
ประมูล‘IFEC’รอบสุดท้าย หั่นราคาจูงใจ-ตลาดจี้ส่งงบปี 59 ภายใน 28 ส.ค.นี้
โบรกเกอร์เจ้าหนี้ “หมอวิชัย” หารือเปิดประมูลรอบ 2 สุดท้าย ก่อนเก็บเข้ากรุ คาดลดราคาลงอีก จูงใจคนประมูลซื้อ “ทวิช” ยํ้าไม่ร่วมประมูล วอน “หมอวิชัย” รับผิดชอบตั้งก.ก.ตรวจสอบ, ส่งงบการเงินก่อนเข้าข่ายถูกเพิกถอน
นายชาญชัย กงทองลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ฯ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทอยู่ระหว่างประสานหารือกับบริษัทหลักทรัพย์เมย์ (บล.) แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย)ฯ บล. เคทีบี (ประ เทศไทย)ฯ ถึงแผนการเปิดประมูลหุ้นบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่นฯ (IFEC) ในส่วนของนายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ที่คํ้าประกันสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิน ) อยู่กับ 3 โบรกเกอร์ เปิดประมูลอีกครั้งวันไหน หลังจากการประมูลรอบแรกไม่ได้ และกรณีที่เปิดประมูลรอบ 2 แล้ว ยังไม่มีผู้สนใจร่วมประมูลอีก จะยุติการประมูล หรือไม่มีการประ มูลรอบ 3 อีก เก็บถือลงทุนเป็นผู้ถือหุ้น IFEC
[caption id="attachment_188869" align="aligncenter" width="503"]
ชาญชัย กงทองลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ฯ[/caption]
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงกรณีที่ นายวิชัย ให้ทนายคัดค้าน โบรกเกอร์ขายหุ้น IFEC ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอยู่ระหว่างฟ้องร้องต่อศาลแพ่ง เป็นสิทธิที่นายวิชัย ทำได้ ขณะเดียวกันการดำเนินการของบล.ทรีนีตี้ฯ ถูกต้องไปตามขั้นตอนของสัญญา ที่ผ่านมานายวิชัย เป็นลูกหนี้ บล.ทรีนีตี้ฯมานาน บัญชีมีการเคลื่อนไหว มีการจ่ายดอกเบี้ย
“เวลามีปัญหาต่างคนต่างอ้าง ผมไม่ว่าอะไร บริษัทเราเดินไปตามขั้นตอนของสัญญา ถ้าหุ้นไม่ถูก SP จะถูกบังคับขายออกมาในตลาด แต่ตอนนี้ขายในตลาดหุ้นไม่ได้ จึงนำมาประมูล บริษัทไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าไม่ถูกต้องไปว่ากันในชั้นศาล หากประมูลรอบ 2 ขายได้ก็ขาย ขาย ไม่ได้ก็เก็บใส่กระเป๋า เป็นผู้ถือหุ้นไป สำหรับราคาประมูลรอบ 2 นั้น ปรับลงมาเท่าไรขึ้นกับราคาที่เหมาะสม” นายชาญชัย กล่าว และว่า การที่มองว่าการฟ้องร้องของนายวิชัย จะเป็นบรรทัดฐานโบรกเกอร์ไม่กล้าบังคับขายหุ้นลูกค้านั้น ห้ามการฟ้องไม่ได้
สำหรับหุ้น IFEC ประมูลขายทอดตลาดในครั้งนี้ เป็นหุ้นของ บล.ทรีนีตี้ฯ จำนวน 30,786,666 หุ้น ราคาขายขั้นต้น 3.10 บาท รวมเป็นเงิน 95.438 ล้านบาท, บล.เคทีบี (ประเทศไทย)ฯ จำนวน 3.9 ล้านหุ้น เป็นเงิน 12.09 ล้านบาท และ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)ฯ จำนวน 22.775 ล้านหุ้น เป็นเงิน 70.60 ล้านบาท
นายทวิช เตชะนาวากุล ผู้ถือหุ้นใหญ่ IFEC กล่าวยํ้าว่า ไม่มีความสนใจประมูลหุ้น เนื่องจากหุ้นที่ถือมีจำนวนมากแล้ว แม้ว่าการประมูลครั้งที่ 2 ราคาจะปรับลดลงมาก็ตาม ซึ่งการประมูลรอบแรก ไม่มีนักลงทุนเข้าประมูล เกิดจากไม่มีใครรู้อนาคต ระยะเวลาปลด SP และหุ้นที่เข้าข่ายถูกเพิกถอน จึงไม่มีนักลงทุนสนใจประมูลหุ้น
