thansettakij
thansettakij
‘ดอกเบี้ยปรับ’ซํ้าเอิร์ธฯ ชี้ทางออกขายกิจการทิ้ง แบงก์ไม่หนุนธุรกิจตายแน่

‘ดอกเบี้ยปรับ’ซํ้าเอิร์ธฯ ชี้ทางออกขายกิจการทิ้ง แบงก์ไม่หนุนธุรกิจตายแน่

20 มิ.ย. 2560 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มิ.ย. 2560 | 11:29 น.
วิกฤติเอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธรอดยาก ขาดการสนับสนุนจากแบงก์ ธุรกิจเดินหน้าไม่ได้ ถูกดอกเบี้ยปรับหนักอีกบริษัทชี้แจงก.ล.ต.ถึงต้นตอผิดนัดหนี้บี/อี และแนวทางแก้ปัญหา

ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน เปิดเผยว่า บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด(มหาชน) หรือ EARTH ประสบวิกฤตการณ์ครั้งนี้ มีทางออกเพียงไม่กี่แนวทาง หนึ่งในนั้นคือ การขายกิจการ หาผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาบริหาร ลดขนาดของธุรกิจ บริษัทไม่สามารถดิ้นรนด้วยตัวเอง เนื่องจากการทำธุรกิจจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธุรกิจการซื้อมาขายไปถ่านหินในและต่างประเทศที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมาก ปัญหาที่เกิดจากการผิดนัดชำระหนี้ครั้งนี้ ทำให้บริษัทจะไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินอีกต่อไปจนกว่าจะแก้ไขปัญหาได้ ไม่มีสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ

แหล่งข่าวกล่าวว่า การผิดนัดชำระหนี้ของเอิร์ธจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทจะเพิ่มขึ้นมหาศาล เนื่องจากการผิดนัดชำระหนี้จะมีการคิดดอกเบี้ยปรับที่สูงมาก จากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4 % มาเป็นดอกเบี้ยผิดนัดชำระตามสัญญาอยู่ที่ 7.5 % ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นใหม่ ทำให้บริษัทขาดทุนจากการดำเนินงาน คงไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้เอิร์ธฯประสบปัญหาที่ใหญ่มาก คงต้องใช้เวลาในการแก้ไขอีกนาน

“ เอิร์ธพลาดครั้งนี้ ทำให้ไม่มีทางออกมากนัก ต้องเปลี่ยนเจ้าของ เพราะทุกแบงก์จะไม่ให้การสนับสนุน ไม่เฉพาะธนาคารกรุงไทย และระหว่างที่ผิดนัดชำระหนี้ เมื่อมีเงินจากการขายสินค้าเข้าบริษัทเท่าไร ก็ต้องคืนสถาบันการเงินทั้งหมด เพราะถูกตรวจสุขภาพทุกไตรมาส โดยไม่สามารถใช้สินเชื่อหรือวงเงินกู้ได้อีกต่อไป”แหล่งข่าวกล่าว

[caption id="attachment_164308" align="aligncenter" width="285"] ‘ดอกเบี้ยปรับ’ซํ้าเอิร์ธฯ ชี้ทางออกขายกิจการทิ้ง แบงก์ไม่หนุนธุรกิจตายแน่ ‘ดอกเบี้ยปรับ’ซํ้าเอิร์ธฯ ชี้ทางออกขายกิจการทิ้ง แบงก์ไม่หนุนธุรกิจตายแน่[/caption]

บริษัทเอิร์ธฯเปิดเผยภาระหนี้สถาบันการเงินและหุ้นกู้ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2560 มีมูลค่าทั้งสิ้น 22,849 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้ 2 ชุดรวม เป็นเงิน 5,500 ล้านบาท เงินกู้ระยะยาว 4,213 ล้านบาท เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้น13,136 ล้านบาท ทั้งนี้หนี้ระยะสั้นมีภาระดอกเบี้ยประมาณ 4-5% ต่อปี โดยมีหลักประกันเป็นเงินฝากออมทรัพย์ และฝากประจำ อัตราดอกเบี้ย 0.375 - 1.5% ต่อปี จำนวน 90.81 ล้านบาท และ 55.76 ล้านบาท ส่วนเงินกู้ยืมอื่นๆมีหุ้นและกรรมการบริษทค้ำประกัน

หุ้นธนาคารกรุงไทย(KTB)ยังคงได้รับผลกระทบจากการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทเอิร์ธฯ วันที่ 15 มิถุนายน ราคาหุ้นร่วง 0.40 บาทคิดเป็น 2.12% ปิดที่ระดับ 18.50 บาท หลังจากมีข่าวเรื่องเอิร์ธฯไม่สามารถชำระหนี้สถาบันการเงินจำนวน 717 ล้านบาท ทำให้ผิดเงื่อนไขหุ้นกู้ 2 ชุดมูลค่า 5,500 ล้านบาท ถูกเรียกชำระทันที ขณะที่หุ้น EARTH ถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขึ้นเครื่องหมาย ”SP” พักการซื้อขาย จนกว่าจะบริษัทขี้แจงแนวทางการแก้ปัญหาหนี้

นายธนาวรรธน์ ประทุมสุวรรณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธชี้แจงข้อเท็จจริงการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงินต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ว่าในอดีตที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยมีประวัติค้างชำระหนี้ไม่ว่าจะเงินต้นหรือดอกเบี้ยหรือชำระหนี้ล่าช้าแม้แต่ครั้งเดียว แต่ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2560 สถาบันการเงินแห่งหนึ่งได้แจ้งบริษัทให้ระงับการใช้วงเงินชั่วคราวและลดภาระหนี้ที่มีต่อสถาบันการเงินดังกล่าวให้เหลือ 5,000 ล้านบาท โดยมีผลทันที

แนวทางการแก้ปัญหา บริษัทได้วางแผนออกหุ้นกู้ 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดหาวงเงินหมุนเวียนเพิ่มเติม เพื่อชำระเงินกู้ประมาณ 3,500 ล้านบาทส่วนที่เหลือจะเป็นเงินหมุนเวียนแต่หุ้นกู้ดังกล่าวยังไม่ได้รับการพิจารณาจากสถาบันการเงินต่อมาในเดือน พฤษภาคม 2560 สถาบันการเงินดังกล่าวได้ล็อคบัญชีทั้งหมดทั้งที่บริษัทยังมิได้ผิดนัดชำระหนี้หรือผิดเงื่อนไขกับทางสถาบันการเงินแต่อย่างใดทำให้บริษัทขาดสภาพคล่องและไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนสำรองได้ทัน และในช่วงเดือนมกราคมจนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน 4,122 ล้านบาททำให้บริษัทสูญเสียสภาพคล่อง และผิดนัดชำระหนี้ตั๋วบี/อี

นอกจากนั้น สถาบันการเงินอื่นได้พิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อทั้งหมดของบริษัทอีกครั้ง ทำให้บริษัทไม่สามารถใช้วงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้และไม่สามารถออกตั๋วบ/อีฉบับใหม่เพื่อทดแทนฉบับเดิมที่จะถึงกำหนดชำระรวมถึงบริษัทถูกลดระดับความน่าเชื่อถือจากคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ จึงต้องดำเนินธุรกรรมต่างๆในรูปแบบเงินสดมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,271 วันที่ 18 - 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market