ลุยยึดทรัพย์ ‘ยิ่งลักษณ์-บุญทรง-ภูมิ’ ชดใช้ค่าเสียหายจำนำข้าว

26 August 2017






กระบวนการยึดอายัดทรัพย์จากคำสั่งเรียกชดใช้ความเสียหายในคดีทางปกครอง จากโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ยังคงเดินหน้าต่อ แม้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ขณะที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้รอผลของคดีในศาลฎีกาฯ เพราะตอนนี้รอดูผลของศาลปกครองว่าจะออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเกี่ยวกับยึดทรัพย์หรือไม่ แต่ในส่วนของผลจากคดีในศาลฎีกาฯ จะไม่มีผลโดยตรงต่อการดำเนินคดีทางปกครอง หมายความว่า หากศาลฎีกาฯ ตัดสินลงโทษอะไรแล้ว การดำเนินคดีทางปกครองไม่จำเป็นจะต้องลงโทษตามนั้นด้วย แต่อาจจะมีผลทางอ้อม เพราะต้องศึกษาคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ว่า ได้ระบุไว้อย่างไรบ้าง เพราะบางครั้งการจะพูดว่าผิดหรือไม่ผิดอาจไม่เพียงพอ จึงต้องไปดูเหตุผล ซึ่งตรงนี้จะถือเป็นฐานในการไปศึกษาเพื่อที่จะทำคดีแพ่งต่อไป

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวถึงการยึดทรัพย์ว่า ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมสำหรับการยึดอายัดทรัพย์นางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งกระทรวงการคลังได้ส่งให้ยึดอายัดบัญชีเงินฝาก 12 บัญชี ได้ยุติการเคลื่อนไหวของบัญชีดังกล่าวไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา และขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างยื่นร้องต่อศาลปกครอง และการยึดอายัดทรัพย์เพิ่มเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังในการสืบทรัพย์ โดยหากมีเพิ่มเติม สามารถส่งเรื่องมายังกรมบังคับคดีได้ทันที ซึ่งทางกรมพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยล่าสุดยังไม่มีเรื่องเพิ่มเติมเข้ามา

++เส้นทางยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์
สำหรับนโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เริ่มต้นในปี 2554 แต่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด ทำให้เกิดความเสียหาย กระทั่ง น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรมอดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอีกคนหนึ่งที่ออกมาเปิดโปงกลโกงทุจริตจำนำข้าวในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยชี้ให้เห็นจุดอ่อนสำคัญของนโยบายรับจำนำข้าว คือกำหนดราคารับจำนำไว้สูงกว่าราคาตลาดถึง 50% ซึ่งนอกจากจะทำให้ประเทศเสียหายเกินกว่า 6 แสนล้านบาทแล้ว ราคารับจำนำที่สูงยังเอื้อให้เกิดการทุจริตที่สร้างความเสียหายไม่แพ้กัน

ต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีจำนำข้าว นำมาสู่การชี้มูลความผิดด้วยมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง โทษฐาน “ปล่อยปละให้มีการทุจริต และไม่ระงับยับยั้งความเสียหาย” กระทั่งอัยการสูงสุดนำคดีฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดำเนินคดีอาญากับนางสาวยิ่งลักษณ์

อีกทางหนึ่ง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งเดินหน้าเอาผิดกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว โดยตั้งคณะกรรมการสอบความรับผิดชอบทางละเมิด ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามคำสั่งทางปกครองคดีละเมิดเรียกค่าเสียหายจากนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นจำนวนเงิน 35,717 ล้านบาท ส่งผลให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ฟ้องศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนคำสั่งเรียกค่าเสียหาย พร้อมขอให้ทุเลาการบังคับใช้คำสั่ง แต่คำขอครั้งแรกถูกตีตกไป โดยศาลชี้ว่ายังไม่มีการยึดอายัดทรัพย์เกิดขึ้นจริง

