เมื่ออัยการใช้บท‘เข้ม’ หล่อหลอมจริยธรรม (1)

9 August 2017





TP07-3285-a
นักปราชญ์ H.W. Beecher กล่าวไว้ว่า... “ We are always in the forge, or on the anvil; by trial, God is shaping us forHigher things.”

ปรากฏการณ์ที่กำลังเป็นที่ฮือฮาในแวดวงนักกฎหมายขณะนี้คือ การที่คณะกรรมการอัยการ หรือ ก.อ. ใช้มาตรการ “เข้ม” คัดผู้สมัครสอบผู้ช่วยอัยการจากกว่า 7 พันคน เหลือ “หัวกะทิ” เพียง 11 คน พร้อมกับการลงมติ “ให้ออก” จากข้าราชการอัยการพร้อมกันรวดเดียว 2 คน ในวาระการประชุมก.อ.เมื่อ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา

ทำให้มีเพื่อนฝูงนักกฎหมายพากันให้ความสนใจโทรศัพท์และไลน์มาไถ่ถามหลายราย โดยเฉพาะนอกจากการให้ออกพนักงานอัยการรวดเดียว 2 รายแล้ว ประเด็นผลสอบข้อเขียนในการคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการผู้ช่วยฯ ปี 2559 (สนามใหญ่) นี้ มีผู้สมัครสอบจำนวณกว่า 7 พันคน แต่ได้เพียง 11 คนนั้น จริงตามข่าวหรือ?

ในเบื้องต้น ขอพูดถึงผลสอบอัยการผู้ช่วยฯก่อน ซึ่งคณะอนุกรรมการสอบคัดเลือกฯ ได้ประกาศออกมาแล้ว คือ สอบผ่านเพียง 11 คน อันมี

1.นายภาสกร เที่ยงพูนวงค์ 2.นางสาววรพีพัทธ์ หอสุวรรณจิตร 3.นายพิสุทธิ์ บัวแย้ม 4.นางสาวชมชนก รัชตะวราโชติ 5.นายจตุพร ศรีวัน6.นายชานนท์ ทวีวงค์ 7.นายอนันต์ชัย คีรีกิจขจร 8.นายธีรรัตน์ มังคุด9.นางสาวเมษยา โรจนอารีย์ 10.นายอาทรณ์ เกตุแก้ว และ 11.นายศิริพล ตันติพูล จากจำนวนผู้สมัครสอบรวม 7,476 คน ตามที่ประกาศ ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ผู้สอบได้เพียง 0.14% เท่ากับ 679 ต่อ 1 นั่นเอง

ผู้เขียน ได้มีโอกาสสนทนาประเด็นดังกล่าวกับ ท่านวินัย ดำรงค์มงคลกุล รองอัยการสูงสุด ผู้เป็นประธานอนุสอบคัดเลือกฯ ท่านวินัย ให้เหตุผลว่า เนื่องจากข้อสอบในปีนี้ ค่อนข้างยากมาก จึงทำให้ผู้สอบคะแนนไม่ถึงเกณฑ์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ได้หารือวิเคราะห์ร่วมกับบรรดาคณะอาจารย์ผู้ออกข้อสอบเพื่อหาแนวทางและลดความเข้มข้นในการตรวจข้อสอบ พร้อมกับแสวงหาหลักเกณฑ์-วิธีการ เพื่อเกิดความสมดุลต่อไปแล้ว

สำหรับผู้เขียนได้มองในอีกแง่มุมหนึ่ง เห็นว่าการออกข้อสอบยาก มีผลทำให้ได้คนเก่งจริง ที่มีความรู้ระดับ “หัวกะทิ” เข้ามาในองค์กรอัยการโดยปริยาย แต่ในขณะเดียวกันถ้าข้อสอบเข้มข้นและยากเกินไป อาจเป็นอุปสรรคในการสรรหาคนที่เหมาะสมเข้ามาสอดรับกับอัตราความต้องการขององค์กร

จึงเป็นประเด็นที่ “ท่านเข็มชัย ชุติวงศ์” ว่าที่อัยการสูงสุดคนใหม่ ผู้ “ครํ่าหวอด” และเป็นผู้ได้รับความเชื่อถือในวงการอัยการ ต้องพิเคราะห์หาวิธีการอันเหมาะสม เพื่อให้เกิดความสมดุล และสอดคล้องกับความต้องการในการสรรหาบุคลากร ตามหลักแห่ง “ดีมานด์-ซัพพลาย” ต่อไป

