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สำหรับพื้นที่ก่อสร้างที่มีความจำเป็นต้องรื้อย้ายต้นไม้ โดย รฟม. จะประสานงานสำนักงานเขตที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการล้อมต้นไม้ ขนย้ายต้นไม้ไปบริบาลและปลูกในที่ที่เหมาะสมต่อไป

ส่วนบริเวณที่ได้รื้อย้ายต้นไม้แล้วนั้น ได้จัดทำแผงผ้าใบพิมพ์ลายต้นไม้บนแนว Barrier เพื่อรักษาทัศนียภาพให้ร่มรื่นตลอดทั้งสายทาง ฯลฯ นอกจากนี้ รฟม. ยังมีแผนจัดกิจกรรม “รฟม. เชื่อมโยงชุมชนเดินตามรอยศาสตร์พระราชา นำพาสังคมสู่ความยั่งยืน” ให้แก่ชุมชนในแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ได้มาเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น เรียนรู้การปลูกผักปลอดสารเคมี การทำเกษตรแบบผสมผสาน เป็นต้น เพื่อน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน



ทั้งนี้ รฟม. มีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง ที่จะพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนให้ครอบคลุม มีประสิทธิภาพและครบวงจร เป็นทางเลือกของการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยความเอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนเพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บช.น. กล่าวว่า การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี ถนนรามคำแหงถือเป็นจุดที่กังวลว่าจะเป็นจุดวิกฤติของการจราจร เนื่องจากเป็นถนนที่มีสถาบันการศึกษา สนามกีฬา สำนักงาน และโรงงานจำนวนมาก โดยเมื่อเริ่มก่อสร้างจะปิดจราจรหรือเบี่ยงเส้นทางบางจุด เพื่อให้เกิดความสะดวก และ บช.น.จำเป็นต้องรักษาช่องจราจรไว้ฝั่งละ 3 ช่องจราจรสำหรับขาเข้าและขาออก
ส่วนการบรรเทาปัญหาช่วงชั่วโมงเร่งด่วนนั้น จะประสาน รฟม.และ กทม. โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ รวมถึง รฟม.จะต้องประสานกับหน่วยงานอื่น เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อจัดรถ Shuttle Bus รับ-ส่งผู้โดยสาร รวมทั้งการใช้บริการเรือด่วนคู่ขนานไปกับถนนรามคำแหงด้วย


รถไฟฟ้า รฟม. สายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม