ทางออกนอกตำรา : อัครรัฐสภาห้าร้อย ปมเงื่อน ”สัปปายะสภาสถาน”

17 May 2017





ทางออกนอกตำรา

โดย : บากบั่น บุญเลิศ

อัครรัฐสภาห้าร้อย ปมเงื่อน ”สัปปายะสภาสถาน”

มหากาพย์การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่มีชื่ออันหรูหรางดงามว่า “สัปปายะสภาสถาน” บนเนื้อที่กว่า 400,000 ตารางเมตร ภายใต้งบ 12,000 ล้านบาท ที่มีการลงนามสัญญาจ้างกับ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อเดือนเมษายน 2556 กำลังกลายเป็นปัญหาให้สังคมได้จับตาถึงความไม่ชอบมาพากลของ “รัฐสภาห้าร้อย”

เนื่องจากปัญหา “ผู้รับเหมาสร้างไม่เสร็จตามสัญญาใน 900 วัน” จนต้องขยายเวลาให้ผู้รับเหมาครั้งแล้วครั้งเล่า

ครั้งแรก เมื่อครบกำหนด 900 วัน พบว่าการก่อสร้างคืบหน้าไปเพียงร้อยละ 14 ทำให้ต้องขยายเวลาก่อสร้างอีก 387 วัน ในสมัยนางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ข้ออ้างในตอนนั้นคือ รัฐสภาส่งมอบพื้นที่การก่อสร้างทั้งหมดให้ผู้รับเหมาล่าช้า และไม่สามารถขนดินออกจากพื้นที่ก่อสร้างได้ตามเวลาที่กำหนด

ครั้งที่สอง นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อนุมัติให้ขยายอีก 421 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในเดือน ก.พ.2561 นี้ แต่จนถึงขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าไปเพียงร้อยละ 35 เท่านั้น

เอาเฉพาะ 2 ครั้งนี้ ทางบริษัท ชิโน-ไทยฯ ทำเรื่องไปยังผู้รับจ้างคือ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอเรียกร้องค่าเสียหายทั้งหมด 1,605.2 ล้านบาท

ผมไปดูเอกสารในเรื่องนี้มาแล้วทางผู้รับจ้างอ้างว่า...

1.ได้รับความเสียหายต้องรับภาระค่าใช้จ่ายอันเกินควร จากเหตุปัญหาเรื่องดินที่มีการขุดลึกลงไปและต้องขนออกไปแต่ทำไม่ได้รวมมูลค่าความเสียหาย 1,414 ล้านบาท

2.ผลจากการขนดินไปไม่ได้ ทำให้ต้องมีชิ้นงานเหล็กบางส่วนที่ต้องจัดเก็บไว้ที่อื่น เนื่องจากไม่สามารถที่จะนำเข้ามาในพื้นที่ได้เนื่องจากติดปัญหากองดิน จึงต้องนำเหล็กไปจัดเก็บไว้ที่โรงงานบ้านฉางจนเต็มพื้นที่ จนโรงงานไม่สามารถผลิตชิ้นงานโครงเหล็กทั่วไปให้กับบุคคลทั่วไป เกิดความเสียหายต่อโรงงาน 5 ล้านบาท

3.มีภาระในส่วนชิ้นยอดของอาคารที่ได้ผลิตเสร็จแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่สามารถนำมาติดตั้งได้ตามแผนงานเดิม 900 วัน ทำให้ผู้รับจ้างได้รับความเสียหายเพิ่ม เพราะต้องเช่าพื้นที่เก็บชิ้นส่วนอีก 2.2 ล้านบาท

4.ผู้รับจ้างได้รับความเสียหายอันเกินควร จากค่าใช้จ่ายเครื่องจักรสำหรับก่อสร้าง ค่าจ้างบุคลากรอำนวยการบริหาร การควบคุมงาน ค่าใช้จ่ายพันธะทางการเงิน เพิ่มขึ้นอีก 180 ล้านบาท

ปมปัญหาว่าด้วยการสร้างอาคารรัฐสภาห้าร้อยไม่เสร็จสิ้นในเวลาที่กำหนด เพราะมีปัญหาเรื่องการขนดิน จนมีการขยายเวลาออกไปแล้ว 808 วันนั้น เอกชนผู้รับจ้างก่อสร้างและบริษัทที่ปรึกษาเขาเรียกร้องสิทธิจากค่าความเสียหายแล้ว 1,605 ล้านบาท

