บินไทยยังอ่วม จรัมพรโอด ฟื้นการบินไทยไม่ง่ายอย่างที่คิด

29 October 2015






"จรัมพร" แจงแผนลดค่าใช้จ่ายอีก 8 พันล้านบาท


จะเริ่มเห็นผลใน 6 เดือนข้างหน้า เหตุติด 2 ปัญหาหลัก ลดเที่ยวบินไม่เป็นไปตามแผนทำคอร์สไม่ลดทันทีติดสัญญาผูกพัน กับแผนปลดระวางเครื่องบินล่าช้า ย้ำสิ้นปีต้องขายให้ได้ 32 ลำ ทั้งยังเจอปัญหาแผนเปิดรูตบินใหม่ไทยสมายล์สะดุดและขาดทุนแล้ว 800 ล้านบาท เชื่อไตรมาส 4 เริ่มฟื้นชัด แย้มอาจไม่ยกเลิกบินโรม

การบินไทย

การบินไทย



หลังจากคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้ประชุมร่วมกับฝ่ายบริหารบริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) หรือบมจ.การบินไทย พบว่าแผนฟื้นฟูพลาดเป้าโดยลดค่าใช้จ่ายได้เพียง 2 พันล้านจากที่ตั้งเป้าไว้ 1 หมื่นล้านบาท ประกอบกับผลประกอบการครึ่งปีแรกยังขาดทุนสุทธิ 8,217.93 ล้านบาท จนหวั่นว่าการบินไทยอาจไปไม่รอด

ต่อเรื่องนี้ นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าการบินไทยตระหนักดีถึงข้อกังวลของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ต่อกรณีการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ใน 2 เรื่องหลัก คือ การลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ ที่ในทางปฏิบัติยังมีความล่าช้าและไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้โดยเฉพาะเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายราว 10% หรือ 1 หมื่นล้านบาท เพราะเพิ่งจะลดค่าใช้จ่ายไปได้ราว 2 พันล้านบาท ซึ่งปัญหาในเรื่องนี้ได้มีการสื่อสารและได้สั่งการให้รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ในแต่ละฝ่ายเพิ่มความเข้มงวดและเกาะติดความคืบหน้าของแผนมาร่วม 3 เดือนก่อนหน้านี้แล้ว และต่อไปคงต้องเข้าไปเกาะติดให้มากกว่าเดิม เพื่อเร่งรัดการดำเนินการให้ดีกว่านี้

 โฟกัส 8 แผนลดต้นทุน


ทั้งนี้แผนปฏิรูปการบินไทย ที่ขับเคลื่อนโดย 6 กลยุทธ์ ภายใต้เป้าหมายหยุดการขาดทุนและสร้างความเข้มแข็งให้การบินไทยกลับมาเติบโตอย่างมีกำไรในระยะยาว ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลชัดเจนในปี 2560 ซึ่งจะทำให้การบินไทยกลับมาแข็งแกร่ง และมีกำไรอีกครั้ง มีทั้งหมด 21 แผนงาน แต่ละแผนก็เดินหน้าไปได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ขณะนี้จะมาโฟกัสอยู่ที่ 8 แผนงานที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้เป็นหลัก เพราะเป็น 2 ส่วนที่ยังมีความล่าช้าและปฏิบัติได้ต่ำกว่าแผนโดยแผนงานที่การบินไทยวางไว้ทั้งหมดใช้เวลา 18 เดือนนับจากต้นปี 2558 ขณะนี้ถือว่าเดินทางได้ครึ่งทางแล้ว ดังนั้นยังเหลือเวลาอีก 9 เดือนจากนี้ ที่ต้องผลักดันการทำงานให้ดีขึ้น

นายจรัมพรยังกล่าวอีกว่า ในแง่ของการลดค่าใช้จ่ายอีก 8 พันล้านบาทที่ยังไม่เป็นไปตามแผนนั้น คาดว่าน่าจะเห็นผลชัดเจนอย่างช้าในอีก 6 เดือนจากนี้ เพราะในทางปฏิบัติแม้ขณะนี้การบินไทยจะลดกำลังผลิตลงไปได้ 10% จากการลดและยกเลิกเที่ยวบินที่ไม่ทำกำไร ซึ่งหลัก ๆ มีการยกเลิกจุดบิน โจฮันเนสเบิร์กประเทศอัฟริกาใต้ มองโคว ประเทศรัสเซีย แมดริก ประเทศสเปน ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ยกเว้นโรมประเทศอิตาลี ที่กำลังอยู่ระหว่างทบทวนใหม่ หลังจากก่อนหน้านั้น ตัดสินใจว่าจะยกเลิกบิน

