‘แบงก์-นอนแบงก์’หวังปีหน้าเอ็นพีแอลลด มนุษย์เงินเดือนรับโบนัส-แต๊ะเอียเคลียร์หนี้

18 November 2015






สแกนเอ็นพีแอลไตรมาส3/58พุ่งรับโดมิโนเอสเอ็มอี-รายย่อยทั้ง "กลุ่มมีรายได้ประจำและเจ้าของกิจการ"โดยเฉพาะต่างจังหวัด ส่วนหนึ่งมีรายได้จากเกษตร-ค่าครองชีพสูง กรุงศรียันทำตลาดอย่างระมัดระวัง-ชี้ปลายปีและต้นปีหน้าลูกค้ารายได้ประจำรับโบนัส-แต๊ะเอียเคลียร์หนี้-หวังแนวโน้มเอ็นพีแอลจะปรับลด- "เคทีซี"หนี้ลดสวนตลาดเหตุเกาะติดลูกค้าใกล้ชิด

ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ระบุตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ไตรมาส3/58 มียอดคงค้างรวม 3.6 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.78% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ 2.38% โดยเฉพาะเอ็นพีแอลของบัตรเครดิตพุ่งแตะ 4.5% ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดจากกลุ่มผู้มีรายได้สูงเกิน 5 หมื่นบาท และอีกส่วนเกิดจากยอดคงค้างสินเชื่อปรับลดมาอยู่ที่ 1.83 แสนบาทจาก 1.98 แสนบาทสิ้นปีก่อนนั้น

ต่อประเด็นดังกล่าว นายฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ กรุงศรีคอนซูมเมอร์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ยอมรับว่าการเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลบัตรเครดิตสอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท โดยมีสัญญาณเอ็นพีแอลกระดกขึ้นซึ่งเป็นลักษณะของการทยอยเพิ่มทีละไม่มาก ในส่วนของบริษัทมีพอร์ตลูกค้ารายได้ประจำ 3-5หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งกระจุกตัวในสัดส่วน 80-90%และลูกค้าเจ้าของกิจการเป็นส่วนน้อยเฉลี่ยรายได้ตั้งแต่ 5 หมื่นบาทขึ้นไปแต่ในกลุ่มรายได้ 7 หมื่นบาทต่อเดือนยังประกอบการไปได้ดี แต่ที่พบในต่างจังหวัดเอ็นพีแอลจะเร่งตัวขึ้นมากกว่าฐานกรุงเทพมหานคร จึงสะท้อนถึงปัญหาเรื่องค่าครองชีพและรายได้ที่ถูกกระทบจากราคาสินเชื่อโภคภัณฑ์ที่ปรับ เพราะลูกค้าในต่างจังหวัดส่วนหนึ่งจะมีรายได้จากเกษตรกรรม

"ตัวเลขเอ็นพีแอลของแบงก์ชาตินั้น เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ ไม่มีSurprise เพราะกรณีเจ้าของกิจการนั้นส่วนหนึ่งเป็นผลโดมิโนจากธุรกิจเอสเอ็มอีที่ง่อนแง่นและในที่สุดก็กระทบถึงรายย่อยด้วย แต่สถานการณ์ดังกล่าวทั้งระบบจับตาดูแลอย่างใกล้ชิด โดยกรุงศรีฯมีเอ็นพีแอลอยู่ที่ 1.4%ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาจากยอดสินเชื่อคงค้าง 5.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่ายังต่ำกว่าตลาด"

ในส่วนของกรุงศรีฯยังคงระมัดระวังในการอนุมัติและติดตามลูกค้าทั้งในแง่ของการดูแลและการติดตามทวงถามกรณีลูกค้าลืมชำระค่างวด ส่วนในการติดตามทวงถามนั้นยังมุ่งทำหน้าที่ให้สอดคล้องกับกฎหมายติดตามทวงถามหนี้มากขึ้นซึ่งในต่างจังหวัดที่ผ่านมาจะใช้วิธีโทรศัพท์อย่างเดียวแต่กำลังพิจารณาดูแนวทางเพิ่มเติมเพื่อสื่อสารกับลูกค้า

ต่อข้อถามแนวโน้มการฟ้องคดีลูกค้านั้น มีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มขึ้นตามเทรนด์เอ็นพีแอล และเนื่องจากกฎหมายติดตามทวงถามหนี้มีผลบังคับใช้ ซึ่งในส่วนของบริษัทกำลังพิจารณาถึงกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดจากที่ผ่านมาจะใช้วิธีโทรศัพท์อย่างเดียว แต่ในแง่ของการฟ้องดำเนินคดีนั้นต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าระหว่างมูลหนี้และค่าใช้จ่ายในกระบวนการทางศาลว่าคุ้มหรือไม่ เพราะบางรายมีมูลหนี้ 3-4 หมื่นบาท ดังนั้นในแง่ของการฟ้องจึงต้องเลือกเป็นรายๆ