บริษัท ที่ปรึกษา และบริษัทชิโน-ไทยฯ เรียกเก็บเงินจากความล่าช้าที่หนักหนาเอาการถึง 13.37%

ปัญหาความล่าช้าจากการจัดการย้ายโรงเรียนโยธินบูรณะออกจากพื้นที่ การย้ายชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้าออกจากพื้นที่ล้าช้ามีค่าใช้จ่ายที่เอกชน “ขอชาร์จ” จากภาครัฐจั๋งหนับเข้าให้แล้ว แต่ไม่มีใครหน้าไหนพูดถึงเรื่องนี้

ที่สำคัญ ไม่มีใครหน้าไหนในหน่วยงานของรัฐที่ตั้งเรื่องขอคิด “ค่าปรับ” จากการทำงานที่ล่าช้าของผู้รับเหมาแม้แต่บาทเดียว ประหลาดมั้ย...

ทั้งๆ ที่มีเงื่อนไขผูกไว้ในการประมูลว่า หากการก่อสร้างล่าช้า เสร็จไม่ทันตามกำหนดในสัญญา บริษัทผู้รับเหมาจะต้องเสียค่าปรับให้ส่วนราชการวันละ 12 ล้านบาทเศษ แต่ไม่มีการตั้งเรื่องมาเจรจากับเอกชน แต่ดูเหมือนทุกคนยอมรับในเงื่อนไขที่ผู้รับเหมาเสนอ...ไม่แน่อาจมีการตั้งงบมาจ่ายให้เอกชนอีกบานเบอะ

ล่าสุดทางบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทผู้รับเหมา ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอขยายเวลาการก่อสร้างออกไปอีก 926 วัน และกำลังตั้งธงให้ขยายเวลาออกไปกำลังเกิดขึ้นอีกระลอก

หากมีการอนุมัติขยายเวลาการก่อสร้างออกไปอีกเท่ากับว่า การก่อสร้างอาคาร “สัปปายะสภาสถาน” ที่กำหนดในเงื่อนไขว่าต้องสร้างเสร็จใน 900 วัน ถูกขยายเวลาออกไปมากเป็นประวัติศาสตร์ถึง 1,734 วัน โดยไม่มีใครต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดจากความล่าช้าในการก่อสร้าง ผิดปกติ หรือไม่ผิดปกติ วิญญูชนตัดสินเอาเองได้

ผมสงสัยใครรู้ว่า ถ้าบริษัท ชิโน-ไทยฯ มิใช่มี "อนุทิน ชาญวีรกูล" ทายาทปู่จิ้น "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" ผู้ประกาศตนว่า “ผมคาบไม้จิ้มฟันมาเกิด ไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จะมีใครกล้ายืดเวลาออกไปนานขนาดนี้หรือไม่ และค่าชดเชยจากการส่งมอบงานล่าช้าจะมากขนาดนี้หรือไม่

นี่ยังไม่นับรวมการก่อสร้างโครงสร้างพื้นที่ชั้นใต้ดิน B2 ที่ขณะนี้เสร็จเกือบ 100% แล้ว ขณะที่โครงสร้างหลัก มีการก่อสร้างขึ้นมาถึงชั้นที่ 6-7 จากทั้งหมด 11 ชั้น แต่ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากยังไม่มีการเปิดประมูลการวางระบบงานเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ ในงบประมาณ 2,945 ล้านบาท ที่จะต้องดำเนินการไปพร้อมกับการก่อสร้าง ไม่เช่นนั้นจะต้องทุบรื้ออาคารใหม่เพื่อติดตั้งระบบ

โดยขณะนี้แว่วว่า “มือดี” ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหัวเรือใหญ่เสนอให้ใช้วิธีการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ

ยังมีห้องประชุม ส.ส. ส.ว.ที่ต้องตกแต่งรอบอาคารด้วยไม้สัก 4,500 ท่อน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 8 - 12 นิ้ว ที่คาราคาซังอยู่

อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ไว้รองรับนักเลือกตั้ง มีอะไรซ่อนไว้ในกอไผ่อีกมาก ขอบอก...

คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา/หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ฉบับ 3262 ระหว่างวันที่ 18-20 พ.ค.2560


การเมือง รัฐสภา อัครรัฐสภา สัปปายะสภาสถาน รัฐสภาห้าร้อย ชิโน-ไทยฯ