‘เชฟรอน’ลุยขุดเจาะ ใช้แท่นใหม่ลดต้นทุน

21 May 2017






เชฟรอนฯ เปิดตัวแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม"กระทง"พร้อมปฏิบัติงานในแปลงสัมปทานกลางอ่าวไทยมิ.ย.นี้ เน้นมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดต้นทุนการขุดเจาะ ภายในสัญญาว่าจ้าง 5 ปี

แม้ว่าความชัดเจนในการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียม ที่จะหมดอายุในช่วงปี 2565-2566 ได้แก่ แหล่งบงกช ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และแหล่งเอราวัณ ของบริษัท เชฟรอนประเทศสำรวจและผลิต จำกัด จะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเปิดประมูลและหาผู้ชนะได้ภายในปีนี้หรือไม่

แต่เชฟรอนในฐานะผู้ผลิตปิโตรเลียมจะยังเดินหน้าทำการลงทุนหรือขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมในบริเวณอ่าวไทยต่อไป
นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ว่างจ้างบริษัท Shelf Drilling หนึ่งในผู้นำการให้บริการงานด้านขุดเจาะ เพื่อมาดำเนินงานด้านการขุดเจาะปิโตรเลียมในบริเวณพื้นที่แปลงสัมปทานอ่าวไทย โดยแท่นขุดเจาะกระทงนี้ จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป มีระยะสัญญา 5 ปี

ทั้งนี้ การว่าจ้างดังกล่าว เนื่องจากเชฟรอนให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการขุดเจาะปิโตรเลียมที่จะช่วยให้การทำงานขุดเจาะ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น มีความรวดเร็ว และมีมาตรฐานความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้จัดส่งทีมไปทำงานร่วมกับบริษัทผู้ผลิตแท่นขุดเจาะกระทง ตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้การออกแบบสอดคล้องกับความต้องการใช้งานและสภาพธรณีวิทยาในอ่าวไทย ที่มีแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมเป็นกระเปาะเล็กๆ กระจายกันอยู่ และหลุมที่มีการขุดเจาะใหม่นั้น จะมีขนาดที่เล็กลง การขุดเจาะจะยากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้แต่ละปีจะต้องมีการเจาะหลุมผลิตประมาณ 300-400 หลุม เพื่อให้สามารถรักษากำลังการผลิตตามสัญญาให้ได้

สำหรับแท่นขุดเจาะกระทงดังกล่าวมีขาหยั่งยาว 477 ฟุต เหมาะสำหรับการขุดเจาะในพื้นที่ที่มีน้ำลึกไม่เกิน 350 ฟุตและรองรับเจ้าหน้าที่ขึ้นไปทำงานบนแท่นได้สูงสุดประมาณ160 คน ใช้เวลาในการขุดเจาะแต่ละหลุมประมาณ 4 วัน ซึ่งเร็วกว่าในอดีตเมื่อ 30 ปี ที่แล้ว ที่ต้องใช้เวลากว่า 60 วัน สามารถช่วยลดต้นทุนการเจาะ ในระดับความลึกประมาณ 3-4 กิโลเมตรใต้พื้นทะเล เหลือเพียงประมาณ 2 ล้านเหรียญสหรัฐต่อหลุม ทำให้บริษัทสามารถลดต้นทุนในการขุดเจาะลงได้มาก

นายอาทิตย์ กล่าวอีกว่า ในกระบวนการขุดเจาะปิโตรเลียมเชฟรอนฯ ได้นำระบบมาตรฐานความปลอดภัย ที่ชื่อว่า Well Safe มาใช้ ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้งานกับเรือดำน้ำของสหรัฐอเมริกา ที่ใช้งานมานานกว่า 50 ปี และไม่เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลย ดังนั้น จึงทำให้มั่นใจได้ว่า กระบวนการขุดเจาะหลุมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ของเชฟรอน จะมีประสิทธิภาพ ในด้านปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานสากล โดยระบบ Well Safe จะให้ความสำคัญกับบุคลากร ที่จะต้องผ่านการอบรมและปฎิบัติตามคู่มือความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานจะต้องได้มาตรฐานและสามารถใช้งานได้ดี มีการซ่อมบำรุงรักษาตามกำหนด มีการออกแบบ วางแผน การขุดเจาะ ให้เกิดการปฎิบัติหรือการใช้อุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และการติดตามตรวจสอบจากคนกลางว่าในระหว่างการดำเนินการขุดเจาะ นั้นมีการปฎิบัติตามแผนที่วางเอาไว้จริง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,263 วันที่ 21 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560