เอสซีจีเผยครึ่งแรกของปี 60 กวาดรายได้จากยอดขายอาเซียน 5.2 หมื่นล้าน

26 July 2017






เอสซีจีแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 2 และครึ่งปีแรกของปี 2560 เดินหน้าโครงการลงทุนอาเซียน ต่อยอดความร่วมมือพัฒนานวัตกรรมจากทั่วโลก

นายรุ่งโรจน์  รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า งบการเงินรวมก่อนสอบทานของเอสซีจีในไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2560มีรายได้จากการขาย 108,825 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวด 13,252ล้านบาทลดลงร้อยละ17จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลงร้อยละ 24จากไตรมาสก่อน เนื่องจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ ประกอบกับสภาพตลาดชะลอตัว และการแข่งขันโดยรวมในธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่รุนแรงมากขึ้นสำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2560 เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 225,093 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสำหรับงวด 30,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากผลประกอบการที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาสที่ 1 นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการส่งออกครึ่งปีแรก 60,689 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดในประเทศจีนและเอเชียใต้

สำหรับผลการดำเนินงานของเอสซีจีในอาเซียน นอกเหนือจากประเทศไทย ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 มีรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน 52,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24ของรายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งนี้ เอสซีจีมีสินทรัพย์รวมในอาเซียน นอกเหนือจากประเทศไทย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 มูลค่า 137,783ล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ25ของสินทรัพย์รวมของบริษัท

สินทรัพย์รวมของเอสซีจี ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560มีมูลค่า 552,373ล้านบาท

ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 และครึ่งปีแรกปี 2560แยกตามรายธุรกิจดังนี้

เอสซีจี เคมิคอลส์  ในไตรมาสที่ 2 ในปี 2560 มีรายได้จากการขาย 49,585ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่ลดลงร้อยละ 9 จากไตรมาสก่อนมีกำไรสำหรับงวด 9,258ล้านบาท ลดลงร้อยละ18จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลงร้อยละ31 จากไตรมาสก่อน เนื่องจากขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (inventory loss) ในครึ่งปีแรกของปี 2560 มีรายได้จากการขายเท่ากับ 103,856ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลประกอบการที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้จากไตรมาสที่ 1 กำไรสำหรับงวด 22,625ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ12จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในไตรมาสที่ 2 ในปี 2560มีรายได้จากการขาย 42,657ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลงร้อยละ 5จากไตรมาสก่อน มีกำไรสำหรับงวด1,768ล้านบาท ลดลงร้อยละ 29 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 28 จากไตรมาสก่อน ในครึ่งปีแรกของปี 2560มีรายได้จากการขายเท่ากับ 87,481ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสภาวะตลาดในประเทศไทยที่ยังคงชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นมีกำไรสำหรับงวด4,236ล้านบาท ลดลงร้อยละ 27 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ในไตรมาสที่ 2 ในปี 2560มีรายได้จากการขาย 19,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสำหรับงวด 1,019 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในครึ่งปีแรกของปี 2560มีรายได้จากการขายเท่ากับ 39,275ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีกำไรสำหรับงวด 2,715ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ20จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ในไตรมาสแรก

นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า “เอสซีจียังคงเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้อนุมัติการลงทุนใน Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 71 ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ188,000 ล้านบาท (5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)ร่วมกับ Vietnam Oil and Gas Group (PetroVietnam)เพื่อดำเนินโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของประเทศเวียดนามที่มีความทันสมัยระดับชั้นนำของโลกและมีความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจเนื่องจากเชื่อมโยงจากโรงงานปิโตรเคมีขั้นต้นถึงขั้นปลายครบวงจร สามารถใช้วัตถุดิบได้อย่างยืดหยุ่น (flexible feedstock) มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.6ล้านตันต่อปีคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปีครึ่ง และจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2565ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าและตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมในประเทศเวียดนามที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี”



สำหรับครึ่งปีแรกของปี2560เอสซีจีมียอดขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม(High Value Added Products & Services - HVA) 86,291ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปีก่อน คิดเป็นร้อยละ38ของยอดขายรวม โดยล่าสุดได้เปิดตัว Open Innovation Center ต่อยอดความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากสถาบันวิจัย ภาครัฐ และภาคธุรกิจจากทั่วโลกเพื่อร่วมคิดและพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการสู่ตลาดตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วและตรงจุดยิ่งขึ้นรวมถึงได้มีการลงทุนสนับสนุนธุรกิจแบบสตาร์ทอัพ โดยเปิดตัวAddVenturesบริษัทในรูปแบบ Corporate Venture Capital หรือ CVC เน้นการลงทุนเพื่อพัฒนาด้านดิจิทัลเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบรับ Digital Transformation โดยจะพิจารณาการลงทุนทั้งรูปแบบ Direct Investment ในสตาร์ทอัพรายต่างๆ โดยตรง และการลงทุนในกองทุน (Venture Capital) ต่างๆ ที่มีการลงทุนในสตาร์ทอัพ อีกทั้งได้เปิดโครงการสตาร์ทอัพภายใน (Internal Startup)เพื่อสนับสนุนให้พนักงานฝึกฝนและพัฒนาทักษะในการทำงานร่วมกับธุรกิจสตาร์ทอัพที่เน้นความคล่องตัวและรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้เอสซีจีคาดว่าในปีนี้จะใช้งบประมาณการลงทุนรวมด้านการพัฒนานวัตกรรมประมาณ 5,000 ล้านบาท”

คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2560ในอัตรา 8.50บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 10,200ล้านบาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่24 สิงหาคม 2560กำหนดวันที่ XDในวันที่ 7 สิงหาคม 2560กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record date) วันที่ 9 สิงหาคม 2560และปิดสมุดทะเบียนรวบรวมรายชื่อเพื่อสิทธิรับเงินปันผลวันที่10 สิงหาคม 2560



อาเซียน SCG