จับชีพจรแอร์ไลน์ไทย

7 April 2015






หลังชนักICAOปักอกบพ.

บพ.ตรวจประเมินแล้ว 6 สาย

นายสมชาย พิพุธวัฒน์ อธิบดีกรมการบินพลเรือน เปิดใจล่าสุด ว่าขณะนี้การแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนบพ.กำลังอยู่ระหว่างการตรวจประเมิน Re-Evaluate สายการบินต่างๆของไทย ซึ่งเป็นการตรวจสอบภายในเพื่อยืนยันถึงกระบวนการออกใบอนุญาตว่าเป็นไปตามมาตรฐานของบพ. ที่จะเร่งตรวจประเมินสายการบินจำนวน 28 สายการบินที่ทำการบินสู่ต่างประเทศ(ทั้งสายการบินแบบประจำและเช่าเหมาลำ) เน้นจัดอันดับความสำคัญในการตรวจเริ่มจากสายการบินที่ทำการบินเข้าญี่ปุ่น ที่ขณะนี้ตรวจสอบไปแล้ว 6 สาย คือ การบิน
ไทย, ไทยสมายล์, ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์, เจ็ท เอเชีย, เอเชีย แอตแลนติก แอร์ไลน์ส และเอเชียน แอร์

ส่วนการเจรจาร่วมกับทางองค์การการบินพลเรือนของประเทศญี่ปุ่นหรือเจแคป เพื่อช่วยให้สายการบินเช่าเหมาลำทำการบินเข้าญี่ปุ่นได้นั้น มีแนวโน้มที่ดีของการเซ็นเอ็มโอยูร่วมกัน รวมถึงผมจะเดินทางไปทำความเข้าใจกับทางเกาหลีใต้ ส่วนสิงคโปร์และสหภาพยุโรป ได้รับรายงานจากการบินไทยว่า ยังสามารถทำการบินได้ตามปกติ แต่มีการตรวจเข้มมากขึ้น ซึ่งทางการบินไทยยืนยันว่ามีความพร้อมในการถูกตรวจสอบอยู่แล้ว

ทั้งนี้การตรวจประเมิน เป็นเหมือนการคัดกรองเบื้องต้น คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือน(ภายในเมษายนนี้)จะตรวจประเมินแล้วเสร็จ เพราะจัด3-4 ทีมเข้าไปตรวจประเมิน แต่สิ่งที่จะทำให้บพ.หลุดออกจากข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญหรือSSC ที่องค์ การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ติงไว้ คือจะต้องมีกระบวนการตรวจสอบเพื่อออกใบอนุญาตใหม่ทั้งหมด (Re-Certification) ที่จะดำเนินการได้เมื่อบพ.มีองค์ประกอบพร้อมเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กร แยกงานด้านเรกูเลเตอร์ออกจากโอเปอเรเตอร์ การแก้ไขปัญหาบุคลากร การแก้ไขก.ม. ซึ่งการ(Re-Certification)สายการบินทั้งหมด คาดว่าใช้เวลาดำเนินการ 6-8 เดือนจากนี้

นอกจากนี้ผู้ประกอบการสายการบินระหว่างประเทศที่อยู่ระหว่างการขอใบรับรองผู้ดำเนินการทางอากาศหรือ AOC 23 สายการบิน จะถูกระงับการออกใบอนุญาตออกไปก่อน เนื่องจากบพ.ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงมาตรฐานองค์กรให้เป็นไปตามมาตรฐาน

 

 

นกสกู๊ตระงับขายตั๋วใหม่

นายปิยะ ยอดมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต กล่าวว่า สายการบินได้ระงับการขยายเส้นทางบินทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินประจำ เส้นทางกรุงเทพฯ-โซล ที่อยู่ระหว่างการขออนุญาตเปิดบิน และได้ทำการขายไปก่อนล่วงหน้านี้ และปัจจุบันได้โอนถ่ายผู้โดยสารที่ทำการจองมาล่วงหน้าให้ไปทำการบินกับสายการบินสกู๊ต และการบินไทยแทน

ขณะที่เส้นทางบินเช่าเหมาลำทั้งโตเกียว และโอซากา ปัจจุบันไม่มีการขายตั๋วเพิ่ม และได้โอนถ่ายผู้โดยสารกว่า 2 หมื่นคนไปใช้บริการสายการบินอื่นแล้ว จากการประเมินผลกระทบเบื้องต้น ส่งผลให้ทางสายการบินสูญเสียรายได้กว่า 400 ล้านบาท จากจำนวนผู้โดยสารที่จองการเดินทางกว่า 1 หมื่นคน ตั้งแต่วันที่ 29 มีนา คม- 31 พฤษภาคม 2558

 

 

