สร้างธุรกิจและเปลี่ยนชีวิต จากการท่องเที่ยว

17 June 2017





คนรักสุขภาพทั้งหลาย คนรู้จักร้าน บร็อคโคลี่ เรฟเวอลูชั่น (Broccoli Revolution) กันเป็นอย่างดี ร้านนี้เป็นร้านอาหารบรรยากาศอินดี้ที่ไม่มีเนื้อสัตว์ หรือจะเรียกว่ามังสวิรัติก็คงได้ โดยมีน้ำผักแบบสกัดเย็น จากวัตถุดิบหลักคือ คะน้าตะวันตก (kale) เป็น Signature ของร้าน จากประเภทของอาหารและเครื่องดื่มที่ว่า บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันเฉพาะกลุ่มเหลือเกิน และเป็นกลุ่มที่มีคนทานไม่มากเสียด้วย เปิดร้านอยู่แถวสุขุมวิทที่ราคาค่าเช่าแพงโข แล้วจะไปรอดเหรอ

...ก็ต้องตอบเลยว่า รอด และรอดมาแล้วเกือบ 2 ปี แถมมีสาขา 2 แล้วด้วย จาก ปากซอยสุขุมวิท 49 ตอนนี้มีสาขา 2 อยู่ที่ชั้น 6 เซ็นทรัลแอมบาสซี่ และกำลังมีแผนที่จะเปิดสาขา 3 พร้อมๆ กับการขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศ

"คุณหนู - ณยา เอียร์ลิคซ์-อาดัม" ผู้เป็นเจ้าของร้าน เล่าให้ฟังว่า ตอนที่คิดจะเปิดร้านนี้คือยอมเสี่ยง ถ้าไม่รอด 1 เดือนก็ม้วนเสื่อกลับบ้านได้ แต่ด้วยสไตล์ที่เป็นคนชอบเสี่ยง ชอบลอง ก็เลยได้ผลอย่างที่เห็น เพียงเดือนแรกที่เปิดก็สามารถมีเงินจ่ายค่าที่ ค่าพนักงานได้สบายๆ และลูกค้าก็เข้าร้านต่อเนื่อง แม้ส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติก็ตาม

คุณหนู - ณยา เอียร์ลิคซ์-อาดัม

คุณหนู - ณยา เอียร์ลิคซ์-อาดัม



ที่มาของการเปิดร้านนี้ "คุณหนู" บอกว่า เกิดจากความคิดส่วนตัวที่ทำร้านอาหารมาแล้ว 2 ร้าน คือ ร้าน Monsoon ที่เมียนม่า และเวียดนาม ซึ่งทั้ง 2 ร้านประสบความสำเร็จอย่างดี แต่ทั้ง 2 ร้าน เป็นร้านอาหารที่มีเนื้อสัตว์ จนวันหนึ่งที่ได้มาเปิดดูสารคดี Fat, Sick & Nearly Dead ของโจ ครอส (Joe Cross) ผู้ที่ได้รับฉายาว่า Jesus of Juicing เขาคุยเรื่องน้ำผักรักษาโรค เขาอดอาหาร 60 วัน ทานน้ำผักอย่างเดียว ทำให้น้ำหนักลด โรคต่างๆ ที่เป็นอยู่หาย ชีวิตเปลี่ยนใหม่หมดเลย ซึ่งตอนแรกเธอเองก็ไม่เชื่อ เลยลองทำเดือนหนึ่งเต็มๆ น้ำหนักลดไปได้ 8 กิโลกรับ จากใส่แว่นไม่ต้องใส่แว่น และล่าสุด จากผลตรวจที่เป็นมะเร็งระยะเริ่มต้น ขณะนี้ทุกอย่างกลายเป็นปกติ ไม่พบเชื้อมะเร็งแล้ว
ข้อพิสูจน์เหล่านั้น ทำให้ "คุณหนู" เลือกที่จะทำอาหารแบบปราศจากเนื้อสัตว์ร้านนี้ขึ้นมา เพื่อแชร์สิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นๆ ขณะเดียวกัน ก็ได้ธุรกิจที่แตกต่าง ซึ่งก็เหมาะเจาะกับเทรนด์สุขภาพที่คนทั่วโลกกำลังถวิลหา