“หุ้น IFEC ที่นำมาประมูลครั้งนี้ มี 2 ประเด็นคือ โบรกเกอร์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ได้ศึกษาโดยละเอียดแล้วคิดว่าหุ้น SP นาน ไม่รู้ปลด เมื่อไร ส่วนเจ้าของหุ้น ก็ต้องทำทุกทาง ไม่ให้ถูกบังคับขาย ตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงอนาคตของ IFEC ภาระหนี้ การส่งงบ การตั้งกรรมการตรวจสอบ เป็นความรับผิดชอบของนายวิชัยเพียงคนเดียว หากช่วยแถลงถึงสิ่งพวกนี้ จะดีและขอบคุณ”นายทวิช กล่าว
จำนวนหุ้น IFEC ที่นายวิชัย ถือทั้งหมด 57.88 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.86% ของหุ้นสามัญทั้งหมด ขณะที่หุ้นถูกขายทอดตลาด 57.46 ล้านหุ้นหรือ 2.84% มูลค่าหุ้นเบื้องต้น 178 ล้านบาท
ด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งให้ IFEC เร่งส่งงบการเงินปี 2559 ภายในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ และสั่งให้บริษัท เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ฯ (KC) นำส่งงบปี 2559 ภายใน 28 สิงหาคมนี้เช่นกัน หากพ้นกำหนดตลาดจะดำเนินการประกาศว่าทั้ง IFEC และ KC เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน และขึ้น NC จนครบ 180 วันนับจากวันประกาศ เพื่อให้ผู้ลงทุนทราบว่าหลักทรัพย์เข้าข่ายถูกเพิกถอน และหากไม่ส่งงบภายใน 180 วันนับจากวันประกาศหลักทรัพย์ถูกเพิกถอน ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจพิจารณาเพิกถอนหลักทรัพย์จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,284 วันที่ 3 -5 สิงหาคม พ.ศ. 2560
นายชาญชัย กงทองลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ฯ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทอยู่ระหว่างประสานหารือกับบริษัทหลักทรัพย์เมย์ (บล.) แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย)ฯ บล. เคทีบี (ประ เทศไทย)ฯ ถึงแผนการเปิดประมูลหุ้นบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่นฯ (IFEC) ในส่วนของนายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ที่คํ้าประกันสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิน ) อยู่กับ 3 โบรกเกอร์ เปิดประมูลอีกครั้งวันไหน หลังจากการประมูลรอบแรกไม่ได้ และกรณีที่เปิดประมูลรอบ 2 แล้ว ยังไม่มีผู้สนใจร่วมประมูลอีก จะยุติการประมูล หรือไม่มีการประ มูลรอบ 3 อีก เก็บถือลงทุนเป็นผู้ถือหุ้น IFEC
[caption id="attachment_188869" align="aligncenter" width="503"]
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงกรณีที่ นายวิชัย ให้ทนายคัดค้าน โบรกเกอร์ขายหุ้น IFEC ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอยู่ระหว่างฟ้องร้องต่อศาลแพ่ง เป็นสิทธิที่นายวิชัย ทำได้ ขณะเดียวกันการดำเนินการของบล.ทรีนีตี้ฯ ถูกต้องไปตามขั้นตอนของสัญญา ที่ผ่านมานายวิชัย เป็นลูกหนี้ บล.ทรีนีตี้ฯมานาน บัญชีมีการเคลื่อนไหว มีการจ่ายดอกเบี้ย
