ทาดาชิ ยาไน ทำธุรกิจต้องไม่กลัวความล้มเหลว

7 November 2015






ชายวัย 66 ปี หน้าตาใจดี รูปร่างเล็ก "ทาดาชิ ยาไน" ประธานบริษัท ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด หรือ เอ็ฟอาร์ (Fast Retailing Co. - FR) เขาคนนี้คือ มหาเศรษฐีอันดับ 41 ของโลก ที่เป็นผู้ก่อตั้งยูนิโคล่ขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว จนวันนี้ ยูนิโคล่ขยายสาขาไป16 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศญี่ปุ่น และยังมีแบรนด์ในเครืออีกมากมาย ได้แก่ Comptoir desCotonniers, GU, Helmut Lang, J Brand, Princesse tam.tam และ Theory

ในการมาเยือนไทยครั้งที่ 3 นอกจากการเยี่ยมชมสาขาแรกของยูนิโคล่ในประเทศไทย เขาร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม UNIQLO In-Store Shopping Experience ที่มีนักเรียนผู้บกพร่องทางสติปัญญาและทางร่างกาย 30 คน จากโรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ ศูนย์การศึกษาพิเศษนนทบุรีและสถาบันราชานุกูล สร้างประสบการณ์การเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วยตัวเอง ในร้านยูนิโคล่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์

ซีอีโอใหญ่ บอกว่า การมาเยือนไทยครั้งแรกด้วยวัย 18 ปีของเขา ทำให้เขาเห็นศักยภาพของเมืองไทยว่าเป็นประเทศที่น่าสนใจ และในวัย 19 ปี เมื่อเขามีโอกาสเดินทางรอบโลก ทำให้เขารับรู้ว่า โลกเล็กๆ ของเราใบนี้ รวบรวมความแตกต่างไว้มากมาย การสืบทอดกิจการร้านขายเสื้อสูตจากผู้เป็นพ่อ จึงเป็นอะไรที่แคบไปสำหรับความหลากหลายของผู้คนบนโลก เขามีความมุ่งมั่นตั้งแต่แรก ที่จะทำธุรกิจสู่ผ้าสู่ตลาดโลก และนี่คือกุญแจแห่งความสำเร็จ ที่เขาใช้ในการต่อยอดธุรกิจ จากเสื้อสูตสู่เสื้อผ้าแนวแคชวลที่สามารถเข้ากับกลุ่มคนได้หลากหลาย

"เราคิดว่าเราจะเข้าสู่ตลาดโลกตั้งแต่ต้น นั่นคือว่าเป็นคีย์ซักเซสของธุรกิจเรา ตอนนี้เรามีทั้งที่ โตเกียว นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน ฮ่องกง โซล เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ เรามองว่าประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่เราให้ความสำคัญมาตลอด และตอนนี้เราจะให้ความสำคัญกับประเทศไทย ที่จะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ เราอยากให้ผู้บริโภคใช้สินค้าของเรามากๆ อยากให้แบรนด์ยูนิโคล่ เป็นแบรนด์อันดับ 1 ในภูมิภาคนี้"

ที่ผ่านมา ธุรกิจยูนิโคล่ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว และขยายใหญ่ขึ้น เพราะคนไทยชอบแต่งตัว ชอบซื้อหาเสื้อผ้าใหม่ๆ ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของยูนิโคล่มากๆ เพราะฉะนั้นจึงมีแผนที่จะขยายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากแผนล่าสุดของยูนิโคล่ ที่จะเพิ่มสาขาใหม่อีก 6 สาขา ภายในปีนี้ อาทิ ขอนแก่น ศรีราชา ชลบุรี จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 24 สาขา 8 จังหวัด

จุดแข็งของยูนิโคล่ คือการขายคุณภาพ และดีไซน์ที่ไม่หวือหวาแฟชั่นจ๋าจนเกินไป "ยาไน" บอกว่า เขาให้ความสำคัญกับคุณภาพแล้วค่อยใส่ดีไซน์เข้าไป เสื้อผ้าของเขาจึงไม่ได้มาด้วยแรงดีไซเนอร์คนเดียว แต่มีทั้งคนผลิต คนใส่ เป็นสิ่งที่ช่วยในการสื่อความเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด และสเต็ปต่อไปของยูนิโคล่ ที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว ภายใต้แนวคิด Goble is Local, Local is Goble คือ ประมาณ 80% ของเสื้อผ้ายูนิโคล่ที่วางจำหน่ายในแต่ละประเทศ จะเป็น common design และอีก 20% จะ มาจากดีไซเนอร์โลคัล ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศนั้นๆ เช่น ที่ทำประสบความสำเร็จมาแล้วคือ ที่ปารีส และสำหรับประเทศไทย หากมีดีไซเนอร์คนไหนสนใจ ยูนิโคล่ก็พร้อมเปิดรับ
การทำให้ผู้บริโภคในแต่ละประเทศชื่นชอบแบรนด์ยูนิโคล่ และเป็นหนึ่งเดียวกับคนในประเทศนั้นๆ นั่นคือความท้าทาย ที่ "ยาไน" และผู้บริหารยูนิโคล่ต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้น

แต่ในความท้าทาย ก็มีความล้มเหลว..."ยาไน" พูดถึงความล้มเหลวในการออกสู่ตลาดต่างประเทศครั้งแรกของยูนิโคล่ที่ ลอนดอน เขาต้องปิดสาขาหลายสาขาที่นั่น ก่อนที่จะมาประสบความสำเร็จในประเทศจีน

"ก่อนหน้านี้เราล้มเหลวมากๆ ตอนนั้นเราคิดว่าเราต้องไม่เกรงกลัวความล้มเหลว แต่เราต้องมีผู้บริหารที่เก่งและดี ไม่งั้นเราจะไม่ประสบความสำเร็จแน่นอน อย่างผู้บริหารในไทย 3 คน สามารถทำได้ดี เราเชื่อมั่น ความท้าทาย ไม่ใช่แค่ของผม แต่เป็นของทุกๆ คน"

ก่อนจบการสนทนา เราได้ตั้งคำถามกับซีอีโอคนเก่งผู้นี้ว่า แล้ววิธีการเลือกผู้บริหารที่เก่งและดีของเขาเป็นอย่างไร "ยาไน" หัวเราะ แล้วบอกว่า...เป็นคำถามที่ยากนะ แต่ผู้บริหารที่ดีก็คงต้องมีภาวะผู้นำ เป็นคนที่ต้องการทำให้บริษัทดีขึ้น นึกถึงพนักงานตลอดเวลา และมองลูกค้าเป็นพระเอกนางเอกตลอดเวลา โดยผู้บริหารเหล่านั้น ต้องซัพพอร์ตพระเอกนางเอกของเราให้มีความสุขตลอดเวลาด้วย

และในการมาเยือนไทยครั้งนี้ "ทาดาชิ ยาไน" ยังมารับรางวัลและร่วมงาน Lifetime Achievement Award from CNBC รางวัลผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต ที่ CNBC Asia Pacific จัดขึ้นเพื่อยกย่องผู้นำธุรกิจของเอเชีย ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์และพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโต

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,102 วันที่ 5 - 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558


Inspiraton ประเทศญี่ปุ่น ทาดาชิ ยาไน ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด(เอ็ฟอาร์)