ชูระเบียงเศรษฐกิจใต้ เชื่อม‘อีอีซี-เมียนมา’

13 July 2017






ผู้ว่าฯเมืองประจวบลุ้นรัฐบาลบิ๊กตู่หนุนพัฒนาเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อม 2 ฝั่งทะเลก่อนเชื่อมโยงไปเมืองมะริด ของเมียนมา ด้านสหวิริยากรุ๊ปเผยแผนรุกธุรกิจโลจิสติกส์สร้างนิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์บางสะพานเชื่อมประตูด่านสิงขรรองรับไว้แล้ว

นายทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประ จวบคีรีขันธ์ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าต้องการให้รัฐบาลเร่งพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เนื่องจากปัจจุบันศักยภาพทางเศรษฐกิจในพื้นที่มีความก้าวหน้าหลายด้านโดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สามารถเชื่อมโยงไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาผ่านประตูการค้าชายแดนด่านสิงขรได้แล้ว

ล่าสุดได้ร่วมหารือในโอกาสที่นายอูลิน โกโก ผู้ว่าราชการจังหวัดมะริด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐของเมืองตะนาวศรี และจังหวัดมะริด รวมถึงนายอูราตัน ประธานหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมะริดเรื่องความร่วมมือการค้า การลงทุนระหว่างไทย-เมียนมา ภายใต้โครงการ “มะริด-บางสะพาน อีโคโนมิค แลนด์บริดจ์” เพื่อหาแนวทางพัฒนาให้เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจโลจิสติกส์ของทั้ง 2 ประเทศในเส้นทางมะริด มูด่อง ด่านสิงขร บางสะพานให้สามารถเชื่อมไปสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาลต่อไป

ด้านนายอนุวัต ชัยกิตติวนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสวีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในเครือสหวิริยากรุ๊ป กล่าวว่าปัจจุบันแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้บริษัทสามารถนำรถบรรทุกเข้าไปถึงด่านมูด่องของเมียนมาและอยู่ระหว่างการขอจดทะเบียนรถเป็น 2 สัญชาติเพื่อที่จะนำรถบรรทุกขนสินค้าไปจนถึงมะริด ที่มีระยะทาง 180 กิโลเมตร รองรับรถบรรทุกหนักได้ถึง 60 ตัน โดยผู้รับเหมาไทยได้รับสิทธิ์เข้าไปปรับปรุงเส้นทางดังกล่าวด้วยวงเงินสูงถึง 450 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561

อนุวัต ชัยกิตติวนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสวีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด



นอกจากนั้นยังเตรียมจัดตั้งบริษัท SVL International และจะเปิดสำนักงานขึ้นที่เมืองมะริดเพื่อใช้ในการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่ง ด้วยการร่วมลงทุนกับนักลงทุนชั้นนำของมะริด อีกทั้งบริษัทยังมีแผนการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ บางสะพาน โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยซึ่งจะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงในพื้นที่ภาคใต้ไปสู่พื้นที่อีอีซีในภาคตะวันออก เชื่อมระหว่างทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามันได้อีกด้วย

“จึงสามารถเติมเต็มให้อีอีซีเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ประกอบกับบริษัทยังมีศักยภาพพร้อมทั้งด้านรถ เรือ ท่าเรือ มากว่า 50 ปีรวมถึงบุคลากรที่พร้อมจะขับเคลื่อนโครงการให้เชื่อมโยงระหว่างมะริดสู่บางสะพานได้แล้ววันนี้ขอเพียงให้รัฐบาลสนับสนุนภาคเอกชนอย่างจริงจังและรวดเร็ว ประการสำคัญจะสามารถเชื่อมโยงการส่งออกโดยตรงไปยังเอเชียตะวันออกได้อีกทางหนึ่งด้วย”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,278 วันที่ 13 - 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560


เมียนมา ระเบียงเศรษฐกิจ อีอีซี