นักบิน2.1พันคนผวาเจอแจ๊กพอต‘กพท.’ไล่สอบไลเซนส์ใหม่

4 November 2015






กทพ. เดินเครื่องกระบวนการทบทวน 2 ไลเซนส์ใหม่ ทยอยเรียกนักบิน 2.1 พันคน ตรวจสอบใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอกใหม่ เผย A 380 B787 แจกพอร์ต ต้องมาสอบใหม่วางกรอบใช้เวลา 5 ปี แต่ขณะนี้บินได้ปกติ ด้านการออก AOC เริ่มแล้ว 2 แอร์ไลน์ การบินไทย-นกสกู๊ต ทั้งเตรียมรับมือ EASA บินเข้ามาตรวจสอบวันที่ 9-10 พ.ย.นี้ ส่วนผล FAA ลุ้นสิ้นเดือน

นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในขณะนี้กพท.ได้เริ่มทยอยทบทวนการออกใบรับรองหรือใบอนุญาตใน 2 ส่วน คือใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก(Airline Transport Pilot License หรือ ATPLที่จะมีนักบินจำนวน 2.1 พันคนเข้าข่ายต้องมีการตรวจสอบใหม่ และการทบทวนการออกใบรับรองการเดินอากาศ(Air Operator Certificate Re-Certification)หรือAOC ใหม่ให้กับ 28 สายการบิน ที่จะดำเนินการทบทวนควบคู่กันไป ซึ่งถือเป็นเรื่องหลักในการแก้ไขข้อบกพร่องของกรมการบินพลเรือนหรือบพ.เดิม ที่ถูกติติงจากทั้งสำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FAA และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO

"ในเดือนนี้กพท.ได้เริ่มตรวจสอบไลเซนส์ที่ออกไปแล้วใน 2 ส่วนนี้บ้างแล้วเพราะปัจจุบันกพท.มีผู้เชี่ยวชาญ 69 คนและเมื่อรวมทักษะของผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องบินแต่ละรุ่นที่มี ก็ถือว่ากพท.มีผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติครอบคลุมการตรวจสอบเครื่องบินทุกรุ่นแล้ว รวมถึงเครื่องบินรุ่นใหม่ๆอย่าง โบอิ้ง 787 แอร์บัส เอ 380 และอยู่ระหว่างรับเพิ่มอีก 17 คน จากอดีตที่มีผู้เชี่ยวด้านนี้เพียง 36 คน และคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบไม่ครบถ้วน และไม่สามารถตรวจสอบติดตามเครื่องบินได้ครบทุกประเภทจึงเป็นสาเหตุ ที่บพ.ถูกองค์กรด้านการบินเหล่านี้มองว่าไลเซนส์ใน 2 ส่วนนี้ออกไป ไม่เป็นมาตรฐานสากล เพราะผู้ตรวจและออกไลเซนส์ไม่มีคุณสมบัติครบถ้วน"

โดยในส่วนนักบินไทย 2.1 พันคนที่เข้าข่ายต้องถูกตรวจสอบใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก จากจำนวนนักบินที่มีใบอนุญาตนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ไม่เกิน 3 พันคนจะต้องผ่านการตรวจสอบใหม่ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 มกราคม 2564โดยกพท.จะใช้เวลาประมาณ 5 ปีในการตรวจสอบแล้วเสร็จ และได้แจ้งให้FAA รับทราบแล้ว เนื่องจากใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก จะต้องต่ออายุทุก 5 ปี ประกอบกับนักบินเหล่านี้ต้องปฏิบัติการบินให้สายการบินต่าง ๆ ซึ่งทำให้นักบินต้องหาเวลาที่สะดวกของแต่ละ เพื่อทยอยเข้ามารับการตรวจสอบใหม่ และนักบินที่ได้ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก ที่ทำการบินเครื่องบินบางประเภท อย่าง เอ380 หรือโบอิ้ง787 ก็ไม่สามารถทดสอบในเครื่องซีมูเลเตอร์รุ่นเหล่านี้ในไทยได้ เพราะไม่มีเครื่อง สายการบินต้องส่งนักบินไปเข้าเครื่องซีมูเลเตอร์เอ 380 หรือโบอิ้ง787 ในประเทศที่มีซีมูเลเตอร์รุ่นเหล่านี้ อย่าง ประเทศสิงคโปร์

