รายย่อย IFECทวงถาม ก.ล.ต.ชี้ขาด 'หมอวิชัย' หลังผลประชุมโมฆะ

29 June 2017






ผู้ถือหุ้นรายย่อย IFEC ร่อนหนังสือทวงถาม ก.ล.ต. ชี้ขาด “หมอวิชัย-กรรมการ” ใช้อำนาจมิชอบขัดข้อบังคับบริษัท หลังพาณิชย์ฟันธงประชุมเลือกตั้งบอร์ด 2 พ.ค. “โมฆะ” ทำผิดกฎหมายมหาชน-ขัดหลักธรรมาภิบาลที่ดีของผู้บริหาร ชี้ต้องลากลงจากตำแหน่งประธานไอเฟค เพื่อหยุดยั้งไม่ให้ลุแก่อำนาจ สร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับบริษัทมากกว่านี้

นายประจักษ์ รัศมี ทนายความตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อย บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (IFEC) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (29 มิถุนายน 2560) ผู้ถือหุ้นรายย่อยไอเฟค ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้พิจารณาดำเนินการแก้ปัญหาการใช้อำนาจโดยมิชอบและขัดต่อข้อบังคับของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (IFEC) ภายใต้การบริหารของนายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการไอเฟค หลังจากที่มีรายงานข่าวโดยอ้างถึงคำวินิจฉัยของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ ที่เห็นว่าการประชุมผู้ถือหุ้นไอเฟค เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 เป็นโมฆะ เนื่องจากการใช้อำนาจที่มิชอบของประธานไอเฟค ในวาระเลือกตั้งกรรมการบริษัท ที่กำหนดวิธีการเลือกตั้งที่ขัดต่อกฎหมายและขัดข้อบังคับของบริษัท และพบมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง

นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์



ก่อนหน้านี้ ในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 โดยคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พวกพ้องของตนได้เข้าเป็นกรรมการเสียงข้างมากของบริษัท มากไปกว่านั้นประธานและกรรมการบริษัทยังมีพฤติกรรมที่ไม่ยอมรับคำตัดสินของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือและนิติกรรมต่างๆของบริษัท

ที่ผ่านมาผู้ถือหุ้นรายย่อยได้ทำหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของประธานไอเฟค ที่ขัดต่อกฎหมาย และขัดต่อหลักธรรมาภิบาล ไปยังหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ยื่นหนังสือร้องเรียนนายกรัฐมนตรีผ่านสำนักนายกฯ เพื่อให้มีคำสั่งให้หน่วยงานกำกับดูแลปฏิบัติตามหน้าที่ และยื่นหนังสือร้องเรียนไปถึงกรรมาธิการการเงินการคลังการธนาคาร และสถาบันการเงิน รัฐสภา เพื่อให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัท เนื่องจากสร้างความเสียหายให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ลงทุนในไอเฟคจำนวนกว่า 27,170 คน

อีกทั้งยังได้ร้องต่อศาล เพื่อดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 กับสำนักงาน ก.ล.ต. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งศาลนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ที่จะถึงนี้

“หากทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีคำวินิจฉัยตามที่ปรากฏเป็นข่าวจริง ก็หวังว่าทางสำนักงาน ก.ล.ต.จะเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นโดยด่วน เพื่อไม่ให้ปัญหาเหล่านี้ลุกลามเกิดผลเสียหายลุกลามมากกว่านี้”นายประจักษ์กล่าวในที่สุด

ทั้งนี้ คำสั่งของกระทรวงพาณิชย์ถือเป็นคำสั่งทางปกครอง ผู้ที่ถูกชี้มูลว่ากระทำความผิด ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับพ.ร.บ.มหาชน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งตามหลักการแล้วต้องเร่งดำเนินการสอบสวนประธานไอเฟค และกรรมการ และบอร์ดบริหารชุดปัจจุบัน เนื่องจากไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมเพียงพอในการบริหารไอเฟคต่อไป เพราะเมื่อกระทรวงพาณิชย์วินิจฉัยมาเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่ามีเจตนาที่ไม่สุจริต ผิดกกฎหมาย และขัดต่อหลักธรรมาภิบาล


IFEC หมอวิชัย