++“ยิ่งลักษณ์”ขอทุเลายึดทรัพย์

ต่อมากระทรวงการคลังได้ตั้งคณะทำงานเพื่อสืบทรัพย์ แล้วส่งข้อมูลให้กรมบังคับคดีไปดำเนินการสั่งอายัดเงินใน 7 บัญชีธนาคาร จากทั้งหมด 16 บัญชี ทำให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ยื่นศาลปกครองเพื่อขอทุเลาการยึดอายัดทรัพย์ระหว่างรอคำพิพากษาอีกครั้ง โดยยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, รมว.คลัง, รมช.คลัง และปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4

สำหรับในชั้นศาลปกครองนั้น หลังจากตุลาการเจ้าของสำนวน มีคำสั่งแจ้งให้กระทรวงการคลัง ผู้ถูกฟ้อง ส่งคำชี้แจงต่อศาลภายใน 15 วัน ขณะนี้กระทรวงการคลังได้ส่งเอกสารคำชี้แจงข้อเท็จจริงต่อองค์ คณะแล้ว จากนั้นตามขั้นตอนองค์คณะจะรวบรวมเอกสารข้อเท็จจริง เพื่อส่งให้ “ตุลาการผู้แถลงคดี” ร่วมตรวจดูและทำความเห็นส่วนตน และเมื่อตุลาการผู้แถลงคดีได้ทำความเห็นส่วนตนเสนอองค์คณะแล้ว องค์คณะจึงจะมีคำสั่งออกมา ถ้ามีคำสั่งยกคำร้องการขอทุเลาของผู้ฟ้องคำสั่งของศาลปกครองกลางนี้ถือเป็นที่สุด อุทธรณ์ไม่ได้ แต่สามารถยื่นคำร้องได้ใหม่หากเกิดเหตุใหม่ แต่ถ้าศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาอย่างหนึ่งอย่างใด คู่ความที่ไม่เห็นด้วยสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้

“ยิ่งลักษณ์” ต้องลุ้นอีกเฮือก ราว 1 สัปดาห์ หรือประมาณปลายเดือนสิงหาคม- ต้นเดือนกันยายนนี้ ศาลปกครองกลางน่าจะมีคำสั่งออกมาว่าจะยกคำร้องในการขอทุเลาการอายัดทรัพย์หรือไม่

++“บุญทรง-ภูมิ”ชดใช้จีทูจี

โครงการรับจำนำข้าว ไม่เพียงแต่นางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ตกเป็นจำเลยถูกดำเนินคดีอาญาและเรียกชดใช้ค่าเสียหายเท่านั้น ในส่วนของ 2 นักการเมือง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี นอกจากถูกดำเนินคดีอาญาแล้ว ยังถูกกระทรวงพาณิชย์ เรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยในส่วนของนายบุญทรง เป็นเงินจำนวนกว่า 1,770 ล้านบาท นายภูมิ จำนวน 2,300 ล้านบาท ไม่รวมอดีตข้าราชการอีก 4 ราย รายละกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 คน ก็ได้ร้องขอให้ศาลปกครองกลางพิจารณาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย โดยนายบุญทรง อ้างว่าเขาและภรรยาถูกอายัดบัญชีเงินฝากรวม 9 บัญชี เป็นของภรรยา 2 บัญชี

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลปกครองได้ไต่สวนคดี เป็นครั้งที่ 3 และถือเป็นครั้งสุดท้ายหลังจากนี้ศาลจะนัดฟังคำสั่งว่าจะทุเลาตามคำร้องขอหรือไม่ซึ่งหากศาลมีคำสั่งทุเลาก็ต้องยกเลิกการอายัดบัญชีทั้งหมด รวมถึงต้องชะลอการเรียกเก็บค่าสินไหมทดแทนตามที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ได้เรียกเงินชดใช้
ทั้งนางสาวยิ่งลักษณ์-นายบุญทรง และนายภูมิ ยังต้องเผชิญกับวิบากกรรมอันเนื่องมาจากนโยบายรับจำนำข้าวต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,291 วันที่ 27 - 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560


ยึดทรัพย์ จำนำข้าว บุญทรง ลุย ยิ่งลักษณ์ ภูมิ ชดใช้ ค่าเสียหาย