ทั้งนี้การตรวจสอบใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอกใหม่นี้ จะดำเนินการเฉพาะใบอนุญาตที่ออกไปแล้วเดิม แต่กระบวนการออกใบอนุญาตดังกล่าวใหม่ จะไม่มีปัญหา เพราะเป็นไปตามการปรับปรุงกฎหมายการตรวจสอบนักบินพาณิชย์เอก (ATPL) ที่ได้ปรับปรุงให้เป็นมาตรฐานใหม่แล้ว

"ในการเข้ามาติดตามแผนแก้ไขข้อบกพร่องที่FAA ติงไว้ 35 ข้อ เมื่อวันที่ 26-28 ตุลาคม 2558 เราก็ได้รายงานความคืบหน้าในการแก้ไขข้อบกพร่องให้เขารับทราบว่าแต่ละเรื่องอยู่ในขั้นตอนใด โดยที่ผ่านมาข้อท้วงติงที่ FAA ซีเรียสมากๆก็ทยอยดำเนินการแก้ไขครอบคลุมในจุดเหล่านั้นแล้วเพราะFAA ได้แจ้งไว้ตั้งแต่เข้ามาตรวจสอบครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 - 17 กรกฎาคมที่ผ่านมาและการเข้ามาพบในรอบนี้เป็นการติดตามการแก้ปัญหา ซึ่งเขาก็ขอเรียกดูเอกสารเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติของนักบิน ถามเรื่องการบรรจุคนของกพท.ที่ยังบรรจุไม่หมด ซึ่งเราก็ได้ชี้แจงว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ เป็นต้น" อธิบดีทย.กล่าว

สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ FAA จะใช้เวลาอีก 30 วัน หรือในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อแจ้งผ่านสถานทูตสหรัฐอเมริกา ถึงแนวทางการตัดสินใจว่าจะยังคงระดับประเทศไทย อยู่ในประเภทที่ 1 (Category 1)ซึ่งหมายถึงได้มาตรฐานของ ICAO ในการออกใบอนุญาตและทำการกำกับดูแลสายการบินหรือจะลดระดับมาอยู่ที่ประเภทที่ 2 (Category 2) ไม่ได้มาตรฐานของ ICAO ในการออกใบอนุญาตและทำการดูแลสายการบินที่หมายถึงการห้ามทำการบินในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ท้ายสุดผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็คงต้องกับดุลพินิจของ FAAโดยไทยก็ยังหวังจะคงระดับประเทศไทย อยู่ในประเภท 1 แต่ขณะเดียวกันก็จะติดตามและตรวจสอบแผนแก้ไขเป็นระยะๆ

ส่วนกระบวนการทบทวน AOC ใหม่ (Re-certification) ที่ต้องดำเนินการ 28 สายการบินนั้น เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (Significant Safety Concerns - SSC)ที่ICAO ปักธงแดงไว้ ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบแล้ว 2 สายการบิน คือ การบินไทยและนกสกู๊ต โดยคาดว่าการตรวจสอบสายการบินต่างๆของไทยได้แล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมปี 2559

นอกจากนี้ในช่วงนี้กพท.ยังต้องเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเมาตรวจสอบของสำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งสหภาพยุโรป หรือ EASAในช่วงระหว่างวันที่ 9-10 พฤศจิกายนนี้ซึ่งก็จะมีการรายงานการแก้ปัญหาให้ EASA รับทราบ แต่ดุลพินิจว่าจะมีการตัดสินใจห้ามสายการบินของไทยทำการบินเข้าสหภาพยุโรปหรือไม่ ก็ต้องเป็นดุลพินิจของเขา ซึ่งหากเทียบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากผลการตัดสินในกรณีรุนแรงที่สุดของ FAA หรือ EASA หากไทยถูกลดเกรดจาก FAA ผลกระทบในแง่ของธุรกิจการบินของไทยคงไม่มี เพราะการบินไทยก็หยุดเข้าไปในสหรัฐอเมริกาแล้ว แต่สิ่งที่วิตกคือหวั่นว่าสหภาพยุโรปจะดำเนินการตาม หรือออกมาตรการห้ามบินขึ้นมา ก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบินของไทยแน่นอน แต่ที่ผ่านมาก็เชื่อว่าสายการบินต่าง ๆ ได้เตรียมแผนรับมือผลกระทบหากเกิดกรณีเลวร้ายสุดไว้แล้วล่วงหน้า

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,101 วันที่ 1 - 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558


AOC การบินไทย นายจุฬา สุขมานพ นักบิน กพท. สอบไลเซนส์ นักบินพาณิชย์ นกสกู๊ต EASA FAA กรมท่าอากาศยาน ทย. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย Airline Transport Pilot License ATPL