ภาพรวมแนวโน้มเอ็นพีแอลจากนี้ไปเชื่อว่าจะทยอยปรับลดลง เพราะช่วงปลายปีและต้นปีคือระหว่างเดือนธันวาคมถึงมกราคมสัญญาณเอ็นพีแอลจะปรับลดส่วนหนึ่งเพราะลูกค้ามีกำลังในการผ่อนชำระคืนหนี้ เนื่องจากช่วงปลายปีและต้นปีจะมีเงินพิเศษ เช่น โบนัส ,อั้งเปาหรือแต๊ะเอียช่วงตรุษจีน ขณะเดียวกันช่วงปลายปีจะมียอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากฐานลูกค้าที่มีการซื้อหน่วยลงทุน เพื่อลดหย่อนทางภาษีและในปีนี้เชื่อว่าผลจากมาตรการทางการจะเอื้อต่อการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้น เช่น การซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF จากเดิมที่จะสิ้นสุดการลดหย่อนในปี 2559 โดยทางการได้ขยายการใช้สิทธิออกไปอีก 3 ปี และขยายเวลาการถือครองแอลทีเอฟจาก 5 ปี เป็น 7 ปี ปฏิทินจึงเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดการใช้จ่ายและจะมีการชำระคืนในระยะเวลาสั้นๆ

นายบูชา ศิริชุมแสง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน)(บมจ.)หรือเคทีซี กล่าวว่า ปัจจุบันเอ็นพีแอลของเคทีซีอยู่ในระดับต่ำมากแล้วคือ ระดับ 1.5% จากยอดสินเชื่อคงค้างกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งสวนทางกับตัวเลขของตลาด เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับปรุงกระบวนการดูแลลูกหนี้โดยบริษัท วินเพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด ซึ่งทำงานใกล้ชิดเป็นรายวันกับเคทีซีในการดูแลและติดตามลูกหนี้ส่งผลให้เอ็นพีแอลทยอยปรับลดอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญของความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการเอาใจใส่ดูแลติดต่อลูกค้าอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งมีนโยบายปรับปรุงคุณภาพหนี้ที่ให้ความคล่องตัวกับวินฯทำให้การเจรจากับลูกค้ามีโอกาสจะได้รับคืนหนี้ ซึ่งปกติถ้าลูกค้าค้างชำระเกิน 90วันโดยไม่สามารถเจอตัวบุคคลหรือเจรจาหาข้อสรุปไม่ได้ก็จะดำเนินการทางคดีทำให้ไม่มีหนี้ค้างชำระเป็นเวลานาน นอกจากนี้ที่ผ่านมาได้เปิดช่องทางไกล่เกลี่ยผ่านกรมบังคับคดีโดยปีนี้สามารถช่วยลูกหนี้ได้กว่า 2 พันรายหรือเกือบทั้งหมดที่เข้ามาไกล่เกลี่ย

นายทวี ธีระสุนทรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบมจ.ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เอ็นพีแอล ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1.9% ขยับขึ้นเล็กน้อยจากเป้าที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.84% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำแม้ว่าจะเพิ่มขึ้นจากเป้า ซึ่งเป็นผลดีส่วนหนึ่งจากที่ลูกค้าประมาณ 70% ของลูกค้าทั้งหมดจ่ายชำระเต็มวงเงิน ทำให้การเกิดเอ็นพีแอลน้อย อีกทั้งยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นเป็น 1.82 หมื่นบาทต่อบัตรต่อเดือนจากค่าเฉลี่ย 1.8 หมื่นบาทต่อบัตรต่อเดือน และทำให้ธนาคารมีรายได้จากค่าธรรมเนียมร้านค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย ขณะที่เหลืออีก 30% จะเป็นลูกค้าชำระขั้นต่ำที่ 10% หรือคิดเป็นประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรรวม 3 แสนล้านบาท

"ตอนนี้เราเริ่มเห็นสัญญาณใช้จ่ายเดือนตุลาคมเริ่มกลับมาแล้ว ซึ่งมาจากโจทย์ของรัฐบาลเป็นหลักที่กระตุ้นผ่านมาตรการ โดยเฉพาะมาตรการอสังหาริมทรัพย์เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ให้คึกคักขึ้น และสินค้าลักชัวรีก็จะขายดีในช่วงนี้ ดังนั้นภาพรวมไตรมาส 4 น่าจะดีขึ้น ทั้งปีเราก็น่าจะเก็บสเปนดิ้งได้ 3 แสนล้านบาท ส่วนปี 59 เชื่อว่าการแข่งขันบัตรเครดิตจะเป็นไปในแนวทางดึงมาร์เก็ตแชร์เพื่อน เพราะเค้กก้อนไม่ได้ใหญ่มาก"

อนึ่งนายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ภาพรวมสินเชื่อนั้นมียอดคงค้างอยู่ที่ 11.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตที่ 5.3% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2 ไตรมาสติดกัน เชื่อช่วงที่เหลือของปีนี้สินเชื่อน่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง เพราะไตรมาสสุดท้ายเป็นช่วงที่สินเชื่อเติบโตดีที่สุด ประกอบกับยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐออกมาด้วย ขณะที่สัดส่วนเงินสำรองที่มีต่อเงินสำรองพึงกันอยู่ที่ 153.9%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,105 วันที่ 15 - 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558


ธนาคารแห่งประเทศไทย เอ็นพีแอล หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ นายฐากร ปิยะพันธ์ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด นายบูชา ศิริชุมแสง บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) นายทวี ธีระสุนทรวงศ์ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย