‘ผู้หญิง-คนรุ่นใหม่-SME’ อนาคตธุรกิจ‘อาลีบาบากรุ๊ป’

17 July 2017






สัปดาห์ที่ผ่านมา “ฐานเศรษฐกิจ” เป็นหนึ่งสื่อมวลชนจากทั่วภูมิภาคเอเชีย ที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ระดับโลก ที่จัดขึ้นโดยกลุ่ม “อาลีบาบ่ากรุ๊ป” ที่เมืองหังโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นฐานทัพใหญ่ของ อาลีบาบากรุ๊ป โดยงานที่จัดขึ้นครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 งานใหญ่คือ 1. งานเถาเปา เฟสติวัล โชว์เคส 2. งาน 2017 Global Conference on Women and Entrepreneurship และ 3. งาน Global Netrepreneur Conference ซึ่งทั้ง 3 งานที่จัดขึ้นแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ และทิศทางของอาลีบาบาที่มุ่งไปยังกลุ่ม คือกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ กลุ่มผู้หญิง และกลุ่มเอสเอ็มอี

++หนุนความคิดคนรุ่นใหม่
งานแรกคือ เถาเปา เฟสติวัล โชว์เคส ที่แสดงศักย-ภาพการสร้างสรรค์ของนักคิดและนักธุรกิจรุ่นใหม่บนแพลตฟอร์ม เถาเปา มาร์เก็ตเพลส โดยอาลีบาบา คัดเลือกร้านค้าบนเถาเปาที่มีความคิดสร้างสรรค์กว่า 108 ราย จากร้านค้าที่มีอยู่ทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม 10 ล้านราย เพื่อแสดงผลงานการสร้างสรรค์ในพื้นที่ตลาดสุดอัศจรรย์ “Magical Bazaar”

นายคริส ถัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า “งาน เถาเปา เมกเกอร์ เฟสติวัล ปีนี้เราต้องการสนับสนุนกลุ่มนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ทุกคน ในฐานะผู้ขับเคลื่อนโลกธุรกิจยุคใหม่ ที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ คุณภาพสินค้า และคุณภาพชีวิต ในการเลือกซื้อสินค้าและใช้ชีวิตในแต่ละวัน”

‘ผู้หญิง-คนรุ่นใหม่-SME’ อนาคตธุรกิจ‘อาลีบาบากรุ๊ป’



สำหรับจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมงานในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ถึง 50% โดยผู้ค้าส่วนใหญ่ที่ได้รับเลือกเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีโอกาสได้ร่วมงานดังกล่าวเป็นครั้งแรก และมีเถาเปาเป็นช่องทางแรกและช่องทางหลักในการขายสินค้า ส่วนพื้นที่ตลาด “Magical Bazaar” ภายในงาน แบ่งออกเป็น 4 โซนใหญ่ๆ ที่เป็นตัวแทนของเทรนด์ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และการออกแบบ โดยทั้ง 4 โซนมีการจัดแสดงสินค้าจากฝีมือคนดังในประเทศจีน และผลิตภัณฑ์สุดสร้างสรรค์ที่จุดประกายต่อยอดมาจากรายการทีวีออนไลน์หรือตัวละครยอดนิยมมากมาย

นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมงานยังมีโอกาสได้ก้าวขึ้นสู่เวทีใหญ่กลางงานเพื่อนำเสนอแนวคิดและสินค้าของตนให้ได้ชมกัน ขณะที่บางร้านยังจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกระบวนการการผลิตสินค้าในแต่ละขั้นตอนด้วยตนเอง พร้อมด้วยการแสดงสุดสร้างสรรค์บนเวที และสเปเชียลเอฟเฟกต์ตระการตาจาก เฟรมสโตร์ สตูดิโอระดับรางวัลออสการ์ผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Guardians of the Galaxy ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถชมการถ่ายทอดสดกิจกรรมภายในงานได้ทางแอพเถาเปา