ไทยแอร์เอเชียยันธุรกิจปกติ

 นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบิน ไทย เเอร์เอเชีย กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ทางสายการบินยังดำเนินธุรกิจตามปกติ ทุกเส้นทางบินยังสามารถทำการบินได้เช่นเดิม เนื่องจากทางสายการบินเปิดบินในรูปแบบเที่ยวบินประจำทุกเส้นทางส่งผลให้ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว เช่นเดียวกับเส้นทางบินไปยังจีนที่มี 14 เส้นทาง 21 เที่ยวบินต่อวันยังทำการบินได้ตามปกติ ส่วนแผนเพิ่มเส้นทางบินในจีนยังเป็นแผนที่มีกำหนดจะเตรียมเปิดในช่วงปลายปี ซึ่งคาดว่าในเวลานั้น บพ. น่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้แล้ว

ส่วนกรณีที่เกาหลีใต้ และจีน ที่ปัจจุบันไม่
อนุมัติให้หลายสายการบินบางสายจากไทยเข้าไปเปิดบินนั้น คาดว่าเป็นมาตรการของแต่ละส่วน ซึ่งไม่น่าเกี่ยวโยงกับปัญหาของ ICAO อย่างไรก็ดีคงต้องรอการชี้แจงจากภาครัฐที่เตรียมเดินทางไปเจรจาในสัปดาห์หน้า

 

ไทยแอร์เอเชียXบินซัปโปโร

นายนัดดา บุรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เปิดเผยถึงการให้บริการเที่ยวบินประจำที่เปิดให้บริการอยู่ในเส้นทางสู่ญี่ปุ่น คือ โตเกียวและโอซากา และเส้นทางสู่โซล เกาหลีใต้ สายการบินยังทำการบินได้ตามปกติ มีเพียงเส้นทางที่เพิ่งขอเปิดใหม่ที่ทำการบินกรุงเทพฯ-ซัปโปโรที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งล่าสุดไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้รับการผ่อนปรนมาตรการบังคับใช้ดังกล่าว โดยให้สายการบินเปิดบินตามกำหนดเป็นระยะเวลา 2 เดือน (1 พฤษภาคม- 30 มิถุนายนนี้)

ขณะที่ผู้โดยสาร ซึ่งจองเดินทางสู่ซัปโปโร ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป และไม่สะดวกที่จะเดินทาง สายการบินเสนอแนวทางโดย 1.สามารถขอคืนเงินเต็มจำนวน 2. เลื่อนเวลาเดินทางตามอนุญาตเจแคป 60วัน 3. เก็บยอดวงเงินไว้ใช้สำหรับการสำรองที่นั่งครั้งต่อไปในระยะเวลา 90 วัน และ 4.สามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางบินไปโตเกียว หรือ โอซากาได้

“จากการผ่อนผันนี้ ทำให้สายการบินสามารถเปิดบินได้ตามกำหนดการเดิมและคาดว่าช่วงระยะเวลา 2 เดือนนั้น บพ. จะสามารถแก้ไขปัญหาที่ติดค้างนี้ได้อย่างดี ในส่วนของผลกระทบจากการประเมินข้างต้นพบว่าเส้น
ทางบินซัปโปโรมีอัตราการบรรทุกเฉลี่ยกว่า 80% และหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ภายในปีนี้จะส่งผลให้มีผู้โดยสารที่เดินทางกับไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ได้รับผลกระทบกว่า 1.5 แสนคน สูญเสียรายได้ในปีนี้ถึง 500 ล้านบาท จากที่ตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 6 พันล้านบาท”

 

บินไทยต้องสอบผ่านทุกสถานี

 

ในด้านความเคลื่อนไหวของสายการบินหลักๆของไทยในขณะนี้  นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่าได้รับการตรวจสอบเพิ่มขึ้น เมื่อการบินไทยทำการบินเข้าบางประเทศ อย่างยุโรป ซึ่งการบินไทยก็ต้องทำตัวให้สอบผ่านทุกการตรวจสอบ ซึ่งการบินไทยมีมาตรฐานในระดับสากลอยู่แล้ว

ส่วนการห้ามเที่ยวบินเช่าเหมาลำของทางเจแคป เที่ยวบินแบบประจำของการบินไทย ยังคงทำการบินได้ตามปกติตามตารางบินฤดูร้อนที่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินได้ทุกประเทศแล้ว มีเพียงผล
กระทบต่อเที่ยวบินเช่าเหมาลำจำนวน  2 เที่ยวบิน ที่จะทำการบินไปเมืองโคมัตสุ และเมืองฮิโรชิมา ในช่วงวันที่ 11 และ15 เมษายนนี้เท่านั้น แต่ในขณะนี้ก็มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเจแคปมีท่าทีจะผ่อนปรนให้ไทย ขณะเดียวกันการบินไทยก็จะร่วมกับบพ.ไปทำความเข้าใจกับประเทศต่างๆอย่างต่อเนื่อง อาทิ เกาหลีใต้


นายสมชาย พิพุธวัฒน์ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ กรมการบินพลเรือน (บพ.) ประเทศญี่ปุ่น