ผ่าแผน 3 บิ๊กเชนรร.ไทย บัมพ์พอร์ตธุรกิจต่างประเทศ

12 July 2017






การปักธงขยายธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ ถือเป็นยุทธศาสตร์หลักของกลุ่มธุรกิจเชนโรงแรมไทย ที่ต่างมองการบุกตลาดนอกประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อหวังขยายแบรนด์บริหารโรงแรมต่างๆของไทย ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นในระดับโลกควบคู่ไปกับการกระจายรายได้ของธุรกิจโรงแรม ที่ไม่ใช่แค่พึ่งพิงฐานรายได้จากธุรกิจภายในประเทศเป็นหลักเหมือนในอดีตดังจะเห็นได้ชัดเจนจากเป้าหมายการเติบโตของทั้งไมเนอร์ โฮเทลส์,ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ปและดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล

++ไมเนอร์เชนใหญ่สุดในเอเชีย
เริ่มกันที่ “กลุ่มไมเนอร์ โฮเทลส์” ซึ่งวันนี้เห็นชัดเจนแล้วว่าไมเนอร์ โฮเทลส์ จัดได้ว่าเป็นเชนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย ในแง่ของจำนวนโรงแรมและห้องพักเนื่องจากปัจจุบันไมเนอร์ โฮเทลส์ มีโรงแรมอยู่ 154 แห่งใน 24 ประเทศ ทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกาใต้ แอฟริกา และมหาสมุทรอินเดีย ทั้งยังวางเป้าหมายว่าภายในช่วง 5 ปีนี้ จะสามารถขยายโรงแรมเพิ่มได้เป็น 250 แห่งใน 32 ประเทศ

ดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์



ต่อเรื่องนี้นายดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ เปิดเผยว่า เนื่องจากตลาดในต่างประเทศมีการเติบโตรวดเร็วกว่าเมื่อเทียบกับตลาดไทย แผนการขยายธุรกิจของไมเนอร์ โฮเทลส์ จึงให้ความสำคัญกับการมองหาช่องทางการขยายโรงแรมในต่างประเทศ โดยเชื่อว่าการขยายโรงแรมในเครือไมเนอร์ออกไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ของโลกจะช่วยสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้ ทำให้ไมเนอร์ โฮเทลส์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นในระดับโลกอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังตั้งเป้าหมายว่าในปี 2564 จะทำรายได้จากโรงแรมในต่างประเทศได้ในสัดส่วนมากถึง 68% เทียบกับในปี 2551 ที่รายได้ส่วนใหญ่กว่า 90% มาจากตลาดโรงแรมในไทย และเพิ่มจากปัจจุบันที่รายได้จากต่างประเทศมีสัดส่วน 54% และในไทย อยู่ที่ 46%

++ทุ่ม3.4 พันล.ลงทุนรร.ใหม่

ดังนั้นจนถึงปี 2563 ไมเนอร์ โฮเทลส์ ตั้งเป้าว่าจะสามารถมีโรงแรมในเครือเพิ่มจาก 154 แห่งเป็น 250 แห่ง โดยที่เห็นชัดเจนว่าเตรียมเปิดให้บริการแล้ว จะมีเพิ่มเติมอีก 31 แห่งทั่วโลก เป็นโรงแรมที่ลงทุนเองและร่วมลงทุน 6 แห่ง อยู่ในประเทศเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย แทนซาเนีย และประเทศไทย มูลค่าการลงทุนราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.4 พันล้านบาท) ขณะที่อีก 25 แห่งเป็นโรงแรมที่รับบริหาร มีการขยายออกไปสู่ตลาดใหม่ๆ อาทิ เกาหลีใต้ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์

นอกจากนี้ในปีนี้ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังได้นำแบรนด์อนันตราและอวานีออกไปบุกเบิกตลาดยุโรปเป็นครั้งแรก หลังจากเมื่อปีก่อนไมเนอร์เข้าไปรุกตลาดยุโรปด้วยการซื้อกิจการเชนโรงแรมทิโวลี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ เชนโรงแรมเก่าแก่ของโปรตุเกส ด้วยมูลค่า 294.2 ล้านยูโร โดยอนันตรา วิลามัวรา อัลกราฟ รีสอร์ท และโรงแรมอวานี อวานิดา ลิเบอร์แดด ลิสบัว โฮเทล ในประเทศโปรตุเกสรีแบรนด์เสร็จสิ้นและเปิดให้บริการตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามถึงแม้ตลาดต่างประเทศจะมีการเติบโตที่รวดเร็วกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าตลาดไทยหดตัวลง โดยไมเนอร์ยังคงเดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นในลักษณะการลงทุนตกแต่งโรงแรมใหม่ที่อนันตรา สยาม ด้วยงบ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 510 ล้านบาท) จะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกันยายนนี้ รวมถึงโครงการลงทุนสร้างโรงแรมแบรนด์อวานีแห่งใหม่ที่เขาหลัก คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2563 และโครงการรีแบรนด์โรงแรมในพัทยาและสมุย

เนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวก็ยังเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย และปีนี้ธุรกิจก็ส่งสัญญาณว่ามีความแข็งแกร่ง ดูจากในไตรมาสแรกมีการเติบโตแข็งแกร่งขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งภาพรวมธุรกิจของไมเนอร์ โฮเทลส์ ช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 ก็จะเห็นว่าโรงแรมที่ทางเชนเป็นเจ้าของมีรายได้เติบโต 7% คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 49% โรงแรมที่รับบริหารมีรายได้เติบโต 21% คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 4% ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้เติบโต 60% คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 25% ขณะที่ในอีก 5 ปี บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากโรงแรมที่ทางเชนเป็นเจ้าของในสัดส่วน 45% จากโรงแรมที่รับบริหาร 15% และจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 20%

++ออนิกซ์ฯ เป้า 99 แห่งปี67
ขณะที่ “กลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” ซึ่งเป็นธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมของกลุ่มอิตัลไทย วางเป้าหมายธุรกิจไกลไปถึงช่วง 8 ปีนี้แล้ว โดยตั้งเป้าขยายโรงแรมในต่างประทศเพิ่มเป็น 99 แห่ง

ดักลาส มาร์เทล



นายดักลาส มาร์เทล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า ในขณะนี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ปมีโครงการสำคัญที่อยู่ภายใต้การพัฒนาอีกกว่า 20 โครงการในหลายประเทศ อาทิ ประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย โดยตั้งเป้าว่าภายในปี2567 ออนิกซ์ฯจะมีโรงแรมในต่างประเทศเพิ่มเป็น 99 แห่งใน 11 ประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโรงแรมขนาดกลางที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย

สำหรับธุรกิจโรงแรมในประเทศทางออนิกซ์ฯ วางแผนลงทุน3.5 พันล้านบาท ยกเครื่องโรงแรมในพัทยาที่เป็นของกลุ่มอิตัลไทย ซึ่งมีทั้งการพัฒนาโครงการโอโซ่ พัทยา แห่งใหม่ ติดกับโอเชี่ยน ทาวเวอร์ ของโรงแรมอมารีพัทยา รวมถึงการปรับโฉมอมารี พัทยา และการพัฒนาห้องสวีทเฟสใหม่บริเวณที่ตั้งเดิมของอมารี พัทยา การ์เด้น วิงที่หวังจะพัฒนาให้เสร็จช่วงต้นปี2562

++ดุสิตฯ หวังขยับรายได้ตปท.เป็น 50%
ปิดท้ายที่ “กลุ่มดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล” ที่ไม่เพียงเปิดแนวรุกการลงทุนร่วมกับซีพีเอ็น ในการพัฒนาโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ก มูลค่าการลงทุนร่วม 3.6 หมื่นล้านบาท ในการก่อสร้างโครงการมิกซ์ยูส บริเวณพื้นที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เท่านั้น ดุสิตยังเปิดแนวรุกขยายโรงแรมในต่างประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์



นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า ปัจจุบันดุสิตฯ มีโรงแรมในเครือที่เปิดให้บริการอยู่ 29 แห่งใน 8 ประเทศ ซึ่งช่วง 5 ปีนี้ เราจะเน้นกระจายรายได้ธุรกิจโรงแรมออกไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงของผลประกอบการมากกว่านี้

โดยในช่วง 5 ปีนี้เรามีเซ็นสัญญารับบริหารเพิ่มเติมอีก 51 แห่งในอีก 14 ประเทศ และโรงแรมที่เราเพิ่งไปร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจกับกลุ่มบริษัทโดสเซ่น อินเตอร์เนชั่นแนล ในลักษณะแบรนด์ ไลเซ้นท์ เพื่อร่วมพัฒนาแบรนด์โรงแรมดุสิตปริ๊นเซสในจีน ซึ่งเราวางเป้าหมายไว้ 40 แห่งในจีน แต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาทั้งนี้เราหวังขยายฐานรายได้จากนอกประเทศให้อยู่ที่ 50% เพิ่มจากปัจจุบันที่อยู่ที่ราว 30% เพราะที่ผ่านด้วยความที่รายได้ของดุสิตฯกระจุกตัวอยู่ในประเทศมากถึง 70%

ทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางการขยายธุรกิจของ 3 กลุ่มทุนโรงแรมไทย ที่เกิดขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,277 วันที่ 9 - 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560


ธุรกิจโรงแรม เชนโรงแรมไทย