"คุณหนู" เล่าว่า อยู่ในวงการอาหารมา 15 ปี หลังจากจบมหาวิทยาลัยมหิดล อินเตอร์เนชั่นแนลโปรแกรม ทางด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม ประกอบกับความชอบอาหารและเครื่องดื่ม หลังจากแต่งงานกับสามีซึ่งทำงานในธุรกิจท่องเที่ยวเหมือนกัน เธอจึงเลือกที่จะลาออกจากบริษัทแล้วมาสร้างธุรกิจของตัวเองครั้งแรกเมื่อก 12-13 ปีก่อน ที่เมียนม่า ด้วยร้านอาหาร Monsoon จนเป็นที่โด่งดังติดอันดับ 1 ร้านอาหารที่เมียนม่าเลยทีเดียว และเธอก็ได้ไปเริ่มทำร้าน Monsoon สาขา 2 ที่เวียดนาม เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเดินทางกลับไทย

"การเริ่มต้นธุรกิจ เป็นเพราะเราชอบเสี่ยง ชอบทดลอง และชอบเดินทาง ชอบลองสิ่งใหม่ๆ และมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง มันเกี่ยวกับความเชื่อของเรา เราคิดว่ามันต้องทำได้ เราเชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้าเราทำธุรกิจที่เราชอบ ศึกษาจริง มีความตั้งใจจริง คนก็คงจะรู้สึกได้ ตอนเริ่มต้นที่เมียนม่าก็เอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาลง เพื่อนก็ห่วงมาก แต่โชคดีที่ขายดีมาก คืนทุนได้ไม่กี่ปี"

คุณหนู - ณยา เอียร์ลิคซ์-อาดัม

คุณหนู - ณยา เอียร์ลิคซ์-อาดัม



จากประสบการณ์ การทำธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เธอเล่าว่าตอนเริ่มต้นที่เมียนม่า ถือว่าโชคดี เพราะการแข่งขันยังไม่สูง แต่ก็เหนื่อยพอสมควร พอมาร้านที่ 2 ที่เวียดนาม เป็นตลาดที่การแข่งขันสูงมาก ทำให้ค่อนข้างเหนื่อย และจากการทำธุรกิจตรงนั้น ทำให้เธอรู้ว่า หากจะลงทุนในต่างประเทศ นอกจากฝีมือที่มีแล้ว ต้องอาศัยพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นด้วย จึงจะทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญก่อนที่จะลงทุนอะไร ควรศึกษาพฤติกรรมและวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นนั้นๆ เสียก่อน ว่าเขาต้องการอะไร ชอบอะไร และควรสร้างความแตกต่าง ไม่ใช่เห็นใครลงทุนอะไรก็ไปทำตาม

แม้เธอจะไม่เก่งเรื่องของธุรกิจมากนัก แต่เธอก็มีเพื่อนที่เป็นพาร์ทเนอร์คอยช่วยแนะนำ และอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารคนนี้ได้เรียนรู้ คือ คนเราควรเที่ยว ควรเจอสิ่งใหม่ๆ ทุกเดือน หรืออย่างน้อย 2-3 เดือนครั้ง เพราะมันคือการเปิดสมอง เปิดมุมมองใหม่ๆ งานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต คนเราต้องรู้จักสนุกกับการใช้ชีวิต เมื่อได้ไปเที่ยวก็เหมือนไปชาร์ตแบตตัวเอง กลับมา ก็จะทำให้ทำงานได้อย่างสดชื่น และจากการเดินทางนี่เอง ที่ทำให้เธอได้เริ่มและทำธุรกิจที่เธอชอบจนมาถึงปัจจุบัน

ตอนนี้เป้าหมายของ "คุณหนู" คือ การสร้างร้าน บร็อคโคลี่ เรฟเวอลูชั่น ให้เป็นร้านหลัก แล้วแตกสาขาไปเรื่อยๆ อยากทำให้เป็นฟาสฟู้ดส์ มีหลายๆ สาขา ทำให้การทานน้ำผักเป็นเรื่องปกติ คนเรากินอาหารแบบที่ชินไปกับวัตถุปรุงแต่งอาหาร ต้องใส่โน้นใส่นี่เยอะๆ เพื่อกลบกลิ่นเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว ถ้าคนเราหันมาดื่มน้ำผักให้เป็นเรื่องปกติเหมือนดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ จะช่วยร่างกายได้ดีมาก

"คุณหนู" ทิ้งประโยคน่าคิดไว้ว่า you should not eat what ever you can not spell it เพราะหลายๆ สิ่งที่คนเราบริโภคเข้าไปในร่างกาย อาจไม่เป็นประโยชน์เลยก็ได้ แต่น้ำผักคือสิ่งที่มาจากธรรมชาติ แถมยังมีประโยชน์ล้นเหลือเสียด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,270 วันที่ 15 - 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560