เค้ก-เบเกอรี่ชิง 2 หมื่นล. สหพัฒน์ปั้นแบรนด์ใหม่‘มองเตอ’ขายซูเปอร์ฯ

5 August 2017






บิ๊กแบรนด์งัดกลยุทธ์ชิงตลาดเค้กและเบเกอรี่ 2 หมื่นล้าน “สหพัฒน์” ชูนวัตกรรม-ไซซ์เล็กสู้ พร้อมผนึกพันธมิตรญี่ปุ่นแจ้งเกิดแบรนด์ใหม่ “มองเตอ” ป้อนซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่ “ดีบี กรุ๊ป” ปักหมุด “โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่” สาขาแรกที่สยามพารากอนเจาะกลุ่มวัยรุ่น หลังเลอทาโอะติดลมบน

ตลาดเค้กและเบเกอรี่เมืองไทยซึ่งมีมูลค่าตลาดไม่ตํ่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทในปีนี้ยังมีผู้เล่นแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่องทางโมเดิร์นเทรด รวมถึงการเปิดร้านในรูปแบบสแตนด์อะโลนและคีออสเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย แต่สถานการณ์ด้านกำลังซื้อ และภาวะการแข่งขัน ทำให้การสร้างธุรกิจให้เติบโตต้องใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายทั้งการเปิดแบรนด์ใหม่ การแตกไลน์สินค้าใหม่ การขยายตลาดและช่องทางใหม่ๆ เป็นตัวเสริม

โดยนางทิพาภรณ์ โชควัฒนา กรรมการบริหาร บริษัท เค้กแอนด์เบเกอรี่ จำกัด หรือ C&B ผู้ผลิตและจำหน่ายเบเกอรี่ในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาวะตลาดยังคงแข่งขันกันอย่างรุนแรง เนื่องจากแบรนด์ต่างๆ ต้องการยอดขาย แม้ว่ากำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ได้ปรับตัวดีเป็นปกติ ตลาดเบเกอรี่ที่คาดว่ามีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทจึงอยู่ในภาวะทรงตัว แต่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลังที่รัฐบาลมีนโยบายและมาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ประกอบกับช่วงปลายปีจะมีเทศกาลที่ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าเพื่อมอบเป็นของขวัญต่างๆ ด้วย

โดยในครึ่งปีหลังบริษัทวางแผนพัฒนาสินค้านวัตกรรมและสินค้าใหม่ในกลุ่มเพื่อสุขภาพ เช่น สินค้าที่ใช้วัตถุดิบเป็นเนยสด ธัญพืช เป็นต้น รวมถึงการปรับขนาดสินค้าเล็กลง เพื่อให้มีราคาถูกซึ่งทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้หลากหลายและจำนวนชิ้นมากขึ้นสอดรับกับกำลังซื้อของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ที่พบว่ามียอดซื้อเฉลี่ยต่อบิลลดลง โดยเฉพาะในช่องทางร้านสะดวกซื้อ ที่พบว่ามียอดซื้อเฉลี่ยต่อบิลประมาณ 30 บาท จากก่อนหน้าที่มียอดซื้อเฉลี่ย 40-50 บาท แต่มีจำนวนผู้บริโภคซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากนิยมซื้อเบเกอรี่แทนอาหารเช้าปกติ

เค้ก-เบเกอรี่ชิง2หมื่นล. สหพัฒน์ปั้นแบรนด์ใหม่‘มองเตอ’ขายซูเปอร์ฯ



“ยอดขายช่วงครึ่งปีแรกยังถือว่าทรงตัว แต่ในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้น จากปัจจัยบวกหลายอย่าง รวมถึงมาตรการภาครัฐ ประกอบกับการทำตลาดและสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้เตรียมงบประมาณการตลาดไว้ 5-10% ของยอดขายโดยรวม ซึ่งในแต่ละปีจะมีการพัฒนาสินค้าใหม่ออกมาทำตลาดกว่า 100 รายการ โดยปีนี้คาดว่าจะมียอดขายเติบโตประมาณ 5-10% ซึ่งดีกว่าภาพรวมตลาดที่อยู่ในภาวะทรงตัว ส่วนปีหน้าคาดว่าจะเติบโตได้ถึง 15% หลังจากการลงทุนขยายตลาดในปีนี้”