"ปัญหาคือค่าใช้จ่ายจากการลดกำลังผลิตไปในเมืองต่างๆ เหล่านี้ จะยังไม่ได้หายไปทันที เพราะติดเรื่องของสัญญาต่างๆ ทั้งเรื่องของสำนักงานในต่างประเทศ การชดเชยการขายตั๋ว ที่มีการผูกพันสัญญาอยู่ที่ 3-6 เดือน ดังนั้นจึงต้องรอให้หมดสัญญาก่อน จึงจะปิดสำนักงานต่างๆเหล่านี้ได้" ดีดีการบินไทยกล่าว

  ยอมรับส่งมอบเครื่องบินติดขัด


ทั้งยังระบุว่า นอกเหนือจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องของค่าใช้จ่ายจากเรื่องของเครื่องบินที่ควรจะหายไปหลังการขายเครื่องบินที่ปลดระวางได้ แต่ในทางปฏิบัติแม้จะขายเครื่องบินออกไปแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายก็ยังไม่หมดจนกว่าเครื่องบินจะส่งมอบออกไป ซึ่งขั้นตอนหลังการขายเครื่องบินได้แล้ว ต้องใช้เวลาเฉลี่ยราว 6 เดือนต่อลำกว่าเครื่องบินจะส่งมอบได้ เพราะจะต้องมีกระบวนการที่ผู้ซื้อต้องตรวจเครื่องบิน อาจมีการสั่งซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่บางอย่าง ดังนั้นตามแผนขายเครื่องบินในปีนี้ทั้งหมด 42 ลำแบ่งเป็น การขายเครื่องบินที่ปลดประจำการแล้ว 22 ลำ เครื่องบินที่จะปลดระวางในปีนี้อีก 20 ลำ ขณะนี้ขายไปแล้ว 17 ลำ ส่งมอบไปแล้ว 8 ลำ และในการประชุมบอร์ดการบินไทยในเดือนหน้า จะขออนุมัติขายเครื่องอีก 13 ลำ และคาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้น่าจะขายได้ 32 ลำ

นายจรัมพร ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของเรื่องรายได้ที่มีปัญหาเรื่องของอัตราผลตอบแทนหรือกำไรต่อที่นั่ง(Yield) ซึ่งต่ำกว่า 10% จากเป้าหมายที่อยากได้ จากการลดราคามากเกินไป ทั้งๆที่ควรเป็นเรื่องสุดท้ายที่จะทำ ผมก็ได้มอบนโยบายให้สายการพาณิชย์ไปมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าคอร์ปอเรตรายใหม่ จึงต้องไปปรับเพิ่มประสิทธิภาพการขยายฐานลูกค้าในส่วนเหล่านี้ให้จริงจังขึ้น

การยกเครื่องระบบซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการขายและการพาณิชย์ใหม่ทั้งหมด (เรเวนิว แมนเนจเมนต์) เพื่อสร้างเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพในการขาย การกำหนดราคาขายทั่วโลกโดยจะเปลี่ยนระบบไอที 7 ระบบ อาทิระบบการกำหนดราคาตั๋ว ระบบคำนวณราคาตั๋ว ระบบเน็ตเวิร์ค แมเนจเมนต์ซีสเต็มที่จะมาช่วยเรื่องการจัดรูตเน็ตเวิร์กของเครื่องบิน 100 ลำกับรูตบินกว่า 100 รูตของการบินไทย ซึ่งระบบจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปีหน้า แต่ระบบไหนแล้วเสร็จก็จะนำมาใช้งานก่อน เพื่อเพิ่มรายได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

 ยันไม่มีปัญหาสภาพคล่อง


ขณะที่การปรับโครงสร้างองค์กร หรือเรียกว่าริดกิ่งที่ได้มีการยุบตำแหน่งโครงสร้างที่ไม่จำเป็นออกไป เพราะร่นระดับชั้นในการทำงานลง ขณะนี้โครงสร้างใหม่ในหลายฝ่ายได้ประกาศไปแล้ว อย่างโครงสร้างใหม่ของสายการพาณิชย์ เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างด้านการพาณิชย์ที่ในอดีตวางโครงสร้างมีระดับชั้นมากเกินไปยกตัวอย่าง การกำหนดราคาขายตั๋ว การบินไทยต้องใช้เวลาเป็นเดือน เพราะขั้นตอนมากผ่านหลายระดับ ขณะที่สายการบินอื่นๆ ไม่ได้มีขั้นตอนหรือใช้คนมากมาย การกำหนดราคาขายตั๋วก็ทำได้รวดเร็ว

