‘ลิฟต์’ คว้าโอกาสจากวิกฤติอูเบอร์

21 June 2017





ในขณะที่บริษัทแอพพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่รายใหญ่อย่าง อูเบอร์ กำลังวุ่นวายกับวิกฤติข่าวอื้อฉาวที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ลิฟต์ (Lyft) คู่แข่งสำคัญของอูเบอร์ในสหรัฐฯ ก็กำลังใช้โอกาสนี้รุกหนักเดินหน้าขยายบริการเพื่อหวังไล่ตามอูเบอร์ให้ทัน

ปี 2560 นับเป็นปีที่อูเบอร์เริ่มต้นได้อย่างขลุกขลัก ตั้งแต่การถูกโจมตีจากผู้โดยสาร หลังจากรถรับจ้างของอูเบอร์ยังคงให้บริการรับส่งผู้โดยสารในขณะที่รถแท็กซี่ในนิวยอร์กหยุดงานประท้วงคำสั่งแบนคนต่างชาติ 7 ประเทศเข้าสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มาจนถึงกล่าวหาจากอดีตวิศวกรหญิงคนหนึ่งของบริษัทเกี่ยวกับปัญหาการกีดกันและล่วงละเมิดทางเพศภายในองค์กร ตลอดจนการสอบสวนเรื่องซอฟต์แวร์ของอูเบอร์ที่ช่วยให้พนักงานขับรถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของทางการ

ท่ามกลางข่าวอื้อฉาวต่างๆ ล่าสุดนายทราวิส คาลานิค ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอูเบอร์ เทคโนโลยี ได้ประกาศว่าจะลาหยุดโดยไม่มีกำหนด

แต่ในเวลาที่อูเบอร์กำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ คู่แข่งบริการเรียกรถแท็กซี่อันดับ 2 อย่าง ลิฟต์ กำลังเดินหน้าอุดช่องว่างมาอย่างเงียบๆ ลิฟต์เพิ่งระดมทุนเพิ่มเติม 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับนำมาใช้ขยายธุรกิจ พร้อมกับประกาศข้อตกลงกับจากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ เปิดตัวรถหรูที่จะนำมาให้บริการกับลิฟต์ และประกาศความร่วมพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติกับเจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) และอัลฟาเบ็ต บริษัทแม่ของกูเกิลที่กับมีคดีความฟ้องร้องกับอูเบอร์อยู่ข้อหาขโมยเทคโนโลยีอยู่

‘ลิฟต์’ คว้าโอกาสจากวิกฤติอูเบอร์

‘ลิฟต์’ คว้าโอกาสจากวิกฤติอูเบอร์



แม้ลิฟต์จะยังเป็นผู้เล่นขนาดเล็กเมื่อเทียบกับอูเบอร์ ด้วยมูลค่าของบริษัทเพียง 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับมูลค่า 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของอูเบอร์ และมีให้บริการเพียง 350 เมืองในสหรัฐฯ ขณะที่อูเบอร์มีบริการอยู่ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก แต่จากการสำรวจพบว่า ส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐฯ และภาพลักษณ์ของแบรนด์อูเบอร์ปรับตัวลดลงเนื่องจากข่าวฉาว ขณะที่ลิฟต์ได้รับอานิสงส์จากวิกฤติของอูเบอร์ ข้อมูลจากบริษัททีเอ็กซ์เอ็น โซลูชันส์ ชี้ว่า ส่วนแบ่งตลาดของอูเบอร์ในสหรัฐฯ ลดลงจาก 90% เหลือ 75% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และส่วนแบ่งตลาดลดลงถึง 3% จาก 78.8% เป็น 75.3% หลังจากถูกอดีตพนักงานกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ลิฟต์กล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี มีจำนวนผู้ใช้บริการ 70.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 240%

ขณะเดียวกันผลสำรวจความเห็นของผู้บริโภคโดยบริษัทที่ปรึกษา ซีจี42 พบว่า 80% ของผู้ใช้บริการอูเบอร์รับรู้เกี่ยวกับข่าวฉาวที่เกิดขึ้น และมีผู้ที่มองอูเบอร์ในภาพลบเพิ่มขึ้นจาก 9% เป็น 27% อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผู้บริโภค 26% ที่กล่าวว่ากำลังมองหาทางเลือกอื่นและจะใช้บริการอูเบอร์ลดลง แต่มีเพียง 4% เท่านั้นที่กล่าวว่าได้ตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้บริการอื่นเนื่องจากข่าวในเชิงลบของบริษัท

นักวิเคราะห์กล่าวว่า กระแสข่าวฉาวของอูเบอร์จะเป็นผลดีกับลิฟต์ต่อไป เนื่องจากอาจเป็นหตุผลให้ผู้ใช้บริการจำนวนมากขึ้นลองเปลี่ยนมาให้โอกาสลิฟต์บ้าง ในขณะที่เมื่อก่อนพวกเขาจะเลือกเปิดแอพพลิเคชันอูเบอร์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ด้วยความเชื่อว่าบริการขนาดใหญ่กว่าจะช่วยให้หารถที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ง่ายกว่า

ดังนั้นหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะช่วยให้ลิฟต์ไล่ตามอูเบอร์ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว คือต้องมีคนขับรถจำนวนมากเพียงพอ ซึ่งมีโอกาสที่ลิฟต์จะทำได้ไม่ยาก เมื่อดูจากผลการสำรวจของเว็บไซต์ TheRideShareGuy.com ที่พบว่า 75.8% ของคนขับรถที่ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,150 ราย ตอบว่าพึงพอใจกับลิฟต์ โดยมีเพียง 49.4% ที่ตอบว่าพึงพอใจอูเบอร์

เจมส์ แฮคเกอร์ตี ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารในภาวะวิกฤติ กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาเคยมีบริษัทที่เป็นรองสามารถฉกฉวยโอกาสช่วงชิงตลาดในเวลาที่คู่แข่งเผชิญกับข่าวฉาว อย่างไรก็ดี ลิฟต์จะต้องแสดงให้เห็นว่าบริการของพวกเขาเป็นของจริง ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,271 วันที่ 18 - 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560