ทางออกนอกตำรา ทำไมนายกฯปู ”หนี” “พี่คิด...น้องทำ”

26 August 2017








ทางออกนอกตำรา
โดย...บากบั่น บุญเลิศ

 

ทำไมนายกฯปู ”หนี”   “พี่คิด...น้องทำ”




ตกตะลึงกันทั้งแผ่นดิน…..

เมื่อจู่ๆ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาในคดีจำนำข้าว ฐานปล่อยปละละเลย ไม่ระงับยับยั้งการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดตันละ 15,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าตลาด จนก่อให้เกิดการทุจริตครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศสร้างความเสียหายร่วม 6 แสนล้านบาท หลบหนีหายตัวไป ไม่เดินทางไปรับฟังคำพิพากษา จนศาลออกหมายจับและยึดเงินประกัน 30 ล้านบาท ก่อนมีคำสั่งให้มาฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 ก.ย.2560



ตกตะลึง เพราะ ”หญิงเหล็ก”  อดีตนายกฯปู ประกาศเสียงดังฟังชัดมาตั้งแต่การต่อสู้ในชั้นศาลว่า จะขอต่อสู้ในชั้นศาลจนนาทีสุดท้าย



10 ก.พ.2559 เข้าไต่สวนนัดแรก นายกฯปูประกาศชัดว่า “ถ้าต้องการหนี ดิฉันคงหนีไปแต่แรกแล้ว ดิฉันจะไปขึ้นศาลทำไม”



24 ส.ค.2560 นายกฯปู เฟซบุ๊กนายกฯปูมีการส่งข้อความถึงประชาชนว่า “ดิฉันขออนุญาตกล่าวถึงวันฟังคำพิพากษาคดีของดิฉันที่ศาลฎีกาฯ ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ดิฉันทราบถึงความห่วงใย และความเมตตา ของพี่น้องประชาชนที่รับรู้ถึงความทุกข์ร้อน และความยากลำบากที่ดิฉันประสบอยู่ แต่ดิฉันเห็นว่าการเดินทางมาศาลเพื่อให้กำลังใจดิฉันนั้น ครั้งนี้เราจะไม่ได้พบปะ เห็นหน้า หรือสื่อความรู้สึกถึงกันได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยเหตุที่ฝ่ายความมั่นคงได้จัดระเบียบของผู้ที่จะเดินทางมาศาลผิดไปจากทุกครั้ง ทั้งที่เจตนาของพวกเราทุกคนเพียงต้องการมาให้กำลังใจซึ่งกันเท่านั้น....จึงไม่ต้องเดินทางมาศาลฯในวันพรุ่งนี้ และขอให้ทุกท่านให้กำลังใจดิฉันโดยการรับฟังข่าวสารอยู่ที่บ้าน เพื่อความไม่สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาอันไม่คาดคิดจากผู้ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง และต่อพวกเราทุกคน  ขอขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ”



25 ส.ค.2560 วันพิพากษา มหากาพย์จำนำข้าว ที่สร้างรอยด่างทางประวัติศาสตร์ให้กับชาวนา และประเทศชาติ ท่านผู้นำหญิงเหล้กกลับหนีคดี ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริศของมวลชนคนไทยและเหล่าสมาชิกพรรคเพื่อไทย

ไม่เว้นแม้แต่ ภูมิ สาระผล จำเลยที่ 1 บุญทรง เตริยาภิรมย์ จำเลยที่ 2 และจำเลยอีก 24 คน ที่ยังไม่หนี ในคดี ”ระบายข้าวแบบจีทูเจี๊ยะ” ที่เดินหน้าสู้คดี ก็ยังหน้าซีดเหลือ 2 นิ้ว เพราะ”แม่ทัพใหญ่”ในคดีกลับ “หนี ศึก” ปล่อยลูกทีม ยืนเดียวดายใต้มรสุมคำตัดสินของศาล

อะไรที่ทำให้ “นายกฯปู” ผู้ที่เดินหน้าต่อสู้ทางคดีในฐานะผู้บริหารประเทศ ที่ต้องข้อหาตามมาตรา 157 ป.วิอาญา ฐานปล่อยปละละเลย ไม่ระงับยับยั้ง ทั้งๆที่มีการทุจริตครั้งมโหฬารที่สุดในประเทศ ต้องหาทางออกในชีวิตและเส้นทางชีวิตด้วยการ “หนี”

ต้องบอกว่าแรงกดดันในชีวิตที่มี “คุก” เป็นเดิมพันนั้นประเดประดังเข้ามาอย่างรุนแรงที่สุดในชีวิตของอิสตรีเพศ ที่พึงรับได้...นั่นประการหนึ่ง



ประการที่สอง ต้องยอมรับว่า นายกฯปูนั้นมีบุคลิกภาพ และโรคประจำตัวที่คนในครอบครัว “ชินวัตร” รวมถึง “อดีตสามี”รับรู้กันอยู่เต็มอกดีว่า “เธอทนแรงเสียดทานหนักไม่ได้” หากใครยื้อดื้อดึงหนักไปเธอ “ปรี๊ดแตก” เอาง่ายๆ

