ก.ล.ต.ประเดิมใช้ 'แพ่ง' ฟันผู้จัดการกองทุนอินไซด์

22 May 2017






ก.ล.ต.ประเดิมใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง อดีตผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ศาลาแอทสาทร  อาศัยข้อมูลภายใน พร้อมห้ามเป็นผู้จัดการกองทุนรวมหรือปฎิบัติงานในตลาดทุน 5 ปี

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ที่แก้ไขใหม่ รายนายยิ่งอนันต์ วงศ์ศิริเดช ในความผิดฐานแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการทำหน้าที่ผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ศาลาแอทสาทร (SSPF) ที่ซื้อหลักทรัพย์ SSPF โดยอาศัยข้อมูลภายใน ได้แก่ ส่งคืนผลกำไรที่ได้รับจากการกระทำผิดจำนวน 1.38 ล้านบาท และชำระค่าปรับทางแพ่งจำนวน 1.73 ล้านบาท  นอกจากนี้ ก.ล.ต.สั่งห้ามมิให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทุนรวมหรือปฏิบัติงานของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนเป็นเวลา 5 ปี  รวมทั้งผู้สนับสนุน 2 ราย คือ นางสาวกีรรัตน์ วิภูสุพรรณ์ และนางสาวศรัญญา เข็มทอง ได้ชำระค่าปรับทางแพ่งแล้ว เป็นเงินรายละ 333,333.33 บาท

ก.ล.ต.ได้รับรายงานเหตุสงสัยจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ในช่วงต้นปี 2558 นายยิ่งอนันต์ ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทุนรวม SSPF ได้รับการติดต่อจากผู้ที่สนใจจะซื้อที่ดินและอาคารศาลาแอทสาทรหรือการขอเช่าระยะยาว  ในราคาที่สูงกว่าราคาประเมินตามรายงานของผู้ประเมินอิสระอย่างมีนัยสำคัญ โดยนายยิ่งอนันต์ได้ใช้ประโยชน์จากการล่วงรู้ข้อมูลดังกล่าวโดยใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนางสาวศรัญญาซื้อหลักทรัพย์ SSPF รวม 360,000 หน่วย ที่ราคา 5.25 - 5.30 บาท  ซึ่งเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบที่กำหนดโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ต้นสังกัด  ต่อมาเมื่อข้อมูลภายในดังกล่าวเปิดเผยต่อประชาชนและราคาหลักทรัพย์ SSPF ได้ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว นายยิ่งอนันต์ได้ทยอยขายหลักทรัพย์ SSPF ทั้งหมดที่ถืออยู่ในบัญชีนางสาวศรัญญา ที่ราคา 8.75 - 9.30 บาท

ทั้งนี้ กองทุน SSPF เปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 25 มิ.ย.2558 หลังจากผู้สนใจซื้อมอบเงินมัดจำการเสนอขอซื้อที่ดินและอาคารศาลาแอทสาทร ซึ่งวันทำการรุ่งขึ้น (วันที่ 26 มิ.ย.2558) การซื้อขายหลักทรัพย์ SSPF ในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีปริมาณสูงถึง 1,417,700 หน่วย (เพิ่มขึ้นจากวันทำการก่อนหน้า 66 เท่า) โดยราคาปิดของ SSPF ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอีกหลายเดือนจนราคาสูงถึงมากกว่า 9 บาท

นอกจากนายยิ่งอนันต์จะได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากนางสาวศรัญญาที่ให้ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แล้วยังได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากนางสาวศรัญญา และนางสาวกีรรัตน์ ในการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวเนื่องกับการซื้อและขายหลักทรัพย์ที่เป็นความผิดด้วย ซึ่งการกระทำของบุคคลทั้งสามฝ่าฝืนมาตรา 241 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ก.ล.ต. ได้เสนอผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) และอาศัยอำนาจตามประกาศคณะกรรมการตลาดทุนเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้จัดการกองทุนรวมของนายยิ่งอนันต์และจะไม่รับพิจารณาคำขอเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนจนกว่าจะพ้น 5 ปี

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต.ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งเป็นครั้งแรกในการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.2559 โดยมาตรการลงโทษทางแพ่งเป็นช่องทางการบังคับใช้กฎหมายอีกช่องทางหนึ่งนอกจากการดำเนินการทางอาญา เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ค.ม.พ. ประกอบด้วยอัยการสูงสุดเป็นประธาน ปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และเลขาธิการ ก.ล.ต. เป็นกรรมการ เป็นผู้พิจารณาว่าสมควรนำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้หรือไม่ และการที่องค์ประกอบของ ค.ม.พ. ส่วนใหญ่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นอิสระจาก ก.ล.ต. ก.ล.ต. เชื่อมั่นว่าการพิจารณาของ ค.ม.พ. เป็นไปด้วยความรอบคอบและเป็นธรรม  ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิดถือเป็นรายได้แผ่นดินที่ ก.ล.ต. จะนำส่งกระทรวงการคลังต่อไป”

ทั้งนี้ ประเภทความผิดที่สามารถดำเนินการบังคับใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (ปั่นหุ้น ใช้ข้อมูลภายใน บอกกล่าวข้อมูลเท็จหรือคาดการณ์เท็จ) การแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริงในเอกสารที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน กรรมการหรือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด (fiduciary duty) การใช้หรือยอมให้ใช้บัญชีในการกระทำความผิดในกลุ่ม การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์


ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผู้จัดการกองทุน