ล่าสุดบริษัทได้ลงนามสัญญาร่วมทุนกับพันธมิตรใหม่ นายโทโมนาริ ซูซูกิ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท มองเตอ ประเทศญี่ปุ่น และนายโอซามุ โควาดะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิน-เอ็ทสึ โพลีเมอร์ ประเทศไทยฯ เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมประเภทเบเกอรี่แช่เย็นหรือ Chilled Dessert ภายใต้แบรนด์ “มองเตอ” (Monteur) เพื่อขยายการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มทั้งในเชนร้านสะดวกซื้อ รวมถึงร้านค้าในแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัย สถานศึกษา และในปีหน้ายังวางแผนขยายร้าน C&B เพิ่มอีก 2-3 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 16 แห่ง บริษัทยังรับจ้างผลิตสินค้าให้กับพันธมิตรธุรกิจอีกกว่า 20 ราย โดยคาดว่าปีหน้าจะมีพันธมิตรรับจ้างผลิตสินค้า เพื่อส่งออกไปทำตลาดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวีเพิ่มขึ้นด้วย

ด้านนางสาวดลนภา ธรรมวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีบี กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายชีสเค้ก “เลอ ทา โอะ”จากประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า จากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อภาพรวมยอดขายของผู้ประกอบการหลายรายในท้องตลาด และยังกระทบต่อยอดขายของบริษัทบ้างเล็กน้อย ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังนับจากนี้มองว่าภาพรวมการแข่งขันในตลาดขน
มหวานเมืองไทยจะยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่องทั้งจากผู้ประกอบการรายเก่าและใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยแบรนด์ที่สามารถอยู่ได้ในระยะยาวจะต้องเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพ แปลกใหม่ และมีการปรับเมนูใหม่ๆ ตลอดเวลา

ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความหลากหลายให้กับผู้บริโภคและเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท ล่าสุดได้เตรียมนำเข้าแบรนด์น้องใหม่ในชื่อ “โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่” (Tokyo milk cheese factory) แบรนด์เบเกอรี่ชื่อดังในเครือเดียวกับแบรนด์“เลอ ทา โอะ” (LeTAO) จากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ โดยจะเปิดให้บริการสาขาแรกที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน บนพื้นที่ 50 ตร.ม. ในคอนเซ็ปต์ร้านขนมหวานกึ่งคาเฟ่ ที่สามารถนั่งรับประทานได้ภายในร้าน ที่มีระดับราคาตั้งแต่ 95-890 บาท โดยเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับกลางและกลุ่มวัยรุ่นคนใหม่เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มราว 1-2 แห่งภายในสิ้นปีนี้ โดยสาขาที่ 2 จะเปิดให้บริการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว เบื้องต้นอยู่ระหว่างการเจรจากับทางเจ้าของพื้นที่

“การเปิดตัวแบรนด์ โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่ ในครั้งนี้เพราะต้องการสร้างความหลากหลายให้กับแบรนด์ในเครือของบริษัทที่เจาะกลุ่มลูกค้าแตกต่างกันออกไปในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย โดยเลอ ทา โอะ ถือเป็นแบรนด์ที่เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายในระดับพรีเมียม ขณะที่โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่ เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับกลางที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก”

ขณะที่แผนงานในส่วนของแบรนด์ “เลอ ทา โอะ” นับจากนี้ได้เตรียมเปิดให้บริการสาขาในรูปแบบคาเฟ่เต็มรูปแบบ บนพื้นที่กว่า 100 ตร.ม.ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ภายใต้งบประมาณการลงทุนราว 5-10 ล้านบาท เพื่อเป็นการต่อยอดทางธุรกิจอีกทั้งยังรองรับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายยุคใหม่ที่อยากเข้ามานั่งรับประทานภายในร้าน ขณะที่แผนการขยายสาขาตั้งเป้าเฉลี่ยที่ 1-2 แห่งต่อปี ในย่านที่มีศักยภาพควบคู่กับการจัดแคมเปญโปรโมชันตามฤดูกาลเฉลี่ย 4 ครั้งต่อปี เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย โดยวางเป้าหมายยอดขายของบริษัทในปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้น 30% จากปีที่ผ่านมา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,284 วันที่ 3 -5 สิงหาคม พ.ศ. 2560


สหพัฒน์ เบเกอรี่ เค้ก มองเตอ