เรื่องแบบนี้ “บัณฑูร สุภัควณิช” อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณช่วงปี 2551-2552 ที่เคยเป็น อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในห้วง 6 เดือนแรกของการฮันนิมูนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรับทราบดีว่า “แฟ้มบินจนคิ้วแตก”นั้น รุนแรงปานใดในอารมณ์อันขาดผึงของนายกฯปู

ประกาศที่สาม ผมทราบจากปากคนใกล้ชิดแล้วว่า “ทักษิณ ชินวัตร” นายห้างขายยาตราดูไบ มีการประเมินหยั่งเสียงแล้วเห็นว่า สุ่มเสี่ยงมากที่นายกฯปูจะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มีอาการไอคุ๊กคุก



เพราะพิจารณาจากการแถลงคดีด้วยวาจาของนายกฯปู 6 ประเด็น

1.ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

2.นโยบายจำนำข้าวเป็นนโยบายสาธารณะที่เป็นประโยชน์ และดำเนินการตามกฎหมาย

3.ไม่ได้เพิกเฉย ละเลย และไม่มีอำนาจระงับยับยั้งโครงการตามอำเภอใจ

4.การไม่ระงับยับยั้งโครงการ เนื่องจากโครงการมีประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายตามฟ้อง

5.ไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลใดหรือโดยทุจริตตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญาหรือ มาตรา 123/1 พ.ร.บ. ป.ป.ช.

6.ไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในการระบายข้าว

ล้วนหักล้างข้อกล่าวหาที่หนักหน่วงของอัยการสูงสุดที่แถลงคดีด้วยลายลักษณ์อักษรไม่ได้เล ที่สำคัญคำแถลงคดีของอัยการมีบางถ้อยบางตอนที่มีน้ำหนักที่มัดนายกฯปูเสียอยู่หมัด หลายประเด็น

ภาพสเกตซ์ วันแถลงปิดคดีด้วยวาจา 1 ส.ค.60


เฉพาะคำแถลงปิดคดีของฝ่ายอัยการที่ชี้ให้เห็นว่า โครงการรับจำนำข้าวไม่มีผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานมารองรับ เป็นเพียงการคิดของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอิทธิพลครอบงำพรรคเพื่อไทย และนโยบายนี้จัดทำขึ้นเพื่อหาเสียงจากชาวนาที่มีกว่า 3-4 ล้านครัวเรือน เพื่อต้องการให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และครองอำนาจรัฐเท่านั้น นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ และสารพัดปัญหาในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวด้วย ก็เหนื่อนอ่อน


ประเด็นหนึ่งที่สำคัญ และเป็นข้อต่อสู้ระหว่างฝ่ายพนักงานอัยการ และทีมทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาโดยตลอดคือ การที่ฝ่ายอัยการนำสำนวนระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยมิชอบ ที่มี ภูมิ -บุญทรง กับพวกรวม 28 ราย มาใส่ไว้ในสำนวนคดีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายด้วย ทั้งๆที่ทีมทนายความยิ่งลักษณ์ โต้แย้งคัดค้านต่อองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯมาแล้ว 3 ครั้ง ตั้งแต่ตอนตรวจพยานหลักฐานเมื่อปี 2559 ว่า การนำสำนวนคดีระบายข้าวจีทูจี ซึ่งเป็นคนละสำนวนกับคดีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายไม่สามารถทำได้ ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่สุดท้ายก็พ่ายทีมอัยการที่มัดรวมพันกัน



ปลายทางที่มัดยิ่งลักษณ์ จนดิ้นไม่หลุดคือ สำนวนการแถลงปิดคดีว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีนโยบายเร่งด่วนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง แต่พฤติการณ์แห่งคดีที่ปรากฏจากการไต่สวนของศาล ฟังได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หาได้ทำอย่างเคร่งครัดจริงจังดังที่กล่าวอ้างไม่ แม้จะมีการเตือนท้วงติงอย่างหนักหน่วงแล้ว ยิ่งลักษณ์ก็ยังปล่อยให้มีการทำสัญญาซื้อขายจีทูจีต่อไปอีก 4 สัญญา รวมปริมาณข้าวสูงถึง 14 ล้านตัน จึงมีพิรุธน่าสงสัยยิ่งนัก ถือเป็นการผิดมาตรฐานของวิญญูชนคนทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง ที่โดนเตือนท้วงติงอย่างหนักขนาดนั้นแล้ว ยังหลับหูหลับตาไม่สนใจต่อไป...

ทางออกที่ไม่ได้นอกตำราเลย คือ หนีศาล...

คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา/หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ   ฉบับ 3291 ระหว่างวันที่ 27-30 ส.ค.2560



จำนำข้าว ทักษิณ ยิ่งลักษณ์