นอกจากนี้ไฮไลต์ในงานเถาเปา เมกเกอร์ เฟสติวัลครั้งนี้ ได้แก่ร้านค้าแห่งอนาคต เถา คาเฟ่ ซึ่งผสานนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลของอาลีบาบาเข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถทดลองเลือกซื้อสินค้าได้ โดยไม่ต้องเข้าคิวชำระเงินเหมือนร้านค้าทั่วไป

โดยในงานดังกล่าวนั้นมีกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุไม่เกิน 30 ปี ที่มองหาไอเดีย หรือช่องทางการทำธุรกิจ ให้ความสนใจตลอด 4 วันของการจัดงานนับแสนราย

++พลังผู้หญิงสร้างธุรกิจ
ส่วนงานที่ 2 เป็นงาน 2017 Global Conference on Women and Entrepreneurship ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้หญิง โดยมุ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ ผู้บริหาร นักการเมือง และผู้หญิงยุคใหม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์และเรื่องราวความสำเร็จของผู้หญิงระดับแถวหน้าในโลกธุรกิจ เพื่อก้าวเดินสู่ความสำเร็จในยุคของผู้หญิง หรือที่อาลีบาบาเรียกว่า “SHE•ERA” โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน

แจ็ค หม่า ประธานบริหารของ อาลีบาบา กรุ๊ป



นายแจ็ค หม่า ประธานบริหารของ อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวถึงความสำคัญของผู้หญิงต่อเศรษฐกิจในยุคดิจิตอลอีร่า ตอนหนึ่งในงานสัมมนาว่า ผู้หญิง จะเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคหน้า โดยผู้หญิงมีความสามารถไม่แพ้ผู้ชาย แต่สิ่งที่ผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย คือ ความสามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจยุคหน้า ที่จะต้องมีความเข้าใจความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ขณะที่กำลังซื้อของผู้หญิงนั้น ผู้หญิงมีการซื้อสินค้าให้กับครอบครัว สามี ลูก แต่ผู้ชายซื้อสินค้าเฉพาะที่ตัวเองมีความสนใจ เช่น รถยนต์ ไอที และวิดีโอเกม

ทั้งนี้อาลีบาบา กรุ๊ป มีพนักงานรวมกว่า 50,000 คน มีพนักงานหญิงคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 47% ขณะที่ 1 ใน 3 ของกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งอาลีบาบา กลุ่มธุรกิจพันธมิตรของอาลีบาบา และกลุ่มผู้บริหารระดับสูงในปัจจุบัน ล้วนเป็นผู้หญิงเช่นกัน

++โลกธุรกิจเปลี่ยน
ปิดท้ายด้วยงาน Global Netrepreneur Conference ที่มุ่งนำเสนอเทรนด์ หรือแนวโน้มธุรกิจที่เกิดขึ้นในอนาคต กับกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยนายแจ็ค หม่า ประธานบริหารของ อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า โลกธุรกิจในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด ทั้งธุรกิจรีเทล การเงิน และโรงงานผลิต การผลิตสินค้าในยุคหน้านั้นการผลิตสินค้าแบบแมส หรือมวลชน จะไม่สามารถอยู่รอดได้ โดยจะต้องผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการส่วนบุคคล ซึ่งแพลตฟอร์มอาลีบาบา กรุ๊ป ที่มีทั้งแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ระบบคลาวด์ บิ๊กดาต้า ระบบวิเคราะห์ข้อมูล จะเป็นเครื่องมือให้กับเอสเอ็มอี ในการเข้าถึงความต้องการของลูกค้า สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า และลดต้นทุนทางธุรกิจ

ภายในปี 2579 อาลีบาบาจะสร้างเศรษฐกิจแบบผสมผสานระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งในปีเดียวกันอาลีบาบาจะมีมูลค่าการซื้อขายบนแพลตฟอร์มทั้งหมด เทียบเท่ากับประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพีเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยให้บริการร้านค้าบนแพลต ฟอร์ม อาลีบาบา 10 ล้านบริษัท ในปี 2579 และให้บริการกับผู้บริโภค 2,000 ล้านคนในปีเดียวกัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,279 วันที่ 16 - 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560


อาลีบาบากรุ๊ป