ทั้งนี้ หากเจาะลึกถึงระบบการสอบคัดเลือกที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ข้อสอบของอัยการจะเน้นตัวบทเป็นสำคัญ ไม่เน้นฎีกา แต่ก็นับได้ว่าเป็นระบบที่ให้ความเที่ยงธรรม โปร่งใสมาตลอด เพราะใช้กฎเกณฑ์การตรวจสอบหรือให้คะแนนเป็นมาตรฐานเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเป็นบุตรหลานของใคร และมาจากสถาบันใดก็ตาม อาจารย์ผู้ตรวจจะใช้มาตรฐานเดียวกันหมด เนื่องเพราะการถอดโค้ด ตรวจคะแนนจะไม่สามารถรู้เลยว่าเป็นใคร เพราะมีข้อห้ามเขียนชื่อลงในกระดาษสอบ และกฎเกณฑ์ป้องกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม อีกหลายมาตรการ

ฉะนั้น ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ผู้สมัคร สอบ จะสามารถตอบคำถามให้ดลใจอาจารย์ผู้ออกข้อสอบอย่างไร? โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือตอบตรงกับประเด็นคำถาม ที่อาจารย์ต้องการให้ตอบได้ดีขนาดไหน? จุดสำคัญที่สุด คือจะต้องเขียนคำตอบที่แสดงให้เห็นว่าเรามีความรู้จริง ตอบครบทุกประเด็น เพราะอาจารย์ผู้ออกข้อสอบ ล้วนแต่เป็นข้าราชการผู้ใหญ่ผู้ทรงคุณวุฒิในสำนักงานอัยการสูงสุดทั้งนั้น ทุกท่านจึงยืนยันมาว่า การตรวจข้อสอบเป็นระบบและมาตรฐานเดียวกับการตรวจข้อสอบของเนติบัณฑิตยสภา ...ต่างกันเพียงว่า เด็กๆ ที่เรียนเนฯ มักจะขอร้องให้อาจารย์ จงใช้หลัก “เมตตาธรรม” แก่นักศึกษาเนฯ บ้างเท่านั้น...(ฮา)

ย้อนหลังไปดูประวัติศาสตร์การสอบคัดเลือกข้าราชการอัยการที่แล้วมา ปรากฏว่า ในอดีตเคยมีมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อ 20 ปีก่อน มีผู้สมัครสอบคัดเลือกกว่า 4 พันคน ทว่าสอบได้เพียง 6 คนเท่านั้น...ปรากฏการณ์ในครั้งนี้ จึงมิได้ผิด “ปกติ” แต่ประการใด!

ครั้นเมื่อศึกษากฎเกณฑ์ รายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิชาที่ใช้สอบอัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่) ตามที่คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กำหนดระเบียบไว้ ดังนี้ คือ...

กำหนดให้สอบทั้งหมด 3 วัน -วันแรก...สอบกฎหมายอาญา 6 ข้อ, แพ่ง 4 ข้อ, รวม 10 ข้อ - วันที่ 2 วิอาญา 6 ข้อ, วิแพ่ง 4 ข้อ รวม 10 ข้อ” วันที่ 3 กฎหมายลักษณะพยาน 2 ข้อ, กฎหมายรัฐธรรมนูญ 1 ข้อ, กฎหมายปกครอง 1 ข้อ, พ.ร.บ.อัยการ 1 ข้อ, วิอาญาในศาลแขวง หรือเยาวชนและครอบครัว หรือผู้บริโภค 1 ข้อ (เลือกทำ 1 ข้อ), กฎหมายล้มละลาย หรือภาษีอากร หรือกฎหมายแรงงาน 1 ข้อ (เลือกทำ 1 ข้อ), กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา หรือการค้าระหว่างประเทศ 1 ข้อ (เลือกทำ 1 ข้อ) และวิชาภาษาอังกฤษ 2 ข้อ (ข้อละ 5 คะแนน) รวมทั้งหมด 10 ข้อ
สรุป วันที่ 1 เต็ม 100 คะแนน วันที่ 2 เต็ม 100 คะแนน และวันที่ 3 เต็ม 90 คะแนน รวม3 วัน 290 คะแนน และถ้าตอบได้คะแนนเกินครึ่งหนึ่ง ถือว่าสอบผ่าน

