กลุ่มปิโตรเคมีชะลอลงทุน จี้รัฐแก้ผังเมืองมาบตาพุดให้ชัดเจนหนุนคลัสเตอร์เกิด

6 November 2015






ส.อ.ท.เผยนักลงทุนรายเก่าและรายใหม่ สนใจลงทุนต่อยอดคลัสเตอร์ปิโตรเคมีเพียบ แต่ต้องชะลอโครงการไปก่อน ติดปัญหาก่อสร้างโรงงานไม่ได้ จี้รัฐบาลเร่งแก้ไขผังเมืองมาบตาพุดใหม่ให้ข้อยุติ หวังเรียกความเชื่อมั่น พร้อมเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาขับเคลื่อนซุปเปอร์คลัสเตอร์ทุกมิติ และให้ยืดระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์การลงทุนโครงการใหม่ออกไปจากปี 2560 ด้านบีโอไอ เผยภาครัฐรับฟังข้อเสนอพร้อมจะเร่งผลักดันตามข้อเสนอ

ตารางข้อเสนอแก้ไข



นายเอกรัตน์ ทองธวัช ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในการลงทุนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคด้านการลงทุน ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทางกลุ่มปิโตรเคมี ได้เสนอขอให้ทางรัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองเทศบาลมาบตาพุดให้มีความชัดเจนโดยเร็ว หลังจากที่หมดอายุมาตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งทางเทศบาลมาบตาพุด ได้พยายามแก้ไขปรับปรุง และนำร่างเสนอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองพิจารณาไปแล้ว โดยลดขนาดของพื้นที่สีม่วงลงจากเดิม 4 หมื่นไร่ เหลือเพียง 2.2 หมื่นไร่เท่านั้น แต่เนื่องจากยังมีข้อขัดแย้งของภาครัฐและเอกชนอยู่ ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงส่งเรื่องให้เทศบาลมาบตาพุดทำการรับฟังความคิดเห็นใหม่ จึงทำให้ไม่มีความชัดเจนของผังเมืองที่จะออกมาในขณะนี้

ทั้งนี้จากความไม่แน่นอนของผังเมืองที่จะออกมาในอนาคต ส่งผลให้นักลงทุนทั้งรายเก่าและรายใหม่ไม่สามารถตัดสินใจเดินหน้าลงทุนต่อไปได้ แม้ว่าจะมีความสนใจเข้ามาลงทุนและขยายกิจการจำนวนมาก เพื่อสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์ปิโตรเคมีในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้ เพราะเห็นว่ามีระบบโครงสร้างพื้นฐานรองรับไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ไฟฟ้า น้ำดิบ ท่าเรือน้ำลึก รวมถึงมีการจัดซื้อที่ดิน และลงทุนในแครกเกอร์ไปบางส่วนแล้ว เพื่อรองรับการขยายงาน ซึ่งหากไม่มีการขยายพื้นที่สีม่วงหรือปรับผังเมืองใหม่ ก็จะส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานที่ลงไปแล้วไม่เกิดความคุ้มค่า และการลงทุนจะต้องสะดุดลง

อีกทั้งโครงการขยายท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 ในพื้นที่ราว 1 พันไร่ จะไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากในร่างผังเมืองดังกล่าวได้กำหนดให้พื้นที่ในทะเลเป็นส่วนหนึ่งของผังเมืองให้เป็นที่อนุรักษ์ไว้ด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนด้านการขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้น หากต้องไปใช้ท่าเรือที่อื่นแทน เพราะปัจจุบันความสามารถในการรองรับขนส่งสินค้าของท่าเรือทั้ง 2 ท่าของมาบตาพุดใกล้เต็มแล้ว

ดังนั้นหากปัญหาการร่างผังเมืองยังไม่ได้รับการแก้ไขและยังไม่มีความชัดเจนในขณะนี้ จะทำให้นักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่น และจะส่งผลต่อนโยบายการส่งเสริมคลัสเตอร์ปิโตรเคมีไม่สามารถเกิดขึ้นได้
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่รัฐบาลจะลงมาดูแลแก้ไขและปรับปรุงผังเมืองนิคมมาบตาพุด ในส่วนของการพัฒนาซูเปอร์คลัสเตอร์ปิโตรเคมี นั้นภาคเอกชนได้เสนอไปยังนายสมคิดว่า ควรจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรับผิดชอบการขับเคลื่อนให้ครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การทบทวนกฎหมายและข้อกำหนดที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในพื้นที่โดยให้มีส่วนร่วมจากภาคเอกชน เป็นต้น พร้อมทั้งให้ทบทวนสิทธิประโยชน์ให้กับกิจการปิโตรเคมี และการยืดหยุ่นระยะเวลาในการได้รับสิทธิประโยชน์การลงทุน จากที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ กำหนดให้โครงการใหม่จะต้องลงทุนหรือเปิดกิจการให้ได้ภายในปี 2560 ถึงจะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดเนื่องจากเห็นว่า การแก้ไขผังเมืองใหม่จะใช้ระยะเวลานานเท่าใด และจะทันต่อการตัดสินใจของภาคเอกชนหรือไม่

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ เปิดเผยว่า ในส่วนของการปรับปรุงแก้ไขผังเมือง และข้อเสนอต่างๆ นั้น คิดว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะรัฐบาลจะนำไปพิจารณาหลังทราบปัญหาและอุปสรรคแล้ว ซึ่งในวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ทางบีโอไอจะจัดเวทีชี้แจ้งมาตรการส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์ เพื่อลงลึกในรายละเอียดให้กับผู้ประกอบการรับทราบ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยดึกดูดนักลงทุนได้เป็นจำนวนมาก ขณะที่อุปสรรคต่างๆ ก็ต้องเร่งแก้ไขคู่ขนาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทางหนึ่ง

ด้านดร.วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) กล่าวว่า ในส่วนของการขยายโครงการท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ซึ่งมองว่ายังมีระยะเพียงพอที่จะรอการแก้ไขผังเมืองมาบตาพุดได้ แต่หากทางเทศบาลมาบตาพุดยังยืนยันที่จะคงร่างผังเมืองเดิม ก็จะกระทบต่อการก่อสร้างท่าเรือไม่สามารถดำเนินการได้ ก็จะกระทบต่อการขนส่งสินค้าทางเรือที่มีความแออัดอยู่ในขณะนี้ซึ่งการจัดหาสถานที่ตั้งใหม่ทางกนอ.ยังไม่ได้พิจารณา เพราะหวังว่าการแก้ไขผังเมืองใหม่น่าจะได้ข้อยุติไปในทางที่ดี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,102 วันที่ 5 - 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558


การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วีรพงศ์ไชยเพิ่ม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) มาบตาพุด ผังเมือง คลัสเตอร์ปิโตรเคมี เอกรัตน์ ทองธวัช