‘อีวี’ป้ายแดงบุก! ‘ฟอมม์’เคาะราคา 5.5 แสน

16 June 2017






“ฟอมม์” ปลุกกระแสรถไฟฟ้า “อีวี”ลงทุนพันล้านตั้งโรงงานในไทย ผลิตเฟสแรก5,000 คัน รองรับตลาดในประเทศและส่งออก ขายต้นปีหน้า ราคา 5.5 แสนบาทจับมือปั๊ม “บางจาก” สลับแบตเตอรี่ลูกใหม่ให้ลูกค้าแบบเร่งด่วน

รัฐบาลใส่เกียร์เดินหน้าแจ้งเกิดรถพลังงานไฟฟ้า คลอดแพกเกจพิเศษออกมาจูงใจการลงทุน หวังสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ขณะที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นและยุโรป เด้งรับนโยบายด้วยเทคโนโลยีต่างกันไปตามที่ตนเองถนัด ไม่ว่าจะเป็น “ไฮบริด” “ปลั๊ก-อินไฮบริด” ส่วนรถพลังงานไฟฟ้า หรือ “อีวี” ยังเร็วเกินไปสำหรับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่

แม้ค่ายรถยนต์เมเจอร์แบรนด์ ยังไม่ขยับเทคโนโลยีไปถึง “อีวี” เพราะมีลำดับขั้นตามพิมพ์เขียวให้วิ่งตาม แต่นี่ถือเป็นโอกาสการทำธุรกิจของค่ายรถยนต์น้องใหม่จากญี่ปุ่นอย่าง “ฟอมม์” (FOMM) โดย “ฮิเดโอะ ซุรุมากิ”ประธานกรรมการบริหารและเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ฟอมม์ คอปอร์เรชัน ชาวญี่ปุ่นเตรียมแผนการลงทุนครั้งสำคัญ ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรก หลังจาก 2 ปีที่แล้วนำต้นแบบยานยนต์ไฟฟ้ามาอวดโฉมที่งานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2558 (ฟอมม์ไม่มีฐานการผลิตและไม่ได้ทำตลาดที่ญี่ปุ่นมาก่อน)

จุดเด่นของฟอมม์คือ เป็นรถพลังงานไฟฟ้ามีมอเตอร์สองตัวฝังอยู่ในดุมล้อซ้ายขวา สามารถลอยและวิ่งบนน้ำได้ และเคลมว่าเป็น “อีวี” (EV-Electric Vehicle) แบบ 4 ที่นั่งที่ขนาดเล็กที่สุดในโลก

ฟอมม์ใช้เวลาพัฒนาให้รถพลังงานไฟฟ้าถูกต้องตาม พ.ร.บ.รถยนต์ของไทย หรืออยู่ในพิกัดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รย.1) มีส่วนควบครบ ขณะที่กำลังมอเตอร์ไฟฟ้ากระทรวงคมนาคมเพิ่งปรับลดลงมาให้เหลือ 4-15 กิโลวัตต์ ดังนั้นจึงจดทะเบียนวิ่งบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย

“จุดเด่นของฟอมม์คือ ต้นทุนต่อหน่วยการวิ่งถูกกว่ารถยนต์ทั่วไปถึง 10 เท่า และค่าดูแลรักษาระหว่างการใช้งานถูกกว่า 100 เท่า สามารถวิ่งบนน้ำได้ หมดความกังวลเรื่องน้ำท่วม พร้อมราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย โดยจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ต้นปีหน้า ด้วยราคาประมาณ 5.5 แสนบาท” นายธนานันต์ กาญจนคูหา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอฟโอเอ็มเอ็ม (เอเซีย) จำกัด หรือ “ฟอมม์” กล่าวและว่า

ตอนนี้ฟอมม์กำลังระดมเครื่องจักรและพัฒนาสายการผลิตที่โรงงงานในนิคมอุตสาหกรรม อมตะนคร จ.ชลบุรี โดยใช้ชิ้นส่วนนำเข้า 30% และชิ้นส่วนภายในประเทศ 70% ซึ่งรวมถึงแบตเตอรีจากบริษัทคนไทย “เบต้า เอ็นเนอยีร์ โซลูชัน” กำลังผลิตรวมเฟสแรก 5,000 คันต่อปี

โดยกลุ่มเป้าหมาย มีทั้งองค์กร หน่วยงานรัฐบาล เอกชน และขายบุคคลทั่วไป เน้นจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุ 20-30 ปี ตั้งเป้าครองส่วนแบ่งการตลาดในเซกเมนต์รถยนต์นั่งของเมืองไทย 1% ภายใน 3 ปี ด้านตลาดส่งออกจะเริ่มในอาเซียนก่อน ส่วนช่องทางการขาย 50% จะเน้นไปที่ออนไลน์ แต่ยังมีโชว์รูมต้นแบบที่ทองหล่อ และหัวเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศ

