บุญทรง-ภูมิ ร้องศาลขอทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์

18 August 2017






บุญทรง - ภูมิ แจงศาลขอทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์ทุจริตจำนำข้าว อ้างเดือดร้อนเจออายัดเงินประกันตัวในคดีอาญา ซ้ำกรมบังคับคดีไร้หลักประกันแจงจะเยียวยาความเสียหายภายหลังอย่างไร

วันนี้ (18 ส.ค.) ศาลปกครองกลางคณะพิเศษได้ออกไต่สวนคำร้องของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พานิชย์ และคำร้องของนายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พานิชย์ ที่ขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งอายัดทรัพย์สินของกระทรวงการคลังเป็นครั้งที่ 3 จากกรณีที่นายบุญทรง ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี และพวกรวม 4 คน ขอให้ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกระทรวงที่ 443/2559 ลว. 19 ก.ย. 2559 ที่ให้นายบุญทรง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 1,770 ล้านบาท จากเหตุขณะดำรงตำแหน่ง รมว.พานิชย์ อาศัยโอกาสในการปฏิบัติหน้าที่แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) และนายภูมิ ยื่นฟ้องนายกรัฐมตรี กับพวกรวม 4 คน ขอให้ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งที่ 453/2559 ลงวันที่ 19 ก.ย.2559 ที่ ให้นายภูมิ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 2,300 ล้านบาท จากเหตุเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมช. พาณิชย์ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (GtoG) เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย


 

โดยในการไต่สวนครั้งนี้ทั้งนายภูมิ และนายบุญทรง เดินทางไปมาให้ถ้อยคำด้วยตนเองพร้อมกับทีมทนายความ และหลังการไต่สวนนายบุญทรง กล่าวว่า ขณะนี้ตนเองและภรรยา ถูกอายัดบัญชีเงินฝากรวม ทั้งสิ้น 9 บัญชี ซึ่งได้ชี้แจงต่อศาล ว่าการมาขอทุเลาเป็นเรื่องฉุกเฉิน ถ้าหากศาลไม่มีคำสั่งทุเลาจะเกิดผลกระทบรุนแรง เพราะ 1 ใน 8 บัญชีที่มีการอายัดเป็นบัญชีที่ใช้เป็นหลักทัพย์ในการยื่นขอประกันตัวในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ศาลมีคำพิพากษาลงโทษ ก็อาจจะทำให้มีปัญหาในเรื่องของหลักทรัพย์ที่จะใช้ของประกันในช่วงยื่นอุทธรณ์ ส่วนอีก 2 บัญชีที่อายัดก็เป็นชื่อของภรรยา ที่โดนหลักแล้วกรมบังคับคดีไม่มีสิทธิ์ที่จะไปแตะต้องเพราะภรรยาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ และคำพิพากษายังไม่ถึงที่สุด จึงได้ชี้แจงต่อศาลว่า หากศาลยังคงไม่มีคำสั่งทุเลา ทางกรมบังคับคดีและกรมการค้าต่างประเทศ ก็คงจะมีการดำเนินการเช่นนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้แจ้งว่ามีหลักประกันความเสียหาย ที่จะเยียวยาให้ในภายหลังได้อย่างไร

นายบุญทรง ยังกล่าวยืนยันว่าในวันที่ 25 ส.ค.นี้ จะเดินทางไปฟังคำพิพากษาคดีระบายข้าว และจากพยานหลักฐานที่นำไปแสดงต่อศาล ก็มั่นใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด สามารถตอบประเด็นที่ศาลสงสัยได้อย่างชัดเจน แต่ศาลจะตัดสินอย่างไรคงไม่ก้าวล่วง และพร้อมที่จะรับคำพิพากษาที่ออกมาหากศาลตัดสินว่าผิด ก็จะยื่นอุทธรณ์ตามรัฐธรรมนูญ 2560

ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลจะเกิดความวุ่นวายจากกองเชียร์ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายบุญทรง กล่าวว่า คงไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น เพราะทุกคนที่มาเพราะให้กำลังใจ และรัก นางสาวยิ่งลักษณ์ คงไม่มีเจตนามาสร้างความวุ่นวาย


ด้านนายภูมิ กล่าวว่า ถูกอายัดเงินที่ใช้ในการประกันตัว ในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งทำให้ได้รับควาเดือดร้อนเสียหาย จึงขอให้ศาลได้พิจาณาว่าความเดือดร้อนที่เราได้รับและหวังว่าจะได้รับการบรรเทาทุกข์

"ในกรณีอายัดซ้ำเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่ถ้าหากศาลฎีกาพิพากษา คืนหลักประกัน และเมื่อหลักประกันลอยอยู่ ถ้าหากถูกอายัดไปก็จะไม่มีหลักทรัพย์ที่จะไปประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งบัญชีที่ถูกอายัดนี้ถือว่ามีความสำคัญและเป็นเงินจำนวนมาก ซึ่งเราไปกู้ยืมมาจากบุคคลอื่นมาใช้ในการประกันตัว หากถูกยึดก็จะเป็นภาระหนัก ทั้งไม่เงินประกันในชั้นอุทธรณ์และต้องใช้หนี้ให้แก่เจ้าของเงิน"นายภูมิกล่าว และว่า เบื้องต้นศาลยังไม่แจ้งว่าจะมีคำสั่งออกมาวันไหน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำขอทุเลาฯคำสั่งอายัดทรัพย์ของนายบุญทรง และนายภูมิ มาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ด้วยเหตุผลว่าขณะนั้นกระทรวงการคลังและกรมบังคับคดียังไม่ได้มีการยึดอายัดทรัพย์สินจริง และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมาด้วยเหตุผลว่า จากข้ออ้างของนายบุญทรงยังฟังไม่ได้ว่าถ้าศาลฯไม่ทุเลาจะเดือดร้อนเสียหายจนยากเยียวยาภายหลัง ซึ่งต่อมากระทรวงคลังได้มีการยึดอายัดทรัพย์เพิ่มเติมอีกทำให้ในวันที่ 1 ส.ค. นายบุญทรง และในวันที่ 7 ส.ค. นายภูมิ ต้องมายื่นคำขอทุเลาคำสั่งอายัดอีกเป็นรอบที่ 3


บุญทรง เตริยาภิรมย์ ภูมิ สาระผล อายัดทรัพย์