โอกาส/ความเสี่ยง "ทุเรียนไทย" บนตลาดโลก

12 May 2017






วันที่ 12 พ.ค.60-สิงคโปร์ไม่ใช่เป็นเพียงประเทศที่นำเข้าทุเรียนเท่านั้น แต่ผู้ขายกลับสามารถสร้างรายได้จำนวนมาก ผ่านการขายแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการอุดช่องว่างระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายให้แคบลง และทุเรียนกำลังเป็นผลไม้ที่นิยมไปทั่วโลก

"เจสิก้า เชสเทน" นักแสดง hollywood โชว์การกินทุเรียนในรายการชื่อดังของสหรัฐฯ ชาวตะวันตกเปรียบรสชาติของทุเรียนว่าครีมเหมือนคัสตาดและหอมเหมือนอัลมอนด์ โดยไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เป็น3ประเทศเท่านั้นที่มีทุเรียนมากพอในการส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยไทยเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง94% ที่ส่งออกทุเรียนไปทั่วโลก โดยเฉพาะจีนและสิงคโปร์

 
เว็บไซต์ของสิงคโปร์ตีพิมพ์บทความที่ระบุถึงความนิยมทุเรียนในประเทศ จนมีการขายออนไลน์ แบบส่งตรงถึงบ้านใน 1 วัน

 
ทีมข่าวสปริง นิวส์ทดลองเข้าเว็บไซต์ของสิงคโปร์ ดูวิธีการสั่งออนไลน์ โดยมีจุดเด่นคือการส่งถึงที่ภายในวันเดียวกัน บอกราคาและวิธีคิดน้ำหนักอย่างชัดเจน ที่สำคัญมีโปรโมชั่นแถมมะม่วงและน้ำมะพร้าวด้วย
การขายทุเรียนในเว็บไซต์คูลเท็น เปรียบเสมือนเป็นการอุดช่องว่างระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ราคาขายไม่แตกต่างจากหน้าร้าน เพราะราคา450-550 บาทต่อกิโลกรัม รวมถึงข้อมูลที่มาของสินค้าและวิธีการชำระเงินที่ชัดเจน และเว็บไซต์นี้ไม่ใช่เพียงเว็บไซต์รายเดียวที่ขายทุเรียนสดออนไลน์ ในสิงคโปร์ยังมีอีกกว่า10 รายที่ขายในลักษณะนี้

 

ตลาดทุเรียนโลกเป็นตลาดใหญ่ แต่การส่งออกทุเรียนของไทยนั้นยังมีข้อจำกัด โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า สิ่งที่ไทยต้องเผชิญคือมาตรฐานสวนทุเรียน ตั้งแต่แหล่งน้ำ พื้นที่ปลูก การใช้สารเคมี และจัดการผลผลิต


การส่งออกทุเรียนของไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โตแบบก้าวกระโดด จากปี 2557 ที่มีรายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท ปี2558 ขยับเป็น 1.5 หมื่นล้านบาท และเมื่อปี 2559 รายได้ของการส่งออกทุเรียนขยับไปมีมูลค่าถึง 2 หมื่นล้านบาท


นอกจากด้านการผลิตที่ไทยต้องเร่งปรับตัวแล้ว ยังมีปัญหาการนำเทคโนโลยีมาใช้ในทางธุรกิจด้วย และแม้ว่าไทยจะเป็นผู้ผลิตทุเรียนรายใหญ่ของโลกแต่มีโอกาสน้อยมากที่จะเห็นผู้ประกอบการไทยโปรโมทการขายทุเรียนผ่านทางเว็บไซต์เหมือนสิงคโปร์



ความเสี่ยง ตลาดโลก โอกาส ทุเรียนไทย