ทุนยุ่นหนีจีนเข้าอาเซียน ลุยซื้อกิจการในอินโดฯ-เมียนมา-ไทย-มาเลย์-สิงคโปร์

6 November 2015






บริษัทญี่ปุ่นหันมาลงทุนในอาเซียนในปี 2557-2558 มากกว่าเม็ดเงินที่ลงทุนในประเทศจีน เจโทรชี้ครึ่งแรกปี 2558 ทุ่มเงินเข้าซื้อกิจการในหลายประเทศไปแล้วกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าบริษัทญี่ปุ่นได้หันมาทุ่มลงทุนในอาเซียนในปี 2557-2558 มากกว่าการลงทุน ในจีนโดยในปีนี้ บริษัทญี่ปุ่นซื้อบริษัทเบียร์ใหญ่สุดของเมียนมา บริษัทเอพีแอลโลจิสติกส์ฯและโอแลมอินเตอร์เนชั่นแนลในสิงคโปร์ บริษัทอาหารและเครื่องดื่มในอินโดนีเซีย บริษัทการเงินในไทย ห้างสรรพสินค้าและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในมาเลเซีย

การขยายตัวออกมาลงทุนนอกประเทศของบริษัทญี่ปุ่นในระลอกนี้เกิดจากตลาดในประเทศญี่ปุ่นอิ่มตัวขณะที่บริษัทญี่ปุ่นต้องลงทุนเพื่อขยายตลาด จึงต้องหันไปลงทุนในต่างประเทศโดยช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้เลือกประเทศจีนแต่เริ่มหันมาหาอาเซียนตั้งแต่ปี 2557

รอยเตอร์รายงานว่าในช่วงปี 2555-2557 การลงทุนของญี่ปุ่นใน 10 ประเทศอาเซียนเป็นรองแค่การลงทุนจากประเทศในประชาคมยุโรปเท่านั้น โดยในปี 2557 เจโทรรายงานว่าการลงทุนในอาเซียนมีมูลค่า 3 เท่าของการลงทุนในจีนโดยในช่วงครึ่งแรกปีนี้ ญี่ปุ่นลงทุนในอาเซียน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 360,000 ล้านบาท) เท่ากับ 15.ของยอดเงินลงทุนต่างประเทศของญี่ปุ่นทั้งหมด ขณะที่ลงทุนในจีน 4,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 172,800 ล้านบาท) ซึ่งเท่ากับ 7.4% ของวงเงินลงทุนรวม

Mr. Mixo Das นักยุทธศาสตร์การลงทุนหุ้นที่บริษัทการเงินโนมูระสิงคโปร์ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ว่าญี่ปุ่นมองเห็นสัมพันธภาพทางการเมืองกับอาเซียนดีกว่าจีน ตลาดอาเซียนขยายตัวดี มีความใกล้ชิดมากกว่า

Mr. Rajiv Biswas หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก HIS ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยระดับโลกให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ว่า ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างญี่ปุ่นและจีนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นหนีจากจีนมาอาเซียน

รอยเตอร์อ้างรายงานจากบริษัทไพร้ซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์สฯ ว่าขณะนี้ญี่ปุ่นเป็นแหล่งเงินทุนใหญ่ของประเทศไทยและอินโดนีเซีย เป็นอันดับ 2 ในฟิลิปปินส์และมาเลเซีย โดยโออีซีดี คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอาเซียนจะโตเฉลี่ย 5.6% ระหว่างปี 2558-2562 ขณะที่ญี่ปุ่น 0.75% ปีนี้และ 1.5% ปีหน้า

เจโทรทำการสำรวจความคิดเห็นบริษัทญี่ปุ่น 3,000 แห่งพบว่า 75% มีแผนการลงทุนในอาเซียน 56.6% ในจีนและ 31.3% ในสหรัฐอเมริกา โดยพบว่าบริษัทในญี่ปุ่นมีเงินที่พร้อมจะลงทุนขยายธุรกิจรวมกัน 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
รอยเตอร์ระบุว่าโครงการลงทุนที่ญี่ปุ่นสนใจมากคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซึ่งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นประกาศจะให้เงินกู้รวมกว่า 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะ 5 ปีข้างหน้าเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซึ่งรวมถึงถนนและทางรถไฟในประเทศสมาชิกอาเซียน

อย่างไรก็ดีจีนก็สนใจการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประเทศในอาเซียนเช่นกันทำให้กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของญี่ปุ่น และเมื่อเร็วๆ นี้จีนสามารถฉกโครงการสร้างรถไฟสายจาการ์ตา-บันดุงในประเทศอินโดนีเซีย มาจากญี่ปุ่นได้โดยจีนเสนอเงินกู้โดยรัฐบาลอินโดฯ ไม่ต้องค้ำประกัน ขณะที่ญี่ปุ่นเสนอให้รัฐบาลค้ำประกัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,102 วันที่ 5 - 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558


อาเซียน ประเทศญี่ปุ่น สำนักข่าวรอยเตอร์ นักลงทุนญี่ปุ่น