ถึงเวลา 'เพื่อไทย' สลัด 'ทักษิณ'

26 August 2017






วิเคราะห์คดียิ่งลักษณ์ หน้า 1 ฉบับ 3291 ระหว่างวันที่ 27-30 ส.ค.2560

 

 

ในที่สุด นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำเลยในคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ในคดีจำนำข้าว ก็ตัดสินใจไม่มารับฟังคำพิพากษาของศาลฎกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ด้วยข้ออ้างที่ว่าป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน และมีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง แต่ไม่เป็นเหตุให้ศาลรับฟังและศาลออกหมายจับตัวเพื่อมารับฟังคำพิพากษาใน 30 วัน โดยนัดให้มาฟังคำพิพากษาใหม่ในวันที่ 27 กันยายน 2560



เป็นการเลือกเส้นทางเดินเฉกเช่นผู้เป็นพี่ชายคือ ทักษิณ ชินวัตร ที่เลือกหนีไม่มารับฟังคำพิพากษาของศาลเดียวกันในคดีประมูลซื้อที่ดินบนถนนรัชดาภิเษก สะท้อนให้เห็นว่าแม้เวลาล่วงเลยผ่านไป 9 ปี แต่สองพี่น้องคู่นี้ยังเลือกแนวทางไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมของไทยอยู่ดี



มีกระแสข่าวหลายทางว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ อาจจะเดินทางออกนอกประเทศไป (ฮ่องกงหรือสิงคโปร์) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ก่อนกำหนดศาลนัดฟังคำพิพากษา 1 วัน เท็จจริงประการใดเป็นเรื่องที่หน่วยความมั่นคงทั้งตำรวจ-ทหารต้องรับผิดชอบ ทั้งเรื่องการปล่อยให้ผู้ต้องหาในคดีเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล ผ่านด่านตรวจตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้อย่างไร หน่วยข่าวที่เฝ้าติดตามนางสาวยิ่งลักษณ์ มากว่า 3 ปี หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจ จะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร หรือจงใจปล่อยให้หนีด้วยเหตุผลไม่อยากให้เกิดแรงกระเพื่อมหลังคำพิพากษา

 

หากเกิดจากการหลับตาให้หนี เพื่อหวังแค่ให้ไม่มีแรงกระเพื่อมทางการเมืองจริงอย่างที่มีการตั้งข้อสงสัยกันมาตลอด จะทำให้ “นิติรัฐ” ที่ยึดถือกันสั่นคลอน ทำให้คนกระทำผิดมีช่องทางหลบหนีที่ไม่ต้องรับโทษ และออกไปวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมไทยให้เกิดความเสียหาย เช่นเดียวกับที่ “พี่ชาย” เคยกระทำมาก็เป็นได้ นั่นก็เท่ากับว่าการปล่อยให้จำเลยหนี กระทบต่อความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทยที่ได้ไม่คุ้มเสีย



การให้ “น้องสาว” หนีไปตั้งหลัก เพื่อหวังใช้ยุทธศาสตร์ ชนะเสียงเลือกตั้งแล้วหวังว่าจะกลับเข้ามามีอำนาจใหม่หลังการเลือกตั้ง เพราะ ”ทีมทักษิณ” ยังหวังว่าหากอำนาจการเมืองเปลี่ยน ก็อาจจะมาแก้ไขกฏเกณฑ์ เพื่อให้ตนและพวกพ้นผิด เหมือนความพยายามออกกฏหมายนิรโทษกรรม อย่างที่เคยกระทำ(แต่ไม่สำเร็จ)



แน่นอนในแง่ความเชื่อถือทางการเมืองของคนในครอบครัวนี้ ที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของสองพี่น้องที่หนีคำพิพากษาจะเข้าสู่ภาวะ ล้มละลายแล้วล้มละลายอีก แม้กระทั่งการจะให้ “น้องเขย” อย่าง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก้าวขึ้นมาแทนหลังพ้นวิบากกรรมคดีสลายการชุมนุมก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด ที่จะกอบกู้ความเชื่อถือคืนมา

 

พรรคเพื่อไทยอาจจะถึงคราวจำเป็น ต้องสลัดความเกี่ยวข้องหรือปลดแอกจากครอบครัวนี้ เพื่อให้เป็นพรรคการเมืองอย่างแท้จริง มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นเพียงเครื่องจักรทางการมืองของคนชื่อ ทักษิณ เท่านั้น


การเมือง จำนำข้าว ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ เพื่อไทย ชินวัตร วงศ์สวัสดิ์