รากหญ้าเตรียมเฮ งบรัฐพร้อมจ่ายจ้างงานก่อนสิ้นปี

28 October 2015






ชาวบ้าน/รับเหมาท้องถิ่นเตรียมเฮ งบกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า เร่งทยอยเบิกจ่ายและจัดจ้างคาดภายในสิ้นปีหรือไม่เกิน ม.ค.ปีหน้า เม็ดเงินลงถึงท้องถิ่น ด้านรมว. คมนาคมชี้อนุมัติงบกลางไปแล้ว 9 พันล้านให้แต่ละจังหวัดไปใช้ซ่อมแซมถนนสายย่อย ด้านขุนคลังชี้สำนักงบฯจัดสรรเงินกระตุ้นเศรษฐกิจตำบลละ 5 ล้านไว้แล้วพร้อมเบิกจ่าย สมาคม อบต. แนะต้องจ้างงานคนในท้องถิ่นก่อน

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ทางจังหวัดได้เสนองบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตำบลละ 5 ล้านบาท จำนวน 58 ตำบล วงเงิน 290 ล้านบาท ประมาณ 700-800 โครงการ ตามที่รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยมอบให้แต่ละชุมชน คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเสนอโครงการเข้ามา และทางจังหวัดรวบรวมเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของสำนักงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นโครงการซ่อมแซม ปรับปรุง ก่อสร้างถนน โครงการปรับปรุงโรงเรียน ทาสี โครงการสร้างแหล่งน้ำ ฝายต่างๆ รวมทั้งโครงการส่งเสริมอาชีพให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความเข้มแข็ง อาทิ ขอทำปุ๋ยส่งเสริมเกษตรกร คาดว่าจะสามารถทำสัญญาได้และเกิดการจ้างงานภายใน 3 เดือนนับจากนี้ หรือให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในเดือนมกราคม 2559

อย่างไรก็ดี จังหวัดจะเน้นการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ได้กระจายไปยังแรงงานในพื้นที่ ทั้งตัวชาวบ้านเองที่ต้องการรับจ้าง หรือผู้รับเหมารายย่อยๆเพื่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ เมื่อเกิดการจ้างงานก็จะเกิดการจับจ่ายสินค้าอื่นๆ ตามมา

สอดคล้องกับนายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดได้เสนอสำนักงบประมาณเพื่อของบประมาณวงเงิน 359 ล้านบาท จำนวน 782 โครงการ ตามกรอบตำบลละ 5 ล้านบาท แต่ขณะนี้ได้รับอนุมัติ 357 ล้านบาท อย่างไรก็ดี งบสนับสนุนกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอีก 2 ล้านบาทที่ยังขาด จะเสนอขอรับจัดสรรเพิ่มเติมจากสำนักงบประมาณในคราวต่อไป ส่วนงบที่ได้รับจะมอบแต่ละอำเภอไปจัดซื้อจัดจ้าง ประมูลงานหาผู้รับจ้าง เพื่อเร่งเบิกจ่ายตามนโยบายรัฐบาลให้แล้วเสร็จภายไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ซึ่งประกอบด้วย เรื่องส่งเสริมเลี้ยงโค แพะ ไก่ ปรับปรุงสาธารณประโยชน์ มัสยิด ทาสีรั้ว ฯลฯ ส่วนโครงการก่อสร้างถนนในพื้นที่มีไม่มาก

นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ เลขาสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เปิดเผยว่า ทั่วประเทศมีจำนวนตำบลกว่า 7-8 พันตำบลหรืออบต. ซึ่งงบเบิกจ่ายจากสำนักงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น ประมาณ 4 หมื่นล้านบาทที่อัดฉีดลงสู่หมู่บ้าน เฉลี่ยตำบลละ 5 ล้านบาท ซึ่งจะรวมงบลงทุน สร้างงานจ้างอาชีพ จะแยกจากงบประมาณปกติของแต่ละ อบต. อย่างไรก็ดี กำนันและผู้ใหญ่บ้านได้หารือกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงบก่อสร้างซ่อมแซมถนน ขุดลอกคูคลอง จัดหาแหล่งน้ำ ลอกท่อ ฯลฯ ซึ่งเฉลี่ยโครงการละ ไม่เกิน 5 แสนบาท เพื่อสะดวกต่อการจัดซื้อจัดจ้าง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสอบราคาจากนายอำเภอตามระเบียบว่าด้วยวัสดุ ซึ่งจะเกิดความรวดเร็วกว่า