“เวลามีปัญหาต่างคนต่างอ้าง ผมไม่ว่าอะไร บริษัทเราเดินไปตามขั้นตอนของสัญญา ถ้าหุ้นไม่ถูก SP จะถูกบังคับขายออกมาในตลาด แต่ตอนนี้ขายในตลาดหุ้นไม่ได้ จึงนำมาประมูล บริษัทไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าไม่ถูกต้องไปว่ากันในชั้นศาล หากประมูลรอบ 2 ขายได้ก็ขาย ขาย ไม่ได้ก็เก็บใส่กระเป๋า เป็นผู้ถือหุ้นไป สำหรับราคาประมูลรอบ 2 นั้น ปรับลงมาเท่าไรขึ้นกับราคาที่เหมาะสม” นายชาญชัย กล่าว และว่า การที่มองว่าการฟ้องร้องของนายวิชัย จะเป็นบรรทัดฐานโบรกเกอร์ไม่กล้าบังคับขายหุ้นลูกค้านั้น ห้ามการฟ้องไม่ได้
สำหรับหุ้น IFEC ประมูลขายทอดตลาดในครั้งนี้ เป็นหุ้นของ บล.ทรีนีตี้ฯ จำนวน 30,786,666 หุ้น ราคาขายขั้นต้น 3.10 บาท รวมเป็นเงิน 95.438 ล้านบาท, บล.เคทีบี (ประเทศไทย)ฯ จำนวน 3.9 ล้านหุ้น เป็นเงิน 12.09 ล้านบาท และ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)ฯ จำนวน 22.775 ล้านหุ้น เป็นเงิน 70.60 ล้านบาท
นายทวิช เตชะนาวากุล ผู้ถือหุ้นใหญ่ IFEC กล่าวยํ้าว่า ไม่มีความสนใจประมูลหุ้น เนื่องจากหุ้นที่ถือมีจำนวนมากแล้ว แม้ว่าการประมูลครั้งที่ 2 ราคาจะปรับลดลงมาก็ตาม ซึ่งการประมูลรอบแรก ไม่มีนักลงทุนเข้าประมูล เกิดจากไม่มีใครรู้อนาคต ระยะเวลาปลด SP และหุ้นที่เข้าข่ายถูกเพิกถอน จึงไม่มีนักลงทุนสนใจประมูลหุ้น
“หุ้น IFEC ที่นำมาประมูลครั้งนี้ มี 2 ประเด็นคือ โบรกเกอร์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ได้ศึกษาโดยละเอียดแล้วคิดว่าหุ้น SP นาน ไม่รู้ปลด เมื่อไร ส่วนเจ้าของหุ้น ก็ต้องทำทุกทาง ไม่ให้ถูกบังคับขาย ตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงอนาคตของ IFEC ภาระหนี้ การส่งงบ การตั้งกรรมการตรวจสอบ เป็นความรับผิดชอบของนายวิชัยเพียงคนเดียว หากช่วยแถลงถึงสิ่งพวกนี้ จะดีและขอบคุณ”นายทวิช กล่าว
จำนวนหุ้น IFEC ที่นายวิชัย ถือทั้งหมด 57.88 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.86% ของหุ้นสามัญทั้งหมด ขณะที่หุ้นถูกขายทอดตลาด 57.46 ล้านหุ้นหรือ 2.84% มูลค่าหุ้นเบื้องต้น 178 ล้านบาท
ด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งให้ IFEC เร่งส่งงบการเงินปี 2559 ภายในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ และสั่งให้บริษัท เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ฯ (KC) นำส่งงบปี 2559 ภายใน 28 สิงหาคมนี้เช่นกัน หากพ้นกำหนดตลาดจะดำเนินการประกาศว่าทั้ง IFEC และ KC เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน และขึ้น NC จนครบ 180 วันนับจากวันประกาศ เพื่อให้ผู้ลงทุนทราบว่าหลักทรัพย์เข้าข่ายถูกเพิกถอน และหากไม่ส่งงบภายใน 180 วันนับจากวันประกาศหลักทรัพย์ถูกเพิกถอน ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจพิจารณาเพิกถอนหลักทรัพย์จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,284 วันที่ 3 -5 สิงหาคม พ.ศ. 2560











