รัสเซียจ่อเป็นผู้แพ้ในการเลือกตั้งฝรั่งเศส

9 May 2017






ผู้นำยุโรปยินดีกับชัยชนะของนายเอ็มมานูเอล มาครง ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส แต่นักวิเคราะห์ชี้มีหนึ่งประเทศที่น่าจะกลายเป็นผู้แพ้ในเวทีระดับโลก นั่นคือ รัสเซีย

นักวิเคราะห์กล่าวว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศส น่าจะเข้ามาช่วยเสริมกำลังให้กับนางอันเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ในการต่อต้านการแผ่อิทธิพลของรัสเซียเข้ามายังยุโรป “วลาดิเมียร์ ปูติน กลายมาเป็นผู้แพ้ และอาจจะเป็นผู้แพ้อย่างจริงจังในการเลือกตั้งครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าผู้สมัครที่นายปูตินสนับสนุนพ่ายแพ้และแพ้อย่างขาดลอย” นายแดเนียล เฟรนด์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายยุโรปและยูเรเซีย ให้ความเห็น

ตรงข้ามกับนางมาครีน เลอ แปน ผู้สมัครจากพรรคฝ่ายขวาจัด นายมาครงจะให้การสนับสนุนสหภาพยุโรป (อียู) ปกป้องยูโรโซน และรักษาบทบาทของฝรั่งเศสในนาโต (องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ) นอกจากนี้ นายมาครงยังกล่าวว่าจะใช้นโยบายคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียต่อไป จนกว่ารัสเซียจะยอมทำตามข้อตกลงสันติภาพที่ทำไว้ในปี 2557 ขณะที่นางเลอ แปน กล่าวว่า จะยกเลิกการคว่ำบาตร

ทั้งนี้ ในเดือนกรกฎาคมและกันยายน อียูจะตัดสินใจว่าจะต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียต่อไปอีก 6 เดือนหรือไม่ โดยประเทศสมาชิกทั้ง 28 ประเทศของอียูมีสิทธิที่จะขัดขวางการตัดสินใจดังกล่าว ดังนั้นการได้เสียงสนับสนุนจากผู้นำฝรั่งเศสจะช่วยให้นางแมร์เคิลรักษาความเป็นเอกภาพของอียูได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน ชัยชนะของนายมาครงยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับฝ่ายเสรีนิยม หลังจากปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมาย ตั้งแต่ผลลงประชามติของสหราชอาณาจักร และชัยชนะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

มาครงจะได้ทำงานร่วมกับผู้นำประเทศที่มีแนวทางคล้ายๆ กัน เพื่อพยายามรับมือกับความไม่แน่นอนของทรัมป์บนเวทีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสุดยอดของกลุ่มจี 7 จี 20 และนาโต้ โดยวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ผู้นำของประเทศสมาชิกนาโต้มีกำหนดประชุมร่วมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ก่อนที่ผู้นำกลุ่มจี 7 จะประชุมกันในวันถัดไป ซึ่งนอกเหนือจากจะเป็นครั้งแรกของนางมาครงแล้ว ยังจะเป็นครั้งแรกที่ทรัมป์ได้มาเข้าร่วมกับประชุมกับประเทศพันธมิตรมหาอำนาจของสหรัฐฯ ด้วย

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่า ชัยชนะของนายมาครงอาจจะไม่ได้เป็นการการันตีอะไรเลย เขาอาจจะต้องลดการสนับสนุนอียูและการค้าเสรีลงโดยตระหนักว่าชาวฝรั่งเศสร่วม 40% เลือกผู้สมัครที่หนุนการแยกตัวจากยุโรป นอกจากนี้ ความเข้มแข็งของอำนาจในการบริหารประเทศจะขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในเดือนหน้า หากพรรคของนายมาครงได้คะแนนเสียงไม่เพียงพอ ก็จะเป็นจะต้องจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคอื่น


รัสเซีย ฝรั่งเศส โดนัลด์ ทรัมป์ เอ็มมานูเอล มาครง วลาดิเมียร์ ปูติน