จะเห็นได้ว่า การจะตอบโจทย์ให้ครบทุกประเด็นในเวลาอันจำกัดได้ดีนั้น นับเป็นเรื่องยากลำบากเอาการทีเดียว เพราะในการตอบ 1 ข้อ มีเวลาในการตอบ รวมทั้งอ่านโจทย์และการเขียนคำตอบด้วยเวลาเพียง 24 นาทีเท่านั้น ซึ่งบางข้อคำถามมีประเด็นให้ตอบถึง 10 ประเด็น และถ้าตอบไม่ครบก็ถูกตัดคะแนนในที่สุด ทั้งนี้ได้ทราบกันในเชิงลึกแต่ไม่ลับมาว่า แม้แต่บุตรแท้ๆ ของอัยการผู้ใหญ่ระดับสูงบางท่าน ก็ยังสอบไม่ผ่าน...อันเป็นหลักประกันความโปร่งใสในการสอบคัดเลือกทุกครั้งได้เป็นอย่างดี

ด้วยหลักการนี้ จึงเป็นที่ยอมรับกันในวงการนักกฎหมายว่า การสอบคัดเลือกอัยการผู้ช่วยฯ ในสนามใหญ่แห่งนี้ “หินจริงๆ” เพราะอาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบต้องยึดหลักความถูกต้อง เที่ยงธรรม และโปร่งใส เป็นที่ตั้ง

ดังนี้แล้ว ผู้สมัครที่หวังจะสอบผ่านได้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ จึงต้องทำการบ้านแข่งกับตัวเองอย่างหนักหน่วง เช่นการตอบโจทย์ให้ถูกธง ตรงประเด็นทั้ง 10 ข้อในเวลาที่กำหนด พร้อมกับอธิบายเหตุผลข้อเท็จจริงปรับเข้ากับข้อกฎหมายได้ดี และสิ่งสำคัญ ถ้าตอบไม่ครบก็ถูกตัดคะแนน ยังผลให้สอบตกอย่างน่าเสียดายในที่สุด

อย่างไรก็ตาม อยากฝากน้องๆ ที่ไม่ผ่านการสอบ อย่าได้ท้อใจ จงจำไว้ว่าการตอบข้อสอบแต่ละครั้ง ต้องจับประเด็นให้ได้ก่อน ว่ามีกี่ประเด็น แล้วจึงลงมือเขียนคำตอบในคำถามให้ครบทุกประเด็น ที่สำคัญที่สุดคือตอบให้ตรงประเด็นคำถาม โดยตรวจเลือกดูก่อนว่าข้อไหนง่าย ก็รีบตอบก่อน แล้วจึงมาตอบข้อยากภายหลัง ข้อบกพร่องอย่างหนึ่ง คือถามอย่างตอบอย่าง อาทิถามว่า อุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่? ต้องตอบว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่บางคนกลับตอบว่าไม่มีสิทธิอุทธรณ์ หรือบางข้อให้ตอบทั้งหมด 6 จุด แต่ตอบไม่ครบทุกจุด ทำให้ไม่ได้คะแนนในที่สุด

ส่วนอีก “ปุจฉา” หนึ่งที่ถามว่า ในการประชุม ก.อ.ที่ผ่านมา ได้มีมติสั่ง “ให้ออก” จากข้าราชการอัยการถึง 2 คน จริงเท็จอย่างไร? เพราะไม่ค่อยได้ยินกรรมการอัยการ (ก.อ.) ใช้มาตร “เข้มข้น” ไล่หรือให้ออกพนักงานอัยการที่ประพฤติผิดวินัยมากนัก ต่างกับคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ซึ่งเคยใช้มาตรการ “เข้ม” ไล่หรือให้ออกผู้พิพากษาระดับผู้ใหญ่มาแล้วถึง 7 คน จนข่าวกล่าวขานไปทั่วโลก...

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,285 วันที่ 6 -9 สิงหาคม พ.ศ. 2560