“เราเป็นยานยนต์ไฟฟ้ารักษาสิ่งแวดล้อมที่อยากให้คนไทยเป็นเจ้าของได้ง่าย เช่นวางเงินดาวน์ 1 แสนบาท และผ่อน 5,000 บาทต่อเดือน หรือใช้รถไปแล้ว 5 ปีเราจะรับซื้อคืน 1.5 แสนบาท ขณะเดียวกันยังรับประกันอายุแบตเตอรีนาน 10 ปี แต่ในอนาคตจะมีแบตเตอรีเจเนอเรชันใหม่ที่ทำให้รถวิ่งได้ไกลขึ้นและราคาถูกลงแน่นอน”

บริษัทยังมั่นใจว่าการขยายสถานีชาร์จไฟทั่วประเทศของรัฐบาลจะเป็นไปตามเป้าหมาย(ระยะแรก 100 แห่ง) ซึ่งบริษัทได้เซ็นบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับสถานีบริการน้ำมันบางจาก เพื่อให้เป็นศูนย์รับบริการเปลี่ยนแบตเตอรีให้แก่ลูกค้าที่ไม่สะดวกเสียบปลั๊กชาร์จไฟ ในเบื้องต้นจะมี 50 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับรถพลังไฟฟ้า“ฟอมม์”ใช้เวลาชาร์จไฟเต็มที่ 6 ชั่วโมง รถสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 150 กิโลเมตร ซึ่งรถหนึ่งคันจะมีแบตเตอรี 4 ชุด ราคารวมประมาณ 2 แสนบาท หรือคิดเป็น 30% ของราคารถ

‘อีวี’ป้ายแดงบุก! ‘ฟอมม์’เคาะราคา5.5แสน

‘อีวี’ป้ายแดงบุก! ‘ฟอมม์’เคาะราคา5.5แสน



++แบรนด์น้องใหม่รุม
รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความสนใจจากแบรนด์ใหม่ๆรวมไปถึงตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ อาทิ บริษัท ซิลิคอนมอเตอร์ส จำกัด ที่นำรถแบรนด์แรตเทิล (Rayttle)จากประเทศจีนเข้ามาโชว์ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปลายปีที่ผ่านมา โดยนำรถยนต์ไฟฟ้า รุ่น E28 นํ้าหนักตัวรถ 660 กิโลกรัม บรรทุกได้ 200 กิโลกรัม รองรับผู้โดยสารและคนขับรวม 3 คน ความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้แบตเตอรี่ลิเธียม ระยะทางวิ่งได้ต่อการชาร์จ 150 กิโลเมตร
ขณะนี้ยังไม่ได้เคาะราคาขาย แต่เบื้องต้นจะขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่ที่ลูกค้าเลือกซึ่งจะมี3 แบรนด์ ตั้งแต่แบตเตอรี่ราคาถูกจากจีนไปจนถึงแบบเดียวกับเทสลา

นายอภิราม สีตกะลิน ผู้บริหาร บริษัท ซิลิคอน มอเตอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดในเซกเมนต์นี้เปิดกว้าง ไม่ใช่เฉพาะแค่แบรนด์ยุโรป ,ญี่ปุ่น แต่จะเป็นเวทีของแบรนด์ใหม่ๆเข้ามาสอดแทรกได้ ประกอบกับในอนาคตราคาของแบตเตอรี่ถูกลงเรื่อยๆ ก็จะทำให้ราคารถถูกลง และผู้บริโภคจับต้องได้ อย่างไรก็ดีต้องมีความชัดเจนด้านต่างๆจากภาครัฐ

อภิเชต สีตกะลิน

อภิเชต สีตกะลิน



ด้านแบรนด์เกาหลี “เกีย” ที่ทำตลาดโดยตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอย่าง ยนตรกิจ เตรียมเจรจาบริษัทแม่ เพื่อนำรุ่น “เกีย โซลอีวี” ที่จะเปิดตัวในตลาดโลก เข้ามาจำหน่ายในไทย ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะขายประมาณ 1 ล้านต้นๆ
แบรนด์เกาหลีอีกหนึ่งราย “ฮุนได”ได้ศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการนำเข้ารถยนต์รุ่น ไอโอนิค เข้ามาขายภายในประเทศ โดยรถรุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวที่เกาหลีเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มีเครื่องยนต์ทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ไฮบริด, ปลั๊ก-อินไฮบริดและอีวี

ส่วนอีกหนึ่งเจ้าที่สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศว่าเป็นแบรนด์คนไทยอย่าง วีร่า ก็เร่งมือผลิตรถ VERA V1 (ที่มีพื้นฐานมาจากรถแฮตช์แบ็ก 5 ประตูแบรนด์จีลี่จากจีน)เพื่อให้ทันส่งมอบลูกค้าในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยเบื้องต้นจองเข้ามาประมาณ 10 คัน และคาดว่าราคาจากเดิมที่ตั้งไว้ 9.45 แสนบาท จะลดลงเหลือ 8.5 แสนบาท เนื่องจากราคาแบตเตอรี่เริ่มลดลง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,270 วันที่ 15 - 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560