จากญี่ปุ่นสู่ประเทศไทย

17 July 2017





ควันหลงจากงาน FAST Auto Show Thailand 2017 “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา มีตัวแทนจาก สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturers Association หรือ JAMA) นำโดย ทาดาชิ โทยะ ผู้อำนวยการทั่วไปและ โรเบิร์ต โลว์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค แวะมาเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนทรรศนะในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์

โดยหัวข้อแรกที่ได้บอกกล่าวในวันนั้นคืองานโตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม- 5 พฤศจิกายน 2560 ณ โตเกียว บิ๊ก ไซต์ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการจัดงานในปีนี้มาพร้อมธีม “BEYOND THE MOTOR” ใช้พื้นที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม มี 15 แบรนด์จาก 14 ผู้ผลิตจากฝั่งญี่ปุ่น และ 19 แบรนด์จาก 13 ผู้ผลิตในฟากฝั่งยุโรป, อเมริกา และมีทั้งรถยนต์นั่ง, รถเพื่อการพาณิชย์, รถจักรยานยนต์, กลุ่มชิ้นส่วน-อุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ กว่า 150 บริษัทเข้าร่วม

35515-503x283
“โตเกียว มอเตอร์โชว์ ในปีนี้จะมีการโชว์เทคโนโลยี นวัตกรรม ต่างๆที่จะแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มในยานยนต์แห่งอนาคต และจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในปี 2020” ทาดาชิ โทยะ ผู้อำนวยการทั่วไป กล่าว

นอกจากนั้นแล้วยังมีการบอกเล่าถึงทิศทางและแนวโน้มของรถยนต์ในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มที่เรียกว่า Next-Generation Vehicles อันประกอบไปด้วยรถไฮบริด,ปลั๊ก-อิน ไฮบริด, อีวี, ฟิวเซลล์และคลีนดีเซล โดยปี 2559 ยอดขายรถกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นจาก 1.1 ล้านคัน เป็น 1.4 ล้านคันและรถที่มีการเติบโตคือ ไฮบริด ,อีวี และ ฟิวเซลล์
ตัวแทนจาก JAMA เล่าต่อว่า ในประเทศญี่ปุ่นยอดขายของไฮบริดถือเป็นตัวหลักของรถในกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลมีมาตรการด้านภาษีเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนซื้อรถยนต์ในกลุ่มนี้ โดยจะลดทั้งภาษีการซื้อ และภาษีการตรวจสภาพรถยนต์ ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจ และทำให้ยอดขายรถในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“รัฐบาลญี่ปุ่นมีการสนับสนุนทั้งรถไฮบริด ,ปลั๊ก-อิน ไฮบริด โดยคิดเป็นมูลค่าเงินในหลักแสนเยน และอนาคตที่กำลังเติบโตคือคลีนดีเซล ในส่วนของประเทศไทยเราประเมินว่า มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับญี่ปุ่น โดยเฉพาะการใช้งานสภาพการจราจร ทำให้มองว่าไฮบริด น่าจะเหมาะสมกับประเทศไทย” ก็ถือเป็นทรรศนะจากฝั่งญี่ปุ่น ส่วนประเทศไทยจะเลือกใช้แบบไหนนั้น คาดว่าอีกไม่นานน่าจะได้เห็นความชัดเจน เพราะตอนนี้แต่ละค่ายรถก็เริ่มโหมโรงและสื่อสารการตลาดออกมากันบ้างแล้ว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,279 วันที่ 16 - 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560