"สถานการณ์ในการดำเนินธุรกิจของการบินไทยในปีนี้ จะคล้ายๆ กับปีที่ผ่านมา ยังมีปัญหาที่ยังซีเรียสอยู่และต้องกระตุ้นให้เร่งแก้ไข และปฏิบัติตามแผนปฏิรูปต่อเนื่อง แต่ยังยันว่าการบินไทยยังไม่มีปัญหาเรื่องของสภาพคล่อง เพราะเรามีเงินสดในมือเกินกว่า 3 เท่าจากที่ควรจะมี ส่วนการออกและเสนอขายตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ภายในประเทศ เมื่อไม่นานมานี้ วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท จะนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การจ่ายชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นที่ครบกำหนดต้องชำระ รวมถึงค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงาน ในโครงการ"ร่วมใจจาก" และโกลเด้นท์แฮนด์ เช็ค ในปีนี้มีคนสมัครเข้าร่วมโครงการในปีนี้รวม 2 โครงการอยู่ที่ 1,401 คน วงเงินงบประมาณ 5.3 พันล้านบาท" นายจรัมพร กล่าวทิ้งท้าย

แบกขาดทุนไทยสมายล์ 800 ล.


ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“ปัญหาหลักคือแผนลดค่าใช้จ่ายไม่เป็นไปตามเป้า แต่แผนค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงเครื่องบินจะเห็นผลชัดเจนในไตรมาสที่ 4 ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายได้มาก ซึ่งในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้จะมีการชี้แจงรายละเอียดในการประชุม คนร.อีกครั้ง เบื้องต้นกำหนดไว้ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้”

นอกจากนี้ยังพบว่าการลดค่าใช้จ่ายและการเพิ่มรายได้ที่ไม่เป็นไปตามแผนปฏิรูปนั้น ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องการดำเนินงานของการบินไทยเท่านั้น ยังมีปัญหาที่เกี่ยวเนื่องมาจากสายการบินไทยสมายล์ด้วย เพราะไทยสมายล์ ไม่สามารถเปิดจุดบินใหม่ในต่างประเทศได้ตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากมีปัญหาที่หน่วยงานกำกับ ด้านทางอากาศของไทยติดเรื่องของ ICAOทำให้แผนการรับช่วงเส้นทางบินในเส้นทางระหว่างประเทศต่อจากการบินไทยไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนไม่ว่าจะเป็นจุดบินสู่จีน อินเดีย ประเทศเพื่อนบ้านในแถบอินโดจีน

ทั้งยังมีปัญหาเรื่องของระบบการสำรองที่นั่งระหว่างการบินไทยและไทยสมายล์ที่ไม่เชื่อมต่อกันได้ทันที ทำให้ผู้โดยสารที่เดินทางจากต่างประเทศ และซื้อตั๋วมาเที่ยวต่อในจุดบินภายในประเทศที่การบินไทยเคยทำการบินอยู่ ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะได้มีการโอนไปให้ไทยสมายล์ทำการบินทั้งหมด จนปัจจุบันการบินไทยเหลือจุดบินในประเทศเพียง 4 จุดบิน คือ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่และสมุยเท่านั้น ดังนั้นการบินไทยก็จะขาดรายได้ในส่วนนี้ไป นอกจากนี้การบินไทยยังต้องมาแบกรับการขาดทุนของไทยสมายล์กว่า 800 ล้านบาทที่เกิดขึ้นในขณะนี้ด้วย

แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า ในการดำเนินธุรกิจของการบินไทย ยังมีปัญหาเรื่องการถูกแทรกแซงในการตัดสินใจด้วย อย่างแผนจะยกเลิกเส้นทางบินสู่โรม ประเทศอิตาลี ที่ติดอันดับการขาดทุนในอันดับสูงเช่นเดียวกับเส้นทางแอลเอ ที่ในช่วง 5 ปีย้อนหลังมีผลการขาดทุนรวมกว่า 5 พันล้านบาท แต่หลังจากที่ผ่านมาถูกร้อง จากสถานทูตอิตาลี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม ขอให้บินต่อ และจะช่วยทำการตลาด ในเร็วนี้ๆ จึงจะนำแผนยกเลิกบินโรมเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดเพื่อพิจารณาทบทวนใหม่ในเดือนหน้า

ขณะเดียวกันการปรับโครงสร้างองค์กรที่เกิดขึ้นอย่างสายการพาณิชย์ ที่มีการยุบตำแหน่งไดเร็กเตอร์ออกไป ให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ 8 ทำให้แม้จะยังทำงานเหมือนเดิมแต่ไม่มีลูกน้องเหมือนเดิม ประกอบกับการเพิ่งได้ตัวดีเอ็นใหม่ ก็ทำให้การทำงานในเรื่องของแผนหารายได้อาจจะล่าช้าไปบ้าง ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับตัวสักระยะ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,099 วันที่ 25 - 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558


นายจรัมพร โชติกเสถียร บมจ.การบินไทย แผนลดค่าใช้จ่าย คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ คนร. บริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) แผนฟื้นฟูพลาดเป้า กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ แผนปฏิรูปการบินไทย