อย่างไรก็ดีมองว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า จะช่วยให้เกิดการจับจ่าย ทั้งการจ้างแรงงานและวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ ตลอดจนการอุปโภคบริโภคจะตื่นตัวมากขึ้น แต่หากต้องการกระจายงบให้ถึงมือคนในท้องถิ่นจริงๆ ควรจะเป็นลักษณะการจ้างแรงงานคนในพื้นที่ และมีการซื้อวัสดุก่อสร้างภายในพื้นที่จะเหมาะสมกว่า เพราะที่ผ่านมา เกรงว่าจังหวัดจะจ้างผู้ประกอบการจากภายนอก ซึ่งเป็นผู้รบเหมาในรูปของบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ซึ่งเท่ากับว่าผู้ประกอบการได้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าชาวบ้านในท้องถิ่น ในมุมกลับ บางท้องถิ่นอาจจะไม่มีแรงงาน ดังนั้นจังหวัดจึงจำเป็นต้องจ้างบริษัทเหล่านั้นแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ทางสมาคมฯต้องการให้นโยบายดังกล่าวได้กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าตรงตามเป้าหมายที่แท้จริงและท้องถิ่นมีความเจริญตามไปด้วย

นายอาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มีงบลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น 3 ส่วน ได้แก่ โครงการตำบลละ 5 ล้านบาท โครงการลงทุนงบไม่เกิน 1 ล้านบาท และ โครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับจัดสรรกว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งขณะนี้สำนักงบประมาณอยู่ระหว่างพิจารณาและทยอยจัดสรรตามที่แต่ละจังหวัดเสนอมา ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายในพื้นที่ได้มาก

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้จัดสรรงบกลาง วงเงิน 9 พันล้านบาทให้แต่ละจังหวัดไปเรียบร้อยแล้ว แยกเป็นกรมทางหลวง 6 พันล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท 3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าทั่วประเทศ เพื่อซ่อมและสร้างทางสายย่อยๆ ให้เกิดการจ้างงานและจับจ่ายในท้องถิ่น คาดว่าจะต้องแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

ขณะที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนตำบลละ 5 ล้านบาท ขณะนี้สำนักงบประมาณได้จัดสรรไว้เรียบร้อยแล้วคาดว่าเบิกจ่ายได้ทันทีจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2559 ส่วนโครงการลงทุนขนาดเล็กของส่วนราชการวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทได้จัดสรรเรียบร้อยและเบิกจ่ายได้ทันภายในเดือนธันวาคม 2558 ขณะที่การปล่อยกู้ผ่านกองทุนหมู่บ้านวงเงิน 6 หมื่นล้านบาท ขณะนี้เบิกจ่ายไปแล้ว 3.3 หมื่นล้านบาท

นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า การเบิกจ่ายงบลงทุนโครงการตำบลละ 5 ล้านบาททั่วประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างอนุมัติโครงการวงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท โดยจะมอบคลังจังหวัดเป็นพี่เลี้ยงให้กับแต่ละตำบล ซึ่งกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้ทุกตำบลเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมกราคม 2559

นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง ที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า รัฐบาลมาถูกทางแล้ว ซึ่งการกระจายเม็ดเงินลงสู่ท้องถิ่น จะช่วยให้ผู้รับเหมารายย่อยๆ เกิดการจ้างงานจาก อบต. และเกิดการจับจ่าย รวมถึงการซื้อขายวัสดุก่อสร้าง ตลอดจนแรงงานในพื้นที่ ในงบตำบลละ 5 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,099 วันที่ 25 - 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558


ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว งบกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า สำนักงบฯจัดสรรเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ นายภัครธรณ์ เทียนไชย โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตำบลละ 5 ล้านบาท นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ เลขาสